เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 11

รอยยิ้มที่หายาก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณศิวา... งั้นเหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากของรณกรอย่างแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยมวลความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวในห้องทำงานกระจกใสดรอปลงไปหลายถูมิภาค ปลายสายคือเสียงหัวเราะแห้งๆ ของเลขานุการสาวที่พยายามกลบเกลื่อนความตึงเครียดผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ นิ้วเรียวแกร่งของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเป็นจังหวะกระชั้นชิด ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านบานกระจกออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางของสำนักงานวิศวกรรม ที่ซึ่งโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ศิวา... อดีตอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ และเป็นรุ่นพี่ตัวฉกาจที่เคยฝากรอยแผลไว้ในอดีต การกลับมาของอีกฝ่ายในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน และมันยิ่งทำให้เกมการแข่งขันครั้งนี้อันตรายขึ้นเป็นทวีคูณ รณกรกดตัดสายทิ้งโดยไม่ร่ำลา ความหงุดหงิดพุ่งพล่านอยู่ในอกไม่ใช่เพราะกลัวคู่แข่ง แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าการเข้ามาของศิวาจะทำให้ ‘ใครบางคน’ ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลโดยไม่จำเป็น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเข้มถูกจัดให้เข้าที่อย่างเนียบกริบตามระเบียบวินัยที่เขายึดถือ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังโซนปฏิบัติการของทีมวิศวกรโครงสร้าง ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ปกติแล้วสถาปนิกมาดนิ่งอย่างเขาไม่ค่อยเอาตัวเข้ามาคลุกคลีสุ่มสี่สุ่มห้า หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือน ทว่า เมื่อเดินมาถึงมุมอับสายตาใกล้ห้องประชุมย่อย เสียงพูดคุยที่ลอดผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้ก็ทำให้ฝีเท้าของรณกรต้องชะงักกึก "ร้องไห้ตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างมันตั้งตรงขึ้นมาหรอกนะ นิว" น้ำเสียงของพิมพ์ตะวันไม่ได้ดุดันและเฉียบคมเหมือนทุกครั้งที่เธอปะทะคารมกับเขา แต่มันกลับมีความนุ่มนวลอย่างประหลาดเจืออยู่ รณกรขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะโงกสายตาผ่านช่องว่างของบานประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้ร่างสูงถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ พิมพ์ตะวันในยามนี้ไม่ได้สวมมาตรสาวมั่นผู้ไร้ช่องโหว่ เธอกำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ โดยมีวิศวกรน้องใหม่ในทีมที่กำลังหน้าเสียน้ำตาคลอเบ้าเพราะคำวิจารณ์จากบอร์ดบริหารนั่งก้มหน้าคอตกอยู่บนเก้าอี้ "ผม... ผมกลัวว่าตัวเองจะทำให้ทีมพังครับพี่พาย ถ้าโปรเจกต์นี้หลุดมือไป บริษัทเราคง..." เด็กหนุ่มละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ พิมพ์ตะวันถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอยื่นมือเรียวไปตบไหล่ลูกน้องหนุ่มเบาๆ สองสามครั้ง "จำไว้นะนิว ความผิดพลาดในสนามจริงมันราคาแพงก็จริง แต่คนที่ล้มแล้วมัวแต่นั่งโทษตัวเอง ไม่สมควรได้ยืนอยู่ในสนามนี้ตั้งแต่แรก ความรับผิดชอบทั้งหมดฉันแบกไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งนายต้องลุกขึ้นมาแบกรับมันร่วมกับฉัน หน้าที่ของวิศวกรโครงสร้างไม่ใช่การมานั่งเสียใจกับตัวเลขที่ผิดพลาด แต่มันคือการแก้ปัญหา... เข้าใจไหม?" น้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยพลังและความจริงใจนั้น สะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของรณกร นี่คือมุมที่เขาไม่เคยเห็น... มุมของผู้หญิงที่ต้องแบกรับความคาดหวังมหาศาลไม่ต่างจากเขา แต่กลับเลือกที่จะใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นโล่กำบังให้คนข้างหลังปลอดภัย รณกรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความสนใจพุ่งชนเข้ากลางอกอย่างจัง ภาพของพิมพ์ตะวันในยามที่กำลังแย้มรอยยิ้มบางเบาเพื่อปลอบขวัญลูกน้อง เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ปราศจากหนามแหลมคมที่เธอใช้ป้องกันตัวจากโลกภายนอก มันเป็นรอยยิ้มที่งดงาม... งดงามจนหัวใจที่เคยปิดตายของสถาปนิกหนุ่มเกิดรอยร้าวขึ้นมาเงียบๆ "แหมๆ ดุเดือดกันจังเลยนะครับ ทีมนี้" เสียงทุ้มกวนประสาทดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำสะเทือนบรรยากาศเงียบงัน รณกรหันขวับไปมองด้วยสายตาคมกริบดั่งใบมีด ธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากอย่างชัดเจนเมื่อเห็นสถานการณ์ภายในห้อง พิมพ์ตะวันและลูกน้องในทีมหันขวับมามองผู้มาใหม่ สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที เธอรีบดึงหน้ากากความแข็งแกร่งกลับมาสวมทับทันทีราวกับไม่เคยมีมุมอ่อนโยนเมื่อครู่เกิดขึ้น "ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญทางอื่นครับ ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ต้อนรับคนนอก" พิมพ์ตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมบาดลึก ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธออย่างถือวิสาสะ สายตากวาดมองแบบแปลนบนโต๊ะด้วยความดูแคลน "คนนอกอะไรกันครับ อีกไม่นานเราก็คงต้องร่วมงานกันอย่าง 'ใกล้ชิด' กว่าที่คิด... โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์ศิวากลับมาคุมบังเหียนเองแบบนี้ ผมเกรงว่าโครงสร้างที่เธอออกแบบไว้ อาจจะต้องรื้อทำใหม่หมดตั้งแต่รากฐานเลยมั้งครับ พิมพ์ตะวัน" บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ รังสีความโกรธพุ่งขึ้นริ้วบนดวงหน้าสวยคม พิมพ์ตะวันกำมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอเกลียดที่สุดคือการถูกด้อยค่าความตั้งใจในการทำงาน แต่ก่อนที่พิมพ์ตะวันจะได้ตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอ ร่างสูงใหญ่ของรณกรก็ก้าวผ่านประตูเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของสถาปนิกหนุ่มจนธันวาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ รณกรปรายตามองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยแววตาเย็นเยียบที่ไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ทั้งสิ้น "เขตพื้นที่ของโปรเจกต์นี้ อยู่ในความรับผิดชอบของผมและคุณพิมพ์ตะวัน... ถ้าคุณธันวาว่างงานมากจนต้องมาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจทานตัวเลขบิดเบี้ยวในรายงานของคุณเองจะดีกว่านะครับ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องตลกให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะเอาทีหลัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างราบเรียบทว่าเฉียบขาด ทำเอาธันวาหน้าเสียไปถนัดตา รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าคู่ปรับเลือนหายไปในพริบตา "คุณกร... นี่คุณ..." ธันวาอ้าปากจะเถียง "เชิญครับ" รณกรผายมือไปยังประตูด้วยท่าทางสุภาพบุรุษแต่นัยน์ตากลับดุดันดั่งพายุ "หรือจะให้ผมเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยเชิญออกไปดีล่ะครับ" ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ปราบตามองรณกรสลับกับพิมพ์ตะวันที่มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความหงุดหงิด เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง ภายในห้องประชุมย่อยเหลือเพียงคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันตามลำพัง ลูกน้องหนุ่มของพายรีบเก็บเอกสารแล้วขอตัวเดินเลี่ยงออกไปข้างนอกอย่างรู้งาน เพื่อเปิดทางให้บรรยากาศที่คุกรุ่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดได้ทำงาน พิมพ์ตะวันถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม ทั้งหมั่นไส้ ทั้งประหลาดใจ และบางเบาด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ "ใครใช้ให้คุณมาจุ้นจ้านเรื่องของฉันกันคะ... คุณสถาปนิก" พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความปากเก่งเอาไว้ แม้หัวใจข้างในจะเต้นผิดจังหวะไปบ้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่ รณกรไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างจงใจ ความสูงที่ได้เปรียบทำให้เขาโน้มตัวลงไปเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบ สายตาคู่คมที่มักจะเย็นชาเสมอ บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยที่ร้อนแรงจนพิมพ์ตะวันต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนความหวั่นไหว "ผมไม่ได้จุ้นจ้านครับ..." รณกรเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย จนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ "...ผมแค่ทนเห็น 'คนเก่ง' แถวนี้โดนรังแกไม่ได้ ก็เท่านั้นเองครับ" หัวใจของพิมพ์ตะวันกระตุกวาบอย่างรุนแรง เธอหันขวับกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำพูดและระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม "คุณกร! ถอยไปเลยนะ ปากคอเราะร้ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..." พิมพ์ตะวันเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนเริ่มมีร่องรอยความเรื่อแดงลามเลียขึ้นมาถึงพวงแก้มอย่างปิดไม่มิด รณกรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ สายตาของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในใจของหญิงสาว "แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้ใจร้ายกับทุกคน ยกเว้นแค่คุณคนเดียวล่ะครับ พิมพ์ตะวัน" พิมพ์ตะวันลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดโต้แย้งนับร้อยที่เตรียมไว้สะดุดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของรณกรเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่เส้นผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มของเธออย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่นุ่มนวลจนหัวใจคนปากแข็งแทบหลุดออกมานอกอก ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งสองคนกำลังหลอมละลายกำแพงทั้งหมดลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูห้องทันที "อ้าว คุณกร... อยู่ที่นี่เองหรอกเหรอครับ ผมกำลังตามหาอยู่พอดี พอดีทางบอร์ดบริหารฝากเอกสารด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ของ 'อาจารย์ศิวา' มาให้คุณพิจารณาร่วมกันซะหน่อย..." ร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี รณกรชะงัก ชักมือกลับทันทีอย่างเสียดดาย ขณะที่พิมพ์ตะวันรีบผละถอยหลังออกห่างจากเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก และเมื่อสถาปนิกหนุ่มหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบก็ต้องหรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ เมื่อพบว่าคนที่ถือเอกสารเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายนี้... คือ "ศิวา" ตัวจริงเสียงจริงที่ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับพวกเขาพร้อมรอยยิ้มปริศนาที่แฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันตราย! --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับโมเมนต์ซึนๆ ของคุณกรกับพายด้วยกันเสมอนะครับ!)*
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%