"คุณศิวา... งั้นเหรอครับ"
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากของรณกรอย่างแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยมวลความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวในห้องทำงานกระจกใสดรอปลงไปหลายถูมิภาค ปลายสายคือเสียงหัวเราะแห้งๆ ของเลขานุการสาวที่พยายามกลบเกลื่อนความตึงเครียดผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์
นิ้วเรียวแกร่งของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเป็นจังหวะกระชั้นชิด ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านบานกระจกออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางของสำนักงานวิศวกรรม ที่ซึ่งโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด
ศิวา... อดีตอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ และเป็นรุ่นพี่ตัวฉกาจที่เคยฝากรอยแผลไว้ในอดีต การกลับมาของอีกฝ่ายในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน และมันยิ่งทำให้เกมการแข่งขันครั้งนี้อันตรายขึ้นเป็นทวีคูณ
รณกรกดตัดสายทิ้งโดยไม่ร่ำลา ความหงุดหงิดพุ่งพล่านอยู่ในอกไม่ใช่เพราะกลัวคู่แข่ง แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าการเข้ามาของศิวาจะทำให้ ‘ใครบางคน’ ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลโดยไม่จำเป็น
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเข้มถูกจัดให้เข้าที่อย่างเนียบกริบตามระเบียบวินัยที่เขายึดถือ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังโซนปฏิบัติการของทีมวิศวกรโครงสร้าง ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ปกติแล้วสถาปนิกมาดนิ่งอย่างเขาไม่ค่อยเอาตัวเข้ามาคลุกคลีสุ่มสี่สุ่มห้า หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือน
ทว่า เมื่อเดินมาถึงมุมอับสายตาใกล้ห้องประชุมย่อย เสียงพูดคุยที่ลอดผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้ก็ทำให้ฝีเท้าของรณกรต้องชะงักกึก
"ร้องไห้ตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างมันตั้งตรงขึ้นมาหรอกนะ นิว"
น้ำเสียงของพิมพ์ตะวันไม่ได้ดุดันและเฉียบคมเหมือนทุกครั้งที่เธอปะทะคารมกับเขา แต่มันกลับมีความนุ่มนวลอย่างประหลาดเจืออยู่ รณกรขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะโงกสายตาผ่านช่องว่างของบานประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้ร่างสูงถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ
พิมพ์ตะวันในยามนี้ไม่ได้สวมมาตรสาวมั่นผู้ไร้ช่องโหว่ เธอกำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ โดยมีวิศวกรน้องใหม่ในทีมที่กำลังหน้าเสียน้ำตาคลอเบ้าเพราะคำวิจารณ์จากบอร์ดบริหารนั่งก้มหน้าคอตกอยู่บนเก้าอี้
"ผม... ผมกลัวว่าตัวเองจะทำให้ทีมพังครับพี่พาย ถ้าโปรเจกต์นี้หลุดมือไป บริษัทเราคง..." เด็กหนุ่มละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ
พิมพ์ตะวันถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอยื่นมือเรียวไปตบไหล่ลูกน้องหนุ่มเบาๆ สองสามครั้ง
"จำไว้นะนิว ความผิดพลาดในสนามจริงมันราคาแพงก็จริง แต่คนที่ล้มแล้วมัวแต่นั่งโทษตัวเอง ไม่สมควรได้ยืนอยู่ในสนามนี้ตั้งแต่แรก ความรับผิดชอบทั้งหมดฉันแบกไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งนายต้องลุกขึ้นมาแบกรับมันร่วมกับฉัน หน้าที่ของวิศวกรโครงสร้างไม่ใช่การมานั่งเสียใจกับตัวเลขที่ผิดพลาด แต่มันคือการแก้ปัญหา... เข้าใจไหม?"
น้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยพลังและความจริงใจนั้น สะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของรณกร
นี่คือมุมที่เขาไม่เคยเห็น... มุมของผู้หญิงที่ต้องแบกรับความคาดหวังมหาศาลไม่ต่างจากเขา แต่กลับเลือกที่จะใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นโล่กำบังให้คนข้างหลังปลอดภัย
รณกรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความสนใจพุ่งชนเข้ากลางอกอย่างจัง ภาพของพิมพ์ตะวันในยามที่กำลังแย้มรอยยิ้มบางเบาเพื่อปลอบขวัญลูกน้อง เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ปราศจากหนามแหลมคมที่เธอใช้ป้องกันตัวจากโลกภายนอก
มันเป็นรอยยิ้มที่งดงาม... งดงามจนหัวใจที่เคยปิดตายของสถาปนิกหนุ่มเกิดรอยร้าวขึ้นมาเงียบๆ
"แหมๆ ดุเดือดกันจังเลยนะครับ ทีมนี้"
เสียงทุ้มกวนประสาทดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำสะเทือนบรรยากาศเงียบงัน รณกรหันขวับไปมองด้วยสายตาคมกริบดั่งใบมีด ธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากอย่างชัดเจนเมื่อเห็นสถานการณ์ภายในห้อง
พิมพ์ตะวันและลูกน้องในทีมหันขวับมามองผู้มาใหม่ สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที เธอรีบดึงหน้ากากความแข็งแกร่งกลับมาสวมทับทันทีราวกับไม่เคยมีมุมอ่อนโยนเมื่อครู่เกิดขึ้น
"ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญทางอื่นครับ ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ต้อนรับคนนอก" พิมพ์ตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมบาดลึก
ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธออย่างถือวิสาสะ สายตากวาดมองแบบแปลนบนโต๊ะด้วยความดูแคลน "คนนอกอะไรกันครับ อีกไม่นานเราก็คงต้องร่วมงานกันอย่าง 'ใกล้ชิด' กว่าที่คิด... โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ศิวากลับมาคุมบังเหียนเองแบบนี้ ผมเกรงว่าโครงสร้างที่เธอออกแบบไว้ อาจจะต้องรื้อทำใหม่หมดตั้งแต่รากฐานเลยมั้งครับ พิมพ์ตะวัน"
บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ รังสีความโกรธพุ่งขึ้นริ้วบนดวงหน้าสวยคม พิมพ์ตะวันกำมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอเกลียดที่สุดคือการถูกด้อยค่าความตั้งใจในการทำงาน
แต่ก่อนที่พิมพ์ตะวันจะได้ตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอ ร่างสูงใหญ่ของรณกรก็ก้าวผ่านประตูเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของสถาปนิกหนุ่มจนธันวาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ รณกรปรายตามองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยแววตาเย็นเยียบที่ไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ทั้งสิ้น
"เขตพื้นที่ของโปรเจกต์นี้ อยู่ในความรับผิดชอบของผมและคุณพิมพ์ตะวัน... ถ้าคุณธันวาว่างงานมากจนต้องมาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจทานตัวเลขบิดเบี้ยวในรายงานของคุณเองจะดีกว่านะครับ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องตลกให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะเอาทีหลัง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างราบเรียบทว่าเฉียบขาด ทำเอาธันวาหน้าเสียไปถนัดตา รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าคู่ปรับเลือนหายไปในพริบตา
"คุณกร... นี่คุณ..." ธันวาอ้าปากจะเถียง
"เชิญครับ" รณกรผายมือไปยังประตูด้วยท่าทางสุภาพบุรุษแต่นัยน์ตากลับดุดันดั่งพายุ "หรือจะให้ผมเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยเชิญออกไปดีล่ะครับ"
ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ปราบตามองรณกรสลับกับพิมพ์ตะวันที่มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความหงุดหงิด
เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง ภายในห้องประชุมย่อยเหลือเพียงคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันตามลำพัง ลูกน้องหนุ่มของพายรีบเก็บเอกสารแล้วขอตัวเดินเลี่ยงออกไปข้างนอกอย่างรู้งาน เพื่อเปิดทางให้บรรยากาศที่คุกรุ่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดได้ทำงาน
พิมพ์ตะวันถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม ทั้งหมั่นไส้ ทั้งประหลาดใจ และบางเบาด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ
"ใครใช้ให้คุณมาจุ้นจ้านเรื่องของฉันกันคะ... คุณสถาปนิก" พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความปากเก่งเอาไว้ แม้หัวใจข้างในจะเต้นผิดจังหวะไปบ้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่
รณกรไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างจงใจ ความสูงที่ได้เปรียบทำให้เขาโน้มตัวลงไปเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบ สายตาคู่คมที่มักจะเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยที่ร้อนแรงจนพิมพ์ตะวันต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความหวั่นไหว
"ผมไม่ได้จุ้นจ้านครับ..." รณกรเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย จนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ "...ผมแค่ทนเห็น 'คนเก่ง' แถวนี้โดนรังแกไม่ได้ ก็เท่านั้นเองครับ"
หัวใจของพิมพ์ตะวันกระตุกวาบอย่างรุนแรง เธอหันขวับกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำพูดและระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม
"คุณกร! ถอยไปเลยนะ ปากคอเราะร้ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..." พิมพ์ตะวันเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนเริ่มมีร่องรอยความเรื่อแดงลามเลียขึ้นมาถึงพวงแก้มอย่างปิดไม่มิด
รณกรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ สายตาของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในใจของหญิงสาว
"แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้ใจร้ายกับทุกคน ยกเว้นแค่คุณคนเดียวล่ะครับ พิมพ์ตะวัน"
พิมพ์ตะวันลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดโต้แย้งนับร้อยที่เตรียมไว้สะดุดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของรณกรเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่เส้นผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มของเธออย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่นุ่มนวลจนหัวใจคนปากแข็งแทบหลุดออกมานอกอก
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งสองคนกำลังหลอมละลายกำแพงทั้งหมดลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูห้องทันที
"อ้าว คุณกร... อยู่ที่นี่เองหรอกเหรอครับ ผมกำลังตามหาอยู่พอดี พอดีทางบอร์ดบริหารฝากเอกสารด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ของ 'อาจารย์ศิวา' มาให้คุณพิจารณาร่วมกันซะหน่อย..."
ร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
รณกรชะงัก ชักมือกลับทันทีอย่างเสียดดาย ขณะที่พิมพ์ตะวันรีบผละถอยหลังออกห่างจากเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
และเมื่อสถาปนิกหนุ่มหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบก็ต้องหรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ เมื่อพบว่าคนที่ถือเอกสารเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายนี้... คือ "ศิวา" ตัวจริงเสียงจริงที่ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับพวกเขาพร้อมรอยยิ้มปริศนาที่แฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันตราย!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับโมเมนต์ซึนๆ ของคุณกรกับพายด้วยกันเสมอนะครับ!)*
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 11
รอยยิ้มที่หายาก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!