เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 14

บทลงโทษของมาเฟีย

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงล็อกกลอนประตูห้องนอนใหญ่ดัง *คลิก* สองครั้งซ้อน ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง รินรดาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่ถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานกระจกเย็นเฉียบของหน้าต่างบานใหญ่ มองผู้ชายที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยดวงตาวาวโรจน์ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาเศษเสี้ยวสุดท้ายแห่งศักดิ์ศรีไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่จวนเจียนจะระเบิดออกนอกอก เอเดรียน วอล์คเกอร์ ถอดสูทสีดำสนิทออกโยนทิ้งไว้บนโซฟาอย่างไร้ความใส่ใจ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกสองเม็ดด้วยท่าทางเชื่องช้า แต่น่ากลัว ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง ไร้ซึ่งทางหนี และไร้ซึ่งความปรานี "รู้ตัวไหมครับ รินรดา ว่าคุณกำลังเล่นกับอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวมั่นคงและทรงพลังราวกับผู้ล่าที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู "ฉันไม่ได้เล่นอะไรทั้งนั้น ฉันแค่พูดความจริงที่คุณไม่อยากฟัง!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่น แต่พยายามดึงความแข็งกร้าวมาประดับน้ำเสียง "คุณมันก็แค่คนเผด็จการที่ใช้ความรุนแรงปิดปากคนอื่น!" *หมับ!* ไวเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว เอเดรียนพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว ฝ่ามือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะตรึงร่างบางติดกับกระจกหน้าต่าง แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมาทำให้เธอนิ่งอึ้ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวระหง กลิ่นกายผสมผสานระหว่างโคโลญจ์ราคาแพงกับกลิ่นอายอันตรายของผู้ชายคนนี้แผ่ซ่านจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ "ปากเก่งนักนะ..." เอเดรียนกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าทAเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า "ดื้อด้าน หัวรั้น และไม่เคยเชื่อฟัง... สงสัยผมคงต้องทบทวนวิธีสอนเด็กดื้อเสียใหม่ ให้จำฝังใจไปจนวันตายว่าใครคือนายเหนือหัวของคุณ" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากหยักลึกฉกวูบลงมาบด มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ รสจูบดุดัน รุกไล่ และเอาแต่ใจ รุกรานทุกพื้นที่ในโพรงปากจนเธอแทบสำลักความหวานปนความระอุที่เขาถ่ายทอดให้ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง เรียวปากเม้มแน่นเพื่อต่อต้าน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานแรงของอัลฟ่าหนุ่มผู้เสพติดการควบคุมได้ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นที่คางสลักเสลาบังคับให้เธอเปิดทางรับสัมผัส ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว ร่างกายของเธอเริ่มร้อนรุ่มขึ้นอย่างน่าละอาย ปฏิกิริยาต่อต้านค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างเริ่มลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ลากผ่านเอวคอดกิ่วก่อนจะบีบเคล้นสะโพกมนเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น "อื้อ... ปล่อยนะ... เอเดรียน..." เสียงท้วงติงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อเขาผริมฝีปากออกช้าๆ ลากไล้จูบลงมาตามสันกรามคม สู่ลำคอระหงที่กำลังเต้นตุบๆ ก่อนจะฝังรอยขบเม้มหนักหน่วงลงบนผิวเนื้ออ่อนจนเธอต้องแอ่นอกรับความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง "ผมเตือนคุณแล้วนะริน" เขาคำรามชิดผิวเนื้อ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินลาดไหล่เปลือยเปล่าที่สายเดี่ยวชุดนอนถูกรั้งให้ร่วงหล่นลงมาตามแรงอารมณ์ "แต่คุณเลือกที่จะท้าทายผมเอง" เสื้อผ้าตัวบางถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างทำให้ผิวหนังกายสาวร้อนผ่าวราukถูกไฟแผดเผา รินรดาหลับตาลงแน่น กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางที่จวนเจียนจะหลุดลอด ความโกรธแค้นในคราแรกถูกบดขยี้ด้วยคลื่นเสน่หาอันบ้าคลั่งที่เขาสาดซัดเข้าใส่ ร่างกายของเธอทรยศต่อจิตสำนึก เมื่อความตึงเครียดเปลี่ยนผ่านเป็นความวาบหวามล้ำลึกที่แผ่ซ่านไปทุกอณู เอเดรียนมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์อารมณ์ นัยน์ตาคมกريบพราวระยับด้วยความพึงพอใจในชัยชนะ เขาไม่เพียงแต่ต้องการกักขังเธอไว้ในเซฟเฮาส์หลังนี้ แต่เขาต้องการครอบครองทั้งจิตวิญญาณและร่างกายของเธอให้ยอมสยบแทบเท้าอย่างสมบูรณ์แบบ แรงปรารถนาอันเร่าร้อนโหมกระพือขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน บทเพลงแห่งเซฟเฮาส์ไร้เสียงดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์ ทุกรอยจูบคือพันธะสัญญา และทุกหยาดเหงื่อคือเครื่องยืนยันว่า... รินรดาไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของมาเฟียจอมbงการคนนี้ไปได้ตลอดกาล เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องนอนกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและไออุ่นจากร่างกายที่แนบชิดกัน เอเดรียนกอดร่างระหงที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง ปลายนิ้วเรียวไล้เส้นผมสลวยของเธอเล่นอย่างเชื่องช้า ขณะที่รินรดานอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังโรยตัวปกคลุม เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกห้อง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ด หรือเสียงฝีเท้าคุ้นเคยของคนในบ้าน... แต่เป็นจังหวะการเดินที่มั่นคง เยือกเย็น และหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนอนใหญ่ที่เพิ่งถูกล็อกกลอนไว้ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาในดวงตาของเอเดรียน รินรดากลั้นหายใจเมื่อร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมดุดันในพริบตาเดียว ใครกันที่กล้าอาจหาญมาเคาะประตูห้องของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในยามวิกาลเช่นนี้? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%