"ถอยไปพาย! อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นนะ!"
เสียงทุ้มต่ำของรณกรตวาดลั่นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมจนแก้วหูแทบแตก กลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศมืดสลัว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับกำลังเต้นระบำอยู่บนความโกลาหลของโถงทางเดินชั้นใต้ดิน
พิมพ์ตะวันไม่สนใจคำทักท้วง เธอคว้าไฟฉายคาดหัวขึ้นมาสวม มือเรียวที่เคยจับปากกาเขียนแบบอย่างบรรจง บัดนี้กำลังรื้อแผงควบคุมระบบสำรองอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอไม่มีความกลัวแม้แต่นิด มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ทำให้รณกรอยากจะจับเธอเหวี่ยงขึ้นบ่าแล้วแบกออกไปจากนรกขุมนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ถ้าไม่กู้ระบบนี้ภายในสิบนาที โครงสร้างเสาเข็มหลักที่เพิ่งเทคอนกรีตไปจะเสียหายทั้งหมด คุณรู้ใช่ไหมรณกรว่าถ้าโปรเจกต์นี้พัง งานหกเดือนของเราจะกลายเป็นขยะ!" พิมพ์ตะวันหันมาตวาดกลับ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความเครียดแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว
"แล้วชีวิตคุณล่ะ! มันคุ้มเหรอถ้าต้องแลกกับคอนกรีตพวกนั้น!" รณกรพุ่งเข้าไปกระชากแขนเธอ หวังจะดึงให้ถอยห่างจากตู้ควบคุมที่มีประกายไฟแลบออกมาเป็นระยะ
"มันคืองานของฉัน!" เธอสะบัดแขนออกพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก "คุณน่ะ... ถอยไปเป็นคุณชายสถาปนิกที่ยืนสั่งงานสวยๆ บนตึกเถอะ ส่วนงานสกปรกพวกนี้ ปล่อยให้วิศวกรอย่างฉันจัดการเอง อย่าลืมสิว่าเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเพื่อนเล่นกัน"
รณกรนิ่งอึ้ง สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าเปื้อนเขม่าของเธอ ความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเย็นชาเริ่มปะทุจนควบคุมไม่อยู่ เขาไม่ได้กลัวงานพัง แต่เขากลัว... กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นอะไรไป
"ดี" รณกรแค่นเสียงเย็น "ในเมื่อคุณดื้อนัก ก็ทำไป แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมจะลากคุณออกไปเอง ไม่ว่าคุณจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม"
เขาทรุดตัวลงข้างเธอ ถอดแจ็กเก็ตตัวนอกออกแล้วคลุมไหล่ให้พิมพ์ตะวันเพื่อป้องกันสะเก็ดไฟ ก่อนจะคว้ากล่องเครื่องมือมาวางข้างตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นควันไฟทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบขาดผึง
"ทำไมต้องมาเสี่ยงด้วย" พิมพ์ตะวันถามเสียงแผ่ว ขณะมือยังวุ่นวายกับการต่อสายไฟ "คุณเกลียดงานที่นี่ไม่ใช่เหรอ"
"ผมไม่ได้เกลียดงาน" รณกรตอบโดยไม่หันมามอง แต่ปลายนิ้วของเขาแอบสั่นเมื่อแตะโดนหลังมือเธอท่ามกลางความมืด "ผมแค่เกลียดความไม่เอาไหน... และเกลียดคนที่ชอบเอาตัวเองไปวางไว้ในที่อันตรายโดยไม่นึกถึงหัวอกคนที่เขายืนมองอยู่"
พิมพ์ตะวันชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาดูคลุมเครือเกินกว่าจะเป็นแค่การตำหนิลูกน้องทั่วไป เธอได้แต่กัดริมฝีปากแน่น เร่งมือจัดการวงจรไฟฟ้าจนไฟสถานะสีเขียวเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยค่อยๆ เงียบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับใจคนทั้งสอง
ทว่า ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประตูทางเชื่อมชั้นใต้ดินถูกกระชากเปิดออกพร้อมร่างของธันวาที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤต
"ดูเหมือนพวกคุณจะทำผลงานได้ดีนี่ครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แต่แฝงไปด้วยนัยยะที่ฟังแล้วน่าขนลุก "แต่เสียใจด้วยนะครับ... ทางบอร์ดบริหารตัดสินใจแล้ว ว่างานส่วนนี้จะต้องถูกโอนไปให้บริษัทผมดูแลแทน เนื่องจากมองว่าทีมของคุณขาดความพร้อมและปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อุกอาจแบบนี้ขึ้น"
พายลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความโกรธจัด "คุณหมายความว่าไง! นี่มันงานของทีมเรานะธันวา คุณทำแบบนี้มันทุเรศเกินไปแล้ว!"
"ผมไม่ได้ทำอะไรครับพาย ผมแค่ทำตามคำสั่ง... และถ้าอยากรู้อะไรมากกว่านี้ พรุ่งนี้เช้าบอร์ดบริหารเรียกพวกคุณเข้าพบด่วน"
ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงคืบ เขาจงใจโน้มตัวลงกระซิบข้างหูพิมพ์ตะวันในระดับที่รณกรสามารถได้ยินชัดเจน "เตรียมเก็บของออกจากไซต์งานได้เลยนะคนสวย... เพราะนี่คือคำสั่งจาก 'เบื้องบน' ที่คุณปฏิเสธไม่ได้"
รณกรก้าวเข้ามาขวางกลางวงทันที แรงกดดันจากตัวเขาส่งผลให้ธันวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว รณกรคว้าข้อมือพิมพ์ตะวันไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่แข่ง
"ถ้าบอร์ดอยากได้ผมออก เขาก็ต้องมาพูดเอง" รณกรเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่น "และจำไว้ธันวา... อะไรที่เคยเป็นของผม ไม่ว่าจะเป็นงาน หรือคนของผม อย่าหวังว่าคุณจะได้แตะแม้แต่ปลายเล็บ"
ธันวาแสยะยิ้มก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความกดดันที่พุ่งสูงขึ้น รณกรหันกลับมามองพิมพ์ตะวันที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธและเหนื่อยล้า เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือเธอ เปลี่ยนมาเป็นกำมือเธอไว้หลวมๆ อย่างปลอบประโลม
"ลืมเรื่องธันวาไปก่อน" รณกรกระซิบ เสียงของเขาอ่อนลงกว่าทุกครั้งที่เคยฟังมา "คืนนี้... เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ว่าทำไมคุณถึงยอมทำขนาดนี้เพื่อบริษัทที่กำลังจะเตะคุณออก"
พิมพ์ตะวันเงยหน้าสบตาเขาท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินที่เหลือเพียงดวงเดียวที่ยังสว่างอยู่ ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก พร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งชั้นใต้ดิน
ผู้บริหารระดับสูงสามคนเดินนำโดยมีเลขาฯ ประจำตัวเดินตามหลัง ทั้งหมดหยุดยืนต่อหน้าพวกเขาทั้งคู่ คนกลางที่เป็นประธานกรรมการจ้องมองรณกรและพิมพ์ตะวันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"รณกร... พิมพ์ตะวัน" ชายสูงวัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "พวกคุณรู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่ทำลงไปในวันนี้... มีความผิดร้ายแรงแค่ไหน"
พายขยับปากจะเถียง แต่รณกรบีบมือเธอไว้แน่นเชิงห้ามปราม บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ การตัดสินใจของพวกเขาในคืนนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของทั้งสองคนไปตลอดกาล
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของตัวละครที่ผมรักนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
ดรากอนไรเดอร์
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 14
แรงกดดันจากเบื้องบน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!