"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้โครงสร้างเหล็กกล้าคานเดี่ยวตามแบบที่ธันวาเสนอมา โปรเจกต์นี้พับฐานความฝันลงถังขยะได้เลยครับ คุณพิมพ์ตะวัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของรณกรดังขึ้นแทรกความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ แววตาคมกริบดุจใบมีดกวาดมองหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่ฉายภาพโมเดลสามมิติของอาคารคอมเพล็กซ์มูลค่าหลายพันล้าน บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก เมモ (Memo) ที่เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อครู่ชี้ชัดว่า ข้อมูลลับการออกแบบโครงสร้างเฟสแรกถูกส่งต่อไปยังบริษัทคู่แข่งอย่างสมบูรณ์แบบ และคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับนั้น... มีเพียงพวกเขาสองคนในห้องนี้
พิมพ์ตะวันหน้าถอดสีในพริบตา เลือดในกายเย็นเฉียบลงจนชาไปทั้งร่าง เช่นเดียวกับแววตาของรณกรที่เปลี่ยนเป็นคมกริบ ความหนาวเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาถูกตลบหลังอย่างเจ็บแสบที่สุดเข้าแล้ว
"คุณกำลังจะบอกว่าฉัน... ขายข้อมูลให้ธันวางั้นเหรอคะ สถาปนิกกร!" พิมพ์ตะวันกระแทกเสียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนตกใจ เธอกำแฟ้มในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด "คิดว่าฉันใจง่ายขนาดเอาชื่อเสียงสิบปีในวงการวิศวกรโครงสร้างมาแลกกับเศษเงินของบริษัทคู่แข่งรึไง!"
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าคุณเป็นคนทำ" รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดดันอันทรงพลังแผ่ซุมเข้ามาจนพิมพ์ตะวันต้องผถอยหลังไปชนขอบโต๊ะกระจก "แต่พาสเวิร์ดบัญชีคลาวด์มีแค่เราสองคนที่รู้ ถ้าไม่ใช่คุณ... แล้วมันจะหลุดออกไปจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของผมได้ยังไง"
"ก็เพราะระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณมั่นนักมั่นหนามันห่วยแตกยังไงล่ะ!"
พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง แม้ลึกๆ ในอกหัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวข้อกล่าวหา แต่เพราะความใกล้ชิดที่ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว รณกรสูงกว่าเธอมากจนเงาของเขาทาบทับร่างเธอไว้ทั้งหมด ไหล่กว้างและแผงอกแข็งแกร่งอยู่ใกล้เสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา
รณกรนิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริมจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววทิฐิไม่ยอมแพ้ เขาไม่ได้ถอยหลังหนี กลับกัน... มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นท้าวกับขอบโต๊ะกระจกด้านหลังสะโพกกลมกลึงของเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย
"ปากเก่งจังนะครับ... เวลาจนมุม" น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจที่ทำให้คนฟังใจกระตุก "แต่ถ้าเรามัวแต่มานั่งเถียงกันหาคนผิดแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าที่เราต้องส่งแบบรีวิวจริงให้กับคณะกรรมการประมูลงาน... เราคงได้เอาโปรเจกต์นี้ไปโยนทิ้งน้ำสมใจธันวาแน่ๆ"
"แล้วคุณจะให้ทำยังไงล่ะคะ ในเมื่อข้อมูลโครงสร้างหลักถูกแก้ไปหมดแล้ว!" พิมพ์ตะวันกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเกลียดความจริงที่ว่า... ต่อให้เธอเก่งแค่ไหน แต่ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ คนที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอและตามแก้เกมได้ทันท่วงทีกลับเป็นผู้ชายปากร้ายคนนี้
"ทำงานสครับ" รณกรตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "รื้อโครงสร้างทั้งหมดแล้วคำนวณใหม่ตั้งแต่ศูนย์... ภายในคืนนี้"
คำพูดนั้นทำเอาวิศวกรสาวยืนอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทัน "คุณบ้าไปแล้วเหรอ! งานโครงสร้างตึกระฟ้าขนาดนี้ จะให้รื้อแก้ใหม่ภายในคืนเดียวเนี่ยนะ ให้ฉันไปนั่งทางในหรือไง!"
