เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 12

พันธะแห่งความใคร่

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงหลังนี้ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย สำหรับรินรดาแล้ว มันคือห้องขังที่ไร้กรงขัง ซึ่งถูกตีตราจองด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของเอเดรียน วอล์คเกอร์ มาเฟียหนุ่มผู้มองโลกผ่านมุมมองของเกมกระดานและการครอบครอง ทุกย่างก้าวที่เธอย่างเหยียบ ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนก ล้วนแต่อยู่ภายใต้สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นที่คอยจับจ้องราวกับแมวหยอกหนู "เกมนี้เธอเป็นฝ่ายเดินตกหลุมพรางเองนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหู ทั้งที่ร่างสูงใหญ่ของเอเดรียนยังคงยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานกระจกนิรภัย แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งความกระหายใคร่รู้ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพง รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธผสมผสานกับความหวาดกลัววิ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือด เธอยืนพิงโต๊ะทำงานไม้สักทองเพื่อพยุงร่างที่สั่นเทา ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ฉันไม่ได้ตกหลุมพรางของคุณ... ฉันแค่ไม่มีทางเลือกต่างหาก" เธอกัดฟันตอบ น้ำเสียงสั่นพร่าแต่พยายามแข็งกร้าว "ทางเลือกเหรอ?" เอเดรียนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น ก่อนที่ร่างหนาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างนับเมตรก็ถูกย่นย่อลงจนเหลือศูนย์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคืบของเธอ ลากดึงเข้าหาร่างแกร่งอย่างไร้ความปราณี แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นจางๆ ของนิโคตินโชยเข้าปะทะนาสิกจนสมองตื้อตัน "คนที่ไม่มีทางเลือก... ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองสายตาแบบนั้นใส่ฉัน" นิ้วเรียวยาวแต่ทรงพลังของเอเดรียนเชยคางเธอมั่น บังคับให้รินรดาต้องแหงนเงยขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมของเขาดาร์กสนิทและลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรยามราตรี มันเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่รุนแรงจนเธอแทบละลาย รินรดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งนั้นกลับตรึงใบหน้าเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ความตึงเครียดระอุขึ้นในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก รสชาติของการปะทะระหว่างอำนาจและศักดิ์ศรีเดินทางมาถึงจุดแตกหัก ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดและเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำของคนทั้งคู่ ริมฝีปากหยักหนาโน้มลงมาประชิดชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มก่อนที่เขาจะบดจูบลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะครอบครอง ทว่าเมื่อรินรดาพยายามจะเบือนหน้าหนีและขัดขืนด้วยการใช้มือเรียวทุบเข้าที่อกแกร่ง เอเดรียนกลับยิ่งรุกหนักขึ้น มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปขยุ้งเส้นผมยาวสลวยจนศีรษะเธอน้อมรับองศาการจูบได้ถนัดถนี่ รสสัมผัสเปลี่ยนจากความรุนแรงกลายเป็นความลุ่มลึกและวาบหวาม เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาครางอือในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบยาบลงทีละน้อย ความรู้สึกต่อต้านพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนที่เขาจงใจจุดไฟขึ้น มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ตัวเองล้มพับลงไปกองกับพื้น เอเดรียนผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอบอกับตัวเองว่านี่คือความพ่ายแพ้ ร่องรอยสีแดงระเรื่อบนริมฝีปากบวมเจ่อทำให้มาเฟียหนุ่มนัยน์ตาลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เขาไล้ปลายนิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำใสที่มุมปากให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่าประหลาด ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "เก่งนักไม่ใช่เหรอ... ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะ รินรดา" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาขนลุกเกรียว "คุณ... คุณมันเผด็จการ..." เธอหอบหายใจตัวโยน หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ "ใช่... และเตอนนี้ เธอก็เป็นเชลยของคนเผด็จการคนนี้เต็มตัวแล้ว" เอเดรียนไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว ร่างสูงช้อนอุ้มรินรดาขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวทันที หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ รีบคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าเขากำลังก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขาเอง—ดินแดนต้องห้ามที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ประตูห้องนอนถูกผลักให้ปิดลงด้วยเท้าของเขาเอง ความมืดสลัวภายในห้องถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียง เอเดรียนวางเธอลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่ม ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้ขยับตัวหนี ร่างหนาก็ตามทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ยันค้ำกับฟูกนอน น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้รู้ซึ้งถึงความแตกต่างทางสรีระอย่างชัดเจน เอเดรียนก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สัมผัสจากริมฝีปากและไรหนวดจางๆ ที่ระเร้าผิวเนื้อทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก เผลอแอ่นอกรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณอันตราย "อย่า... เอเดรียน..." เสียงท้วงติงของเธอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ และไร้ซึ่งพลังที่จะปฏิเสธ "สายไปแล้ว..." เขากระซิบชิดผิวเนื้ออ่อนนุ่ม มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว แววตาของเอเดรียนเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามที่มองสำรวจเรือนร่างของเชลยสาว ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงหมากในเกมอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกลับกลายเป็นสิ่งเสพติดชนิดเดียวที่เขาไม่อาจปล่อยมือ ค่ำคืนนี้ เส้นแบ่งระหว่างเจ้านายและเชลยได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจที่ประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน และพันธะแห่งความใคร่ที่พันธนาการพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไร้ทางหลุดพ้น ทว่า ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดที่หอมหวานที่สุด เสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบงันจากระบบรักษาความลับภายนอกเซฟเฮาส์ก็กะพริบขึ้นเป็นสีแดงวาบที่มุมห้องทำงาน... และก่อนที่เอเดรียนจะทันได้ผละตัวออกไปตรวจสอบ หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะหัวเตียงก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดรอบตัวอาคาร—ภาพของร่างคุ้นเคยในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งกำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาทางประตูหน้า พร้อมกับกุญแจสำรองที่ควรจะมีเพียงคนเดียวในโลกที่ถือครอง! ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%