เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในความแข็งแกร่ง

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความเงียบสงัดในเซฟเฮาส์ยามตีสามไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือความกดดันที่ถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาลืมตาขึ้นในความมืดสลัว เธอไม่ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนตัวโตที่ควรจะนอนอยู่เคียงข้าง เตียงนอนฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่บ่งบอกว่าเขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ความรู้สึกหน่วงในอกทำให้เธอลุกขึ้นเดินตามหาเขาด้วยเท้าเปล่า สัมผัสเย็นเฉียบของพื้นไม้ปาเกต์สะท้อนขึ้นมาตามเรียวขา ขณะที่สายตากวาดมองผ่านห้องนั่งเล่นกระจกใสที่สะท้อนเงาของชายหนุ่มร่างสูงตระหง่าน เอเดรียน วอล์คเกอร์ กำลังยืนพิงระเบียงด้านนอก ร่างกายกำยำเปลือเปล่าท่อนบนภายใต้แสงจันทร์สลัว เผยให้เห็นรอยสักรูปอินทรีดำที่พาดผ่านแผ่นหลังกว้างและร่องรอยบาดแผลจากคมกระสุนในอดีตที่ตอกย้ำถึงสนามรบที่เขาผ่านมา มือหนากำแก้ววิสกี้แน่นจนข้อต่องอเกร็ง ดวงตาสีเข้มคมกริบทอดยาวไปยังความมืดเบื้องล่างอย่างไร้จุดหมาย มันไม่ใช่แววตาของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลผู้ควบคุมทุกสิ่งในกำมือ แต่เป็นแววตาของนักล่าที่ถูกอดีตกัดกินในยามที่โลกทั้งใบปิดสนิท "คุณยังไม่นอนอีกหรือครับ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เอเดรียนสะดุ้งเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากคนระแวดระวังตัวแจอย่างเขา ชายหนุ่มหันกลับมามอง เงามืดบนใบหน้าคมคายซ่อนความอ่อนล้าไว้ไม่มิด ทว่าแววตาที่มองเธอยังคงมีความดุดันและกระหายการควบคุมเช่นเดิม "ไม่ใช่เรื่องของคุณ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เอ่ยด้วยโทนเสียงที่พยายามรักษาความแข็งกร้าว แต่มันกลับสั่นน้อยๆ จนคนฟังจับสังเกตได้ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย เธอไม่กลัวความดุดันของเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะสิ่งที่เธอสัมผัสได้ในวินาทีนี้คือความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะเหล็กหนา "คนที่ยืนดื่มแอลกอฮอล์คนเดียวตอนตีสามในเซฟเฮาส์ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด... แปลว่าความปลอดภัยในหัวของคุณมันไม่มีอยู่จริงต่างหาก" เอเดรียนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหยักลึก "ความปลอดภัยเหรอ? คำนั้นมันมีไว้สำหรับเด็กผู้หญิงโลกสวยอย่างคุณ รินรดา คุณไม่รู้หรอว่าผแผ่นดินใต้เท้าเรามันสั่นสะเทือนแค่ไหนทุกครั้งที่ผมหลับตาลง" รินรดาหยุดยืนตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยแตะจมูก เธอยื่นมือออกไปแตะที่ต้นแขนแกร่งที่มีมัดกล้ามตึงเครียด เอเดรียนชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวนุ่มสัมผัสลงบนผิวเนื้อร้อนผ่าว "คุณไม่ได้นอนมาสามคืนแล้ว... เอเดรียน" เธอกระซิบ ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการอดนอนเรื้อรัง "ความทรงจำพวกนั้น... มันตามมาหลอกหลอนคุณใช่ไหม" คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด เอเดรียนไม่ตอบ คำรามในลำคอด้วยความหงุดหงิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอแล้วรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกเปลือยเปล่า แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด ร่างกายที่แนบสนิทส่งผ่านความร้อนระอุเข้าหากันจนแทบหลอมละลาย ความตึงเครียดทางเพศพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุราวกับมีไฟสุม "อย่าทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่เธอไม่เคยเจอ!" เอเดรียนคำรามชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้วเนียน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครที่จะเข้ามาในหัวของผม รินรดา? ผู้หญิงที่ผมจับตัวมาเพื่อเป็นหมาก... เธอไม่มีสิทธิ์มามองผมด้วยสายตาเวทนาแบบนั้น!" "ฉันไม่ได้เวทนาคุณ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกองศึกจากแรงกดดันของร่างหนาที่กดทับเธอไว้กับราวระเบียง "ฉันแค่มองเห็นว่าเบื้องหลังความเหี้ยมโหดที่คุณใช้ปกป้องตัวเอง มันมีแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หวาดกลัวความมืด... และไม่เคยได้รับการโอบกอดอย่างแท้จริงต่างหาก" คำพูดนั้นสะدمเข้ากลางใจดำ เอเดรียนชะงักค้าง แววตาคมกริบวับวาวด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันรุนแรงที่ไม่อาจต้านทาน ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการโหยหาในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเรียกร้อง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาสดุ้งเฮือกในคราแรกก่อนที่แขนเรียวจะยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของเขา ความดิบเถื่อนที่แฝงความเปราะบาง และรสจูบที่ร้อนแรงราวกับไฟแผดเผา ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอย มือหนาของเอเดรียนเลื้อยลงมาบั้นเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นสะโพกมนอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ยกตัวเธอขึ้นจนเรียวขาเนียนเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ รินรดาครางแผ่วในลำคอเมื่อแผ่นหลังถูกดันแนบชิดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ความร้อนจากร่างกายของเขารุกรานเข้ามาทุกตารางนิ้ว การเสียดสีของสรีระที่แนบชิดทำให้ความเร่าร้อนพุ่งทะยานจนลมหายใจขาดห้วง "รินรดา..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมหู ขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนเธอสะท้านเฮือก มือใหญ่สอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าสัมผัสผิวเนียนนุ่ม ปลุกปั่นความเสียวซ่านให้แล่นริ้วไปทั่วร่าง "บอกผมซิ... ว่าเธอจะไม่มีวันทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวในความมืดนั้น" สัมผัสลึกซึ้งและวาบหวามดำเนินไปท่ามกลางแสงจันทร์ยามวิกาล ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยอำนาจและการกักขัง บัดนี้กลับถูกหลอมรวมด้วยความโหยหาทางจิตวิญญาณและร่างกาย ร่างกายของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่ยาวนาน เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงลมหนาวด้านนอก เอเดรียนปรนเปรอความสุขสมให้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการยืนยันว่าเธอยังคงอยู่ตรงนี้... เป็นของเขา... และหายใจร่วมกับเขาในโลกแห่งความจริง จนกระทั่งยامฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจางๆ ร่างทั้งสองนอนกอดกันอยู่บนเตียงใหญ่ เอเดรียนหลับตาลงอย่างสนิทเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยมีศีรษะของรินรดานอนหนุนอยู่บนอกแกร่ง มือเรียวของเธอยังคงวางทาบอยู่เหนือรอยสักรูปอินทรีบนแผ่นอกของเขา ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและสงบลงอย่างเห็นได้ชัด รินรดาลืมตาขึ้นในความสลัว เธอกำลังจะพลิกตัวออกเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเขา แต่ทว่า... นิ้วแกร่งที่ควรจะหลับใหล กลับขยับขึ้นมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ดวงตาสคมกริบที่ลืมขึ้นมาอย่างเฉียบคมไม่มีเค้าลางของความง่วงงันแม้แต่น้อย จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันเย็นชา ดุดัน และเต็มไปด้วยความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม "คิดจะไปไหน... รินรดา?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมฝีปาก เคลือบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ "ในเมื่อเธอรู้ความลับของผม... และเห็นด้านที่อ่อนแอที่สุดของเอเดรียน วอล์คเกอร์แล้ว..." เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันจากด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงกระซิบผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ดังลอดเข้ามาในความเงียบ *"นายครับ... สายของเราที่ปารีสรายงานมาแล้วครับ คนที่ตามหาตัวคุณ... เจอเบาะแสในประเทศไทยแล้วครับ"* เอเดรียนชะงัก นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นทันทีในความมืด เขาหันกลับมามองรินรดาที่ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วกระซิบประโยคสุดท้ายใส่หูเธอ "เกมจบลงแล้ว... รินรดา เพราะตอนนี้ 'ผู้ล่า' ตัวจริงกำลังจะมาถึงที่นี่..." --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดและห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%