เสียงก้านแก้วไวน์กระทบกับขอบโต๊ะหินอ่อนดัง *กริ๊ง* แผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ บนโต๊ะอาหารยาวสไตล์หลุยส์ที่ประดับด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ แสงไฟสีส้มสั่นไหวทอดเงาวยาวเหยียดของชายหนุ่มผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือเซฟเฮาส์แห่งนี้ เอเดรียน วอล์คเกอร์ นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่ากลัว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่เคยละไปจากใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความจำภาพถ่ายที่เป็นเลิศของเธอในยามนี้กลับกลายเป็นคำสาป เมื่อมันบันทึกทุกรายละเอียดอันตรายของชายตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เม็ดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปลดออกอย่างไร้ระเบียบเผยให้เห็นผิวเนื้อแน่นและรอยสักเลือนราง หรือแม้แต่แววตาดุจผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงทอง
คำพูดทิ้งท้ายจากเหตุการณ์ก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *'ผู้ล่า' ตัวจริงกำลังจะมาถึงที่นี่...* และตอนนี้ เขาก็มานั่งอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
"อาหารไม่ถูกปากคุณหรือครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด เอเดรียนใช้มีดหั่นเนื้อช้าๆ สายตายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการชำแหละความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้น
"ฉันไม่มีอารมณ์จะทานอะไรทั้งนั้นค่ะ... วอล์คเกอร์" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาศักดิ์ศรีและเกราะกำบังอันน้อยนิดของตนเองไว้ แม้ว่ามือที่วางอยู่ใต้โต๊ะจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือก็ตาม
เอเดรียนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาชะอึดแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทศบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย
"ความดื้อรั้นของคุณนี่มัน... น่าสนุกเสียจริง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "คุณคิดว่าการทำตัวเป็นแมวขู่ฟ่อ จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากกรงนี้ได้งั้นหรือครับ หืม?"
"ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ" เธอตอกกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำที่แฝงไปด้วยพละกำลังของอัลฟ่าหนุ่มก้าวเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดอยู่ด้านข้างเก้าอี้ของเธอ
กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมผสานกับความเยือกเย็นของบุรุษผู้กุมอำนาจ—โอบล้อมร่างของรินรดาไว้จนแทบหายใจไม่ออก เธอนั่งตัวเกร็งเมื่อรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่ขยับเข้ามาใกล้จนชิด
เอเดรียนโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเกิดอาการขนลุกชัน
"คุณอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นคนควบคุมเกม ด้วยสมองที่จดจำทุกอย่างได้ราวกับเครื่องคอมพิวเตอร์..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก สะท้านสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "...แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง รินรดา ว่าในโลกของผม ความทรงจำหรือความฉลาด มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเทียบกับ 'ความเร่าร้อน' ที่ผมกำลังจะมอบให้คุณ"
สิ้นคำพูด มือหนาอันทรงพลังก็เอื้อมมาบีบปลายคางมนของเธอไว้เบาๆ แต่เด็ดขาดบังคับให้เธอต้องหันไปสบตาเขา รินรดาอ้าปากจะต่อ 1 คำพูด แต่เรียวปากกลับถูกตรึงไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นที่ลูบไล้ริมฝีปากล่างอย่างถือวิสาสะ
สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคุกคามในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่การขออนุญาต แต่มันคือการประกาศิตจากผู้ล่าที่ต้องการครอบครอง
"ปล่อยนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่เอเดรียนกลับยิ่งกระชับสัมผัสให้แน่นขึ้น ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยความพึงพอใจ
"ผมไม่ชอบคนดื้อ... แต่กับคุณ ผมยอมรับว่าผมใจอ่อนเป็นพิเศษ" เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ "เพราะฉะนั้น มื้อค่ำนี้เราพอแค่นี้เถอะครับ... ถึงเวลาเปลี่ยนบรรยากาศไปทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งกว่านี้แล้ว"
ก่อนที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงปฏิเสธ ร่างบางทั้งร่างก็ถูกยกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยพละกำลังอันเหนือกว่าของชายหนุ่มในคราวเดียว เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ สองมือทุบลงบนลาดไหล่กว้างของเขา แต่มันกลับไร้ผลโดยสิ้นเชิงเมื่อเอเดรียนรวบตัวเธอแนบอกแล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังประตูบานใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนส่วนตัว
ความมืดสลัวและกลิ่นหอมอบอวลของห้องพักด้านในรอต้อนรับการมาเยือนของทั้งคู่ เอเดรียนเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์นุ่มฟูอย่างแม่นยำ ก่อนที่ตัวเขาจะตามทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ
น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้รินรดาแทบขยับเขยื้อiไม่ได้ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามผ่านเนื้อผ้า รินรดาสบตากับเขา แววตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกปนความปรารถนาลึกๆ ที่เธอเองก็หวาดกลัวที่จะยอมรับ
เอเดรียนใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างไล้ต่ำลงมาจากคางมน ผ่านลำคอระหง ลากไล้ลงมายังกระดูกไหปลาร้า จนกระทั่งปลายนิ้วอุ่นร้อนสัมผัสกับเม็ดกระดุมเม็ดสุดท้ายที่เหลืออยู่
"จำไว้ว่านี่คือผลของการที่คุณทำตัวเป็นเด็กดื้อกับผม..." เสียงกระซิบพร่าดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และสูบเอาลมหายใจทั้งหมดไปจากร่างของเธอ รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่ความนุ่มนวลที่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันก็ทำให้กำแพงในใจของเธอมลายหายไปในพริบตา เมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ จนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนระทวยและตอบสนองสัมผัสนั้นโดยสัญชาตญาณ
เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้น เอเดรียนผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบของเธอด้วยความหลงใหล
"คุณหวานกว่าไวน์แก้วนั้นเสียอีก..." เขาพึมพำชิดซอกคอขาวผ่อง ก่อนจะขบเม้มเบาๆ จนร่างบางสะดุ้งเฮือกและแอ่นอกเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
แต่ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความปรารถนากำลังจะแผดเผาทั้งสองให้เป็นจุล เสียงสัญญาณเตือนภัยอันเงียบเชียบแต่ทรงพลังจากระบบรักษาความลับนอกห้องก็ดังขึ้น—*ติ๊ด... ติ๊ด...*
เอเดรียนชะงักกึก ร่างกายที่ทาบทับอยู่หยุดนิ่งในทันที ดวงตาสีเทาเข้มหันขวับไปมองที่หน้าจอแท็บเล็ตข้างหัวเตียง ซึ่งปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณชั้นล่างของเซฟเฮาส์ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะมาเร็วกว่าที่คิดนะฃครับ รินรดา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 6
เกมจ้องตา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!