กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ แผ่ซùmอยู่ทั่วห้องประชุมใหญ่บนชั้นสิบห้าของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดัง เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่โต๊ะทำงานตัวยาวกลับเต็มไปด้วยกระดาษไข แผ่นพิมพ์เขียว และกองเอกสารคำนวณโครงสร้างที่ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจาย
พิมพ์ตะวันใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนขมับ ดวงตาคู่สวยกวาดมองตัวเลขบนกระดาษคำนวณแผ่นสุดท้ายด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงไปถึงท้อง นิ้วเรียวที่ถือปากกาหมึกซึมหยุดชะงัก ร่างบางนิ่งงันไปชั่วอึดใจเมื่อสมองประมวลผลสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขเหล่านั้น
ไม่ใช่ความผิดพลาดแบบบังเอิญ... แต่มันคือ "กับดัก"
กับดักทางวิศวกรรมที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล แนบเนียน จนถ้าไม่ใช่คนที่มีสายตาเฉียบคมและผ่านงานคำนวณโครงสร้างมาอย่างโชกโชนจริงๆ ไม่มีทางมองออกเลยว่า รณกรจงใจใส่ค่าพิกัดความเผื่อของวัสดุที่ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานสากลถึงสามเปอร์เซ็นต์ในจุดเชื่อมต่อหลักของอาคาร
สามเปอร์เซ็นต์ที่ดูเหมือนน้อยนิด แต่อาจหมายถึงความหายนะทั้งหมดหากตึกนี้สร้างเสร็จแล้วต้องเผชิญกับแรงแผ่นดินไหว
"เล่นเกมทายใจอะไรของคุณอีกนะ... รณกร" พิมพ์ตะวันพึมพำกับความว่างเปล่า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธที่โดนลองภูมิ ทั้งทึ่งในความละเอียดรอบคอบระดับปีศาจของสถาปนิกหนุ่ม และที่สำคัญที่สุด... หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นเต้นที่เอาชนะบททดสอบนี้ได้
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับห้องประชุมดังขึ้นเบื้องหลัง รณกรก้าวออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นยังคงนิ่งสนิท เย็นชา และยากจะคาดเดาตามแบบฉบับของเขา
ชายหนุ่มกวาดตามองสภาพห้องที่รกเรื้อ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังจ้องเขาเขม็ง
"ยังไม่กลับอีกหรือครับ วิศวกรพิมพ์ตะวัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้แววเยาะเย้ย แต่ก็ไม่ได้มีความอ่อนโยน เจือความกวนประสาทแบบที่เธอเกลียดนักหนา
พิมพ์ตะวันวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปหาร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ช้าๆ แววตาของเธอพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะที่ผสมผสานกับความท้าทาย
"ถ้าฉันกลับ ฉันก็คงพลาดฉากสำคัญตอนที่คุณรณกรตั้งใจทิ้งระเบิดเวลาไว้สبเปอร์เซ็นต์ตรงฐานรากน่ะสิคะ" พิมพ์ตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์
รณกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสนิทไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล
"คุณใช้เวลาสามชั่วโมงเต็มในการหาข้อผิดพลาดที่ผมจงใจซ่อนไว้... ช้ากว่าที่ผมคาดไว้สิบนาทีนะครับ" รณกรขยับตัวออกจากกรอบประตู ก้าวเข้ามาประชิดร่างบางทีละก้าวอย่างคุกคาม แต่สายตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความชื่นชมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"ปากร้ายแล้วยังชอบลองดี!" พิมพ์ตะวันก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ ทำให้เธอไม่มีทางหนีไปไหนได้ รณกรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และกาแฟคั่วลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"ผมไม่ได้ลองดี... ผมแค่กำลังทดสอบว่า คนที่ปากเก่งในที่ประชุม จะมีความสามารถพอที่จะปกป้องโปรเจกต์นี้จากความผิดพลาดจริงๆ หรือเปล่า" รณกรโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ สายตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ "และคุณก็ทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ... พิมพ์ตะวัน"
คำชมที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกจอมหยิ่งทำให้พิมพ์ตะวันชะงักไป ความโกรธที่คุโชนอยู่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าคนอย่างรณกรจะยอมรับฝีมือของใครง่ายๆ โดยเฉพาะเธอ
"ถึงฉันจะแก้ปัญหาได้... แต่การที่คุณทำแบบนี้มันเสี่ยงเกินไปนะคะรณกร ถ้าธันวาหรือทีมตรวจสอบคนอื่นเจอเข้าก่อนฉัน คุณคิดเหรอว่าบริษัทเราจะไม่เสียชื่อเสียง" พิมพ์ตะวันพยายามดึงสติกลับมา เชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก
"ถ้าธันวาเป็นคนเจอ... เขาคงเอาไปฟ้องบอร์ดบริหารเพื่อเหยียบเราให้จมดินไปแล้วครับ" รณกรตอบเสียงพร่า ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "แต่คนที่เจอ... คือคุณ"
ดวงตาสคมกริบมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธอนิ่งนาน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวเราทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับนาฬิกาบนผนัง
"ทำไมคะ... ดีใจมากเหรอที่ฉันไม่ทำให้คุณผิดหวัง" พิมพ์ตะวันกัดฟันถามเสียงสั่น พยายามสร้างกำแพงความแข็งแกร่งขึ้นมาต้านทานแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
รณกรไม่ตอบทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทั้บลงบนขอบโต๊ะด้านหลังของหญิงสาว กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่เขาพยายามอดกลั้นมานาน
"ผมไม่ได้ผิดหวังหรอครับ..." รณกรกระซิบเสียงนุ่มทุ้มชิดริมหู จนพิมพ์ตะวันขนลุกซู่ไปทั้งตัว "แต่ผมแค่วางแผนไว้แล้วว่า... ถ้าคุณหาจุดผิดพลาดนี้เจอ ผมจะลงโทษคุณด้วยการ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับจงใจ พร้อมกับร่างสูงโปรดของธันวาที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าของคู่แข่งหนุ่ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกำลังยืนกักตัววิศวกรสาวไว้ชิดโต๊ะทำงานอย่างแนบชิด
"อุ๊ย... ผมรบกวนเวลาส่วนตัวของ 'ท่านสถาปนิก' กับ 'วิศวกรคนเก่ง' หรือเปล่าครับ พอดีผมลืมเอกสารสำคัญไว้..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แววตาฉายแววริษยาและเยาะเย้ยชัดเจน
รณกรผละออกจากพิมพ์ตะวันช้าๆ ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที ชายหนุ่มหันไปมองหน้าคู่แข่งด้วยสายตานิ่งสนิทที่แฝงไอสังหารจางๆ ขณะที่พิมพ์ตะวันรีบก้าวถอยหลังออกมาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใบหน้ายังคงแดงก่ำด้วยความเคอะเขิน
ธันวากวาดสายตามองกองกระดาษบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยตัวเลขการคำนวณโครงสร้าง ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงไปอีกรอบ
"ดูท่าทางพวกคุณจะทำงานหนักกันจนเบลอสินะครับ... น่าเสียดายจังที่เอกสารคำนวณชุดนี้ของบริษัทคู่แข่งที่เรากำลังจะไปยื่นประมูลพรุ่งนี้เช้า ดันหลุดไปถึงมือสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้วล่ะครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนดรากอนไรเดอร์มาโดยตลอดนะครับ
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 12
ความลับในแบบแปลน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!