เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 13

ความหวังริบหรี่

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาทางประตูหน้าของเซฟเฮาส์ไร้เสียงหลังนั้น ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่เอเดรียน วอล์คเกอร์ เท่ากับการที่ผู้มาเยือนคนนั้นถือวิสาสะไขกุญแจเข้ามาได้โดยไม่มีเสียงสัญญาณเตือนภัยใดๆ เล็ดลอด แท็บเล็ตบนโต๊ะหัวเตียงดับวูบลงพร้อมกับสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่หันกลับมามองรินรดา นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว นี่คือ "โอกาสสุดท้าย" ที่เธอเฝ้ารอมาตลอดสามวันสามคืน ร่างบางในชุดเสื้อเชิร์ตตัวโคร่งของเขาขยับตัวอย่างรวดเร็วดุจแมวป่า ในจังหวะที่เอเดรียนละสายตาจากจอเพื่อก้าวไปยังประตูห้องนอน เธอก็คว้าแจกันแก้วเจียระไนบนโต๊ะเครื่องแป้งเหวี่ยงเข้าใส่บานกระจกหน้าต่างห้องนอนทันที! *เพล้ง!* เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นก้องกังวานในความเงียบสงบ รินรดาไม่รอให้เศษแก้วบาดลึกฝ่าเท้า เธอกระโจนผ่านกรอบหน้าต่างออกไปสู่ระเบียงชั้นสอง ความเย็นยะเยือกของยามวิกาลปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนขนลุกเกรียว แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้เธอวิ่งหนี หนีให้พ้นจากกรงทองแห่งนี้ หนีให้พ้นจากผู้ชายที่ครอบครองทั้งร่างกายและลมหายใจของเธอ บันไดหนีไฟด้านนอกอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร เธอยื่นมือออกไปคว้าโครงเหล็กขึ้นสนิมไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวไต่ลงไปอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุกระดูกอก ความหวังอันริบหรี่ที่จะได้อิสรภาพกลับคืนมาอยู่ตรงหน้าแล้ว—ขอแค่ลงไปถึงพื้นดินด้านล่างและวิ่งเข้าสู่แนวป่าทึบเบื้องหลังเซฟเฮาส์ เธอจะเป็นอิสระ ทว่า... ความหวังอันน้อยนิดนั้นถูกกระชากหายไปในพริบตาเดียว มือหนาใหญ่ราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามาคว้าข้อเท้าเปลือยเปล่าของเธอไว้ได้ในจังหวะที่เธอกำลังก้าวเท้าเหยียบขั้นบันไดสุดท้าย แรงกระชากมหาศาลดึงร่างของเธอร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบอย่างแรง ความจุกเสียดวิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอส่งเสียงครางฮือ "คิดจะบินหนีจากกรงของฉัน ทั้งที่ปีกของเธอยังเปียกปอนอยู่อย่างนั้นหรือ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและอำนาจที่กดทับจนเธอแทบหายใจไม่ออก เอเดรียนตามมาทันได้อย่างไรในเวลาไม่ถึงเสี้ยวนาที? ร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับลงมาเหนือร่างของเธออย่างไร้ความปรานี น้ำหนักตัวของมาเฟียหนุ่มตรึงเธอไว้กับพื้นซีเมนต์เย็นเยียบ มือข้างหนึ่งบีบตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้เหนือศีรษะไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างกระชากคอเสื้อเชิร์ตที่เธอสวมใส่อยู่อย่างแรงจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มและร่องรอยกุหลาบแดงที่เขาฝากไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "ปล่อยฉัน... ปล่อยนะ!" เธอกรีดร้องสุดเสียง ดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้าย สะบัดหน้าหนีสัมผัสอันร้อนรุ่มที่เริ่มซุกไซส์ลงมาตามซอกคอขาวระหง "ปล่อยให้เธอกลับไปวิ่งเข้าหาความตายข้างนอกน่ะหรือ?" เอเดรียนคำรามต่ำในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้น "เธอกล้ามากนะรินรดา กล้าทำลายข้าวของ กล้าทิ้งฉันเพื่อวิ่งไปหาความหนาวเหน็บข้างนอก... เธอลืมไปแล้วหรือว่าร่างกายนี้เป็นของใคร" สัมผัสที่เคยนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความดิบเถื่อนและเร่าร้อน เอเดรียนบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนทำให้รินรดาแทบขาดอากาศหายใจ ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่มปลุกเร้าความรู้สึกตื่นกลัวและวาบหวามให้ตีรวนอยู่ในอกพร้อมๆ กัน มือใหญ่ลูบไล้ไปตามเรียวขาเปลือยเปล่า ลากผ่านสัดส่วนโค้งเว้าด้วยความชำนาญก่อนจะหยุดนิ่งและบีบเคล้นสะโพกอิ่มอย่างแรงเพื่อลงโทษความหัวรั้น ความเจ็บปวดผสมผสานกับความซ่านสะท้านแล่นริ้วไปทั่วร่าง รินรดาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด แต่เอเดรียนกลับใช้เรียวลิ้นร้อนรวงบังคับให้เธอยอมเปิดปากรับสัมผัสอันลึกซึ้งและดุดันนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืน แต่กลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่แผดเผาจนแทบละลาย ในวินาทีที่เธอกำลังจะยอมจำนนต่อแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ เสียงฝีเท้าฝל่ายหนึ่ง—หนักแน่นและทรงอำนาจไม่แพ้กัน—ก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าของตัวอาคาร พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบ "ช่างเป็นภาพที่เร่าร้อนและน่าชมเสียจริง... น้องชาย" เอเดรียนชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขายอมผละริมฝีปากออกจากรอนรดาอย่างไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปยังร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูทางเข้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ชายผู้มาเยือนปรายตามองสภาพอันยุ่งเหยิงของคนทั้งคู่บนพื้นคอนกรีต ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ดูท่าทางนายจะควบคุม 'ของเล่น' ชิ้นนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่เลยนะ เอเดรียน... ถึงได้ปล่อยให้เธอวิ่งหนีออกมาตากน้ำค้างเล่นแบบนี้" รินรดานอนหอบหายใจรดอยู่ใต้ร่างของเอเดรียน สมองตื้อชาเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้ชายคนมาใหม่นี้ไม่ใช่แขกธรรมดา แต่เป็นบุคคลที่อันตรายยิ่งกว่า และกุญแจในมือของเขาคือคำตอบว่าทำไมระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดจึงไร้ความหมาย เอเดรียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ บังร่างของเธอมิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนอากาศรอบข้างหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิม นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองผู้มาเยือนราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "แกก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต... แวนส์" เอเดรียนเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว "คิดว่าตัวเองมีชีวิตยืนยาวพอที่จะเดินออกไปจากที่นี่หรือไง" แวนส์ยิ้มรับคำขู่พางชูพวงกุญแจในมือขึ้นหมุนเล่นอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเอเดรียนและรินรดาเย็นเฉียบลงพร้อมกัน "ฉันไม่ได้มาเพื่อจะเดินออกไป... แต่ฉันมาเพื่อพา 'หลานสาวตัวน้อย' ของคนทรยศคนนั้นกลับบ้านต่างหากล่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%