เสียงปิดประตูรถยนต์คันหรูที่ดังสะท้อนก้องลานจอดรถชั้นใต้ดินของสำนักงานสถาปนิกในยามวิกาล ยังคงทิ้งคลื่นความตึงเครียดให้ค้างเติ็งอยู่ในอากาศ รณกรยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นเป็น2ลูกนูน ขณะที่สายตาคู่คมยังคงจดจ้องไปยังรถของธันวาที่เพิ่งเคลื่อนตัวออกไปลับตา ความเดือดดาลจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้จางหาย แต่มันกลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่ลึกล้ำกว่านั้น เมื่อเขารู้สึกตัวว่า… เขากำลังปล่อยให้ความหึงหวงไร้เหตุผลครอบงำตัวเองต่อหน้าผู้ชายคนนั้น
"คุณจะยืนเป็นเสาหินประดับลานจอดรถอีกนานไหมครับ หรือว่าค่าจอดรถที่นี่คิดเป็นรายชั่วโมงจนคุณเสียดายเงิน?"
น้ำเสียงติดจะกวนประสาทแต่เจือความเหนื่อยล้าดังขึ้นจากด้านข้าง พิมพ์ตะวันยืนกอดอกพิงเสาปูนซีเมนต์ แผ่นหลังบางแนบชิดกับโครงสร้างเย็นเยียบ ดวงตากลมโตคู่สวยมองเขาด้วยแววตาที่อ่านยาก แม้ปากจะยังคงหาเรื่องตามสัญชาตญาณ แต่ร่องรอยความไหวระริกในดวงตาคู่นั้นก็หลบสายตาคนช่างสังเกตอย่างรณกรไม่พ้น
รณกรถอนหายใจยาวนาน พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าที่ เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"คุณควรจะห่วงตัวเองมากกว่าจะมาห่วงผมนะครับ พาย" รณกรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอดไรฟัน "ผู้ชายอย่างธันวาไม่ได้หวังแค่เรื่องงาน… คุณก็รู้ดีแก่ใจ ทำไมถึงยังเปิดช่องให้มันเข้าใกล้?"
พิมพ์ตะวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกำแพงความแข็งกร้าวที่เธอมักใช้ปกป้องตัวเองเสมอ
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาเดือดร้อนด้วยล่ะคะ คุณกร? เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เป็นคู่กัดในโปรเจกต์นี้ หรือบางทีคุณอาจจะลืมไปแล้วว่าสถานะของเรามันคืออะไร" คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีด แต่เสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยในตอนท้ายกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมดของเธอ
รณกรนิ่งงันไป เขามองลึกลงไปในดวงตาของวิศวกรสาว ปมในอดีตที่เธอเก็บงำไว้ การถูกหักหลังในสายงานจนกลายเป็นคนสร้างกำแพงสูงลิ่วเพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ เขาเข้าใจมันดี… เพราะตัวเขาเองก็กำลังแบกรับความคาดหวังและรอยแผลเป็นจากตระกูลสถาปนิกที่พร้อมจะบดขยี้ความสุขส่วนตัวได้ทุกเมื่อเช่นกัน
ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ จากรถคันอื่นที่ขับผ่านไปไกลๆ
"ผมเกลียดการถูกหักหลัง พาย…" รณกรเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าตกใจ มันไม่มีร่องรอยของความกวนประสาทหรือความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "และผมเกลียดตัวเองมากกว่า ที่บางครั้ง… ผมกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนแบบนั้น… คนที่ทำร้ายคุณซ้ำสอง"
พิมพ์ตะวันชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความแข็งกร้าวในดวงตาพังทลายลงในเสี้ยววินาที
"คุณหมายความว่ายังไง…"
"หมายความว่า… ที่ผมต้องผลักไสคุณออกไป ที่ผมต้องทำเป็นเย็นชาใส่คุณในบางครั้ง มันไม่ใช่เพราะผมไม่รู้สึกอะไรเลย" รณกรก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนร่างบางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนติดกับเสาปูนอย่างไร้ทางหนี มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนเสาปูนกั้นขนาบตัวเธอไว้ กลายเป็นการกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย "แต่เพราะผมรู้สึก… จนมันควบคุมไม่ได้ต่างหากล่ะครับ"
หัวใจของพิมพ์ตะวันเต้นระรัวราวกับกลองเพล คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ซัดเข้าใส่ความรู้สึกของเธอจนตั้งรับไม่ทัน ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกคนในสายงานหักหลังอย่างเลือดเย็นผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ แต่แปลกเหลือเกิน… ในวินาทีนี้ กำแพงทั้งหมดที่เธอสร้างมาแรมปีกลับสั่นคลอนด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประคำของสถาปนิกปากร้ายคนนี้
"คุณมันบ้า…" พิมพ์ตะวันกระซิบเสียงสั่น เธอน้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว ความกดดันทั้งเรื่องงาน เรื่องอดีต และความรู้สึกที่ซับซ้อนระหว่างเขากับเธอ มันประเดประดอนเข้ามาจนเธอแทบหายใจไม่ออก "คุณเอาแต่ใจตัวเองที่สุด คุณกร"
รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ หน้าผากของเขากดชิดเข้ากับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ริมขอบตาให้อย่างทะนุถนอม เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออก
"ผมรู้… และผมก็เกลียดตัวเองที่ต้องเป็นแบบนี้กับคุณแค่คนเดียว" รณกรกระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับพาย… เรื่องในอดีตของคุณ ที่ทำให้คุณต้องสร้างกำแพงหนาเตอะนี่ขึ้นมา… ให้ผมได้รู้ว่าผมต้องระวังตรงไหน เพื่อจะไม่เดินไปเหยียบแผลเก่าของคุณอีก"
พิมพ์ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำหมัดแน่นเข้าหากันก่อนจะคลายออกช้าๆ ลมหายใจสะื้นเฮือกใหญ่หลุดออกมาจากอกบาง เธอกำลังจะเปิดประตูห้องหัวใจที่ปิดตายให้ผู้ชายคนนี้ได้เห็นซอกมุมที่เจ็บปวดที่สุด
ทว่า… ในวินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อiนเอ่ยความจริงทั้งหมด
*กริ๊กลั่น!...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในมุมมืดของลานจอดรถ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตะโกนก้อง
"เฮ้ย! ตรงนั้นทำอะไรกันน่ะ ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับบ้าน!"
ทั้งรณกรและพิมพ์ตะวันสะดุ้งสุดตัว รณกรผละออกจากตัวเธออย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พิมพ์ตะวันรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มลวกๆ และจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
รณกรหันไปมองต้นเสียงด้วยแววตาคมกริบที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะสำคัญนี้ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากไล่ ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก็ก้าวพ้นเงาสลัวออกมาจากเสาอีกต้น พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากที่ทำให้รณกรต้องหรี่ตาลงทันที
"อ้าว… ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณสองคน… พอดีผมลืมเอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะทำงานน่ะครับ"
ธันวายืนกอดอกพิงรถของตัวเอง ดวงตาคู่คมกวาดมองรณกรและพิมพ์ตะวันสลับกันไปมาด้วยแววตาสสมเพชแกมเยาะหยัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มกำลังใจให้ "ดรากอนไรเดอร์" คนนี้เสมอนะครับ
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 17
ข้ามเส้นความสัมพันธ์
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!