"ผมไม่เคยบ้า และผมก็ไม่ได้ให้คุณทำคนเดียว" รณกรถอนหายใจยาว พลางลดมือลงจากขอบโต๊ะ เขาผละตัวออกห่างเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เธอได้สูดอากาศหายใจเต็มปอด ก่อนจะเดินอ้อมไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานที่เย็นชืดแล้วเททิ้ง "ถ้าคุณยังอยากชนะไอ้ธันวา และถ้าคุณยังมีความรับผิดชอบต่อโปรเจกต์นี้พอ... ก็หยิบแท็บเล็ตแล้วเดินตามผมมาที่ห้องทำงานส่วนตัวซะ"
ยามวิกาลล่วงเข้าสู่ช่วงตีสอง บรรยากาศภายในห้องทำงานกระจกใสบนชั้นบนสุดของสำนักงานสถาปัตยกรรมเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะและแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่สาดส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของคนทั้งคู่
พิมพ์ตะวันนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว กองเอกสารและพิมพ์เขียวจำลองเกลื่อนกลาดรอบตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการจ้องหน้าจอติดต่อกันหลายชั่วโมง ผมยาวที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยตอนนี้หลุดลุ่ยตกลงมาเคลีย1ข้างแก้มอย่างไม่เป็นทรง
รณกรเดินถือแก้วช็อคโกแลตร้อนส่งควันฉุยมาวางตรงหน้าหญิงสาว โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ
พิมพ์ตะวันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อไล่ความอ่อนล้า "อะไรคะนี่... นึกว่าคุณจะสั่งให้ฉันดื่มกาแฟดำเข้มๆ เพื่อทรมานเล่นเสียอีก"
"คุณทำงานให้ผมมาสิบชั่วโมงติดต่อกันแล้ว ถ้าคาเฟอีนเข้าร่างมากกว่านี้ คุณคงได้ช็อกตายคาโต๊ะทำงานก่อนที่งานจะเสร็จ และผมไม่อยากโดนข้อหาฆาตกรรมโดยประมาท" รณกรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้าม ร่างสูงถอดสูทสีเทาเข้มออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น2ทบเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยยามขยับมือพิมพ์คีย์บอร์ด
พิมพ์ตะวันแอบมองภาพนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนสายตาหนีแล้วยกแก้วช็อคโกแลตร้อนขึ้นจิบ ไออุ่นจากเครื่องดื่มช่วยบรรเทาความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศและคลายความตึงเครียดในอกลงได้บ้าง รสชาติหวานละมุนกำลังดีทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าผู้ชายจอมเนี๊ยบและปากร้ายอย่างรณกรจะมีความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้
"อร่อยดี... ขอบคุณค่ะ" เธอพึมพำเบาๆ แทบไม่ได้ยิน
"ว่าอะไรนะฃครับ?" รณกรชะงักมือที่กำลังพิมพ์ หันมามองเธอด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ ลองพูดใหม่อีกทีซิ อยากฟังชัดๆ"
"เปล่าสักหน่อย! ฉันบอกว่าช็อคโกแลตร้อนนี่มันหวานเกินไปต่างหาก!" พิมพ์ตะวันรีบแก้ตัวเสียงสูง แก้มเนียนนวลขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัวว่าความเหนื่อยล้าทำให้เกราะป้องกันตัวของเธอลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว
รณกรแค่นหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่พิมพ์ตะวันได้เห็นรอยยิ้มจริงๆ บนใบหน้าหล่อเหลานั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันแบบที่เขาชอบใช้เวลาเถียงกับเธอ แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" รณกรพึมพำเสียงทุ้ม เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงเข้ามาหาเธออีกครั้ง ก่อนที่พิมพ์ตะวันจะทันได้ตั้งตัว ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบแนบชิด ไหล่ของเขาสัมผัสกับไหล่ของเธอ
"นี่... คุณ! จะมานั่งเบียดอะไรตรงนี้เนี่ย โซฟามีตั้งกว้าง" พิมพ์ตะวันโวยวายเบาๆ พยายามขยับตัวหนี แต่ติดที่พนักโซฟาและกองเอกสารด้านหลังทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
"อย่าดิ้นสิครับ" รณกรเอื้อมมือผ่านหน้าเธอไปเพื่อหยิบแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนพิมพ์ตะวันต้องกลั้นหายใจ ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเธอสามารถนับขนตางอนยาวและมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่คมกริบนั้นได้ชัดเจน
"ดูตรงนี้สิครับ..." รณกรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มของเธอ "จุดรับน้ำหนักตรงคานหลักตรงนี้ ถ้าเราปรับองศาเหล็กค้ำยันลงอีกสองจุดสามองศา... แรงเฉือนทั้งหมดจะถูกถ่ายเทลงเสาหลักพอดี ไม่ว่าไอ้ธันวาจะพยายามแก้แบบยังไง มันก็ไม่มีทางคำนวณโครงสร้างนี้สู้เราได้แน่นอน"
พิมพ์ตะวันสมองตื้อตันไปหมด เธอมองตามนิ้วเรียวยาวของเขาที่ชี้ลงบนหน้าจอแท็บเล็ต แต่สารภาพตามตรงว่า... ตอนนี้สติสัมปชัญญะของเธอไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขวิศวกรรมพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ใกล้ชิดข้างใบหู กับอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนตัวโตกำลังหลอมละลายสติของเธอทีละน้อย
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ เบนสายตาจากหน้าจอขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ไม่ได้มองแท็บเล็ตอีกต่อไปแล้ว... แต่เขากำลังจ้องมองริมฝีปากของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงและแรงดึงดูดมหาศาลที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด
"คุณกร..." พิมพ์ตะวันกระซิบเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับถูกสะกดจิต
รณกรไม่ได้ตอบคำถาม มือข้างที่ถือแท็บเล็ตวางมันลงบนโต๊ะอย่างไร้ความหมาย ก่อนที่นิ้วเรียวอุ่นจัดจะเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอทัดหูให้อย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"พาย..." เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเล่นของเธอเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวแทบหยุดเต้น "รู้ตัวไหมครับว่า... เวลาที่คุณดื้อกับผมน่ะ มันน่าจับมาลงโทษให้เข็ดหลาบแค่ไหน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในความเงียบงัน ร่างสูงค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากหยักสวยอยู่ห่างจากริมฝีปากของเธอน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันแนบแน่น สื่อความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาแทนที่คำพูดนับร้อยพัน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนจนกระเจิงในพริบตา!
"คุณรณกรครับ! เอกสารด่วนจากคณะกรรมการประมูลงานส่งมาถึงแล้วครับ!" เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังทะลุเข้ามา พร้อมกับที่บานประตูกระจกถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยไม่มีการรอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย!
รณกรชะงักกึก แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธอย่างชัดเจนในเสี้ยววินาที ขณะที่พิมพ์ตะวันสะดุ้งสุดตัว รีบผลอกร่างหนาออกห่างแล้วกระโดดเด้งตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟาหน้าแดงแจ๋ด้วยความตื่นตระหนก
รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่นในอก เขากวาดสายตามองเลขาหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าประตูด้วยแววตาดุจคมมีด ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหัวเสียสุดขีด
"วางไว้... แล้วไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนลุ้นระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะครับ!
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 5
มากกว่าแค่ร่วมงาน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!