กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ ทำให้มุมหนึ่งของคาเฟ่กึ่งออฟฟิศย่านอารีย์กลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อม รณกรยืนกอดอกนิ่งสนิท สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองที่กำลังยืนโน้มตัวเข้าหาพิมพ์ตะวันด้วยระยะห่างที่เกินความจำเป็น
ธันวา... คู่ปรับตัวฉกาจในวงการวิศวกรรมโครงสร้างกำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงตรงหน้าหญิงสาว
"ผมว่าเรื่องปรับแก้สเปกเหล็กคานช่วงตึก B เราคุยกันต่อยาวๆ มื้อค่ำนี้น่าจะเหมาะกว่านะครับคุณพาย ร้านเดิมที่คุณชอบ... ผมจองโต๊ะริมกระจกเอาไว้แล้ว" ธันวาจงใจทิ้งเสียงทุ้มต่ำเป็นเชิงรุกอย่างเปิดเผย
พิมพ์ตะวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน เธอยังไม่ทันจะได้เปิดปากปฏิเสธตามสไตล์วิศวกรสาวปากกล้า ร่างสูงสง่าของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาก็สาวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างแม่นยำ
"พอดีว่าค่ำนี้... พิมพ์ตะวันมีนัดตรวจแบบแปลนโครงสร้างขั้นสุดท้ายกับทางผมครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา รณกรก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ตะวันโดยธรรมชาติ มือหนายกขึ้นโอบไหล่บางไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นราวกับประกาศความเป็นเจ้าของทางพฤติกรรม สายตาที่เขามองธันวานั้นว่างเปล่า แต่เฉียบคมเสียจนอีกฝ่ายต้องชะงักถอยหลังไปครึ่งก้าว
ธันวาหุบยิ้มลงเล็กน้อย ปรายตามองมือที่วางอยู่บนไหล่ของพิมพ์ตะวันก่อนจะหัวเราะในลำคอ "อ้าว นึกว่าคุณกรจะสนใจแค่งานดีไซน์สถาปัตยกรรมสวยหรูเสียอีกครับ ถึงกับต้องลงมาดูแลเรื่องโครงสร้างปลีกย่อยเองเลยเหรอเนี่ย"
"งานของผม... ผมย่อมรู้ดีว่าใครควรดูแล และใครที่ควร 'ถอยไปให้พ้นทาง' เมื่อไม่จำเป็นครับ" รณกรเน้นเสียงทีละคำอย่างสุภาพ แต่เจ็บแสบถึงกระดูกดำ
พิมพ์ตะวันแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกาย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความหงุดหงิดที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คมของรณกรไม่ได้เล็ดลอดไปจากสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย ผู้ชายปากหนักคนนี้น่ะนะ... เวลาหึงมักจะมีวิธีแสดงออกที่ชวนให้หมั่นไส้แต่ก็ชวนให้ใจสั่นในเวลาเดียวกันทุกที
"ขอบคุณสำหรับคำชวนนะคะคุณธันวา แต่พอดีฉันเป็นคนรับผิดชอบงานสูงค่ะ งานสถาปัตยกรรมกับวิศวกรรมต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน ถ้าฉันโดดไปกินข้าวกับคุณแล้วปล่อยให้งานของทีมมีปัญหา มีหวังใครบางคนแถวนี้คงได้นั่งหน้ายักษ์ใส่ฉันจนตึกถล่มพอดี" พิมพ์ตะวันจงใจลอยเสียงสูงแซะคนข้างกายอย่างอารมณ์ดี
รณกรปรายตามองค้อนเธอทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่กระนั้นมุมปากหยักลึกก็แอบกระตุกยิ้มขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะปรับเป็นเรียบเฉยตามเดิมอย่างรวดเร็ว
"เข้าใจตรงกันแล้วก็เก็บเอกสารของคุณแล้วกลับไปซะครับ ธันวา เวลาของสถาปนิกและวิศวกรมืออาชีพเขาใช้คุยเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" รณกรตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะผายมือเชิญกลายๆ
เมื่อร่างของธันวาเดินลับหายออกไปจากประตูร้าน บรรยากาศรอบตัวจึงกลับมาผ่อนคลายลง ทว่าความเงียบที่เข้าปกคลุมกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด รณกรยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากไหล่ของเธอ พิมพ์ตะวันจึงแสร้งทำเป็นกอดอกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ไหนคะ... งานตรวจแบบแปลนขั้นสุดท้ายที่ว่า โกหกหน้าตายเลยนะคุณสถาปนิก"
"ผมไม่ได้โกหก" รณกรตอบเสียงนิ่ง ก้มหน้าลงมองเธอระยะประชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แบบแปลนโครงสร้างช่วงตึก B มีจุดที่ต้องแก้จริงๆ และคุณก็ต้องนั่งเคลียร์กับผมตรงนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย"
"โอ้โห เผด็จการชัดๆ" พิมพ์ตะวันทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ แต่ยอมทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยดี "ไหนล่ะคะแบบที่ว่า ว่ามาเลยค่ะท่านสถาปนิกผู้เคร่งครัด ฉันมีเวลาน้อยนะ"
รณกรดึงเก้าอี้มานั่งลงใกล้จนแทบจะชิดกัน เขาวางแท็บเล็ตลงตรงกลาง แต่นิ้วเรียวยาวกลับไม่ได้เลื่อนเปิดไฟล์งานอย่างที่ปากพูด สายตาคมกริบกลับจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเข and เธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"หงุดหงิดเหรอครับ" พิมพ์ตะวันเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก "ตอนที่เห็นฉันคุยกับธันวาเนี่ย คุณทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวเขาเข้าไปสดๆ เลยนะ"
รณกรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามฟอร์ม เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟลอยเข้าจมูกของพิมพ์ตะวัน พาเอาสติสัมปชัญญะของเธอเริ่มรวนเร
"รู้ตัวดีนี่ครับ" รณกรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน "แล้วรู้ด้วยไหมครับว่า... ผมไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้น และไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาเสนอตัวพาคุณไปไหนทั้งนั้น"
คำพูดตรงไปตรงมาแบบไร้การปรุงแต่ง แต่กลับทรงพลังทำลายล้างกำแพงความรู้สึกของพิมพ์ตะวันจนราบคาบ หัวใจของวิศวกรสาวเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจะหาคำพูดกวนประสาทมากลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกมนต์สะกด
"คุณกร... นี่คุณ..."
ก่อนที่พิมพ์ตะวันจะได้เอ่ยประโยคใดออกมา เสียงแจ้งเตือนข้อความในแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นขัดจังหวะ รณกรขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองหน้าจอ ทันใดนั้น สีหน้าสุขุมนุ่มลึกของสถาปนิกหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับพิมพ์ตะวันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
"มีอะไรเหรอคะ" พิมพ์ตะวันถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา
รณกรไม่ตอบในทันที เขายื่นแท็บเล็ตให้เธอดำเนินการดูข้อความนั้นด้วยตัวเอง ข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลก แต่ชื่อผู้ส่งและเนื้อหาข้างในกลับทำให้เลือดในกายของพิมพ์ตะวันเย็นเฉียบลงในพริบตา
*‘ระวังตัวไว้ให้ดี... โปรเจกต์ตึก B กำลังจะพังทลายลง เหมือนกับอดีตที่เธอเคยหนีมาตลอด’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 15
ท่ามกลางความสับสน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!