กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่รินรดากำลังใช้เป็นเกราะกำบัง
ร่างระหงของภัณฑารักษ์สาวยืนนิ่งสนิทอยู่ริมกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาความมืดมิดของรัตติกาลเบื้องนอก ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววตื่นตระหนก บัดนี้กลับถูกเคลือบไว้ด้วยม่านความแข็งกระด้าง เธอยกแขนขึ้นกอดอก ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ต่อต้านผู้ชายอันตรายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เอเดรียน วอล์คเกอร์ ไม่ได้รีบร้อน เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงสนามอารมณ์และสงครามอำนาจที่เขาผ่านมาโชกโชน ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องมองเหยื่อสาวอย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินว่าเกราะกำบังที่เธอสร้างขึ้น จะทนทานต่อแรงกดดันจากเขาได้สักกี่น้ำ
"ความเงียบไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดหรอกนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ช้าทว่ามั่นคงราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "คุณคิดว่าความเย็นชาแบบนี้ จะปกป้องความลับที่คุณซ่อนไว้ในหัวสมองอันชาญฉลาดนั่นได้งั้นหรือ"
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำภาพถ่ายที่บันทึกภาพเอกสารลับชิ้นนั้นไว้ทุกกระเบียดนิ้วกำลังร้อนผ่าวอยู่ในหัว แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ปล่อยให้รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ
"ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ... คุณวอล์คเกอร์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยความท้าทายที่กรีดแทงประสาทสัมผัสของมาเฟียหนุ่มโดยตรง
เอเดรียนหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบหลอมละลาย รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโกรธ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบว่าเหยื่อของเขามีพิษสงน่าสนุกเพียงใด
"ดื้อด้าน... ผมชอบคนดื้อด้านนะครับ"
มือหนาเอื้อมออกไปอย่างรวดเร็วจนรินรดาไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงแรงดึงดูดอันมืดมนที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา รินรดาพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ปลายนิ้วนั้นกลับตรึงเธอไว้แน่นราวกับประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืน
"ปล่อยนะ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเคือง
"ถ้าผมไม่ปล่อย คุณจะทำไมล่ะครับ?" เอเดรียนโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้เธออ่อนข้อลง ตรงกันข้าม รินรดากลับใช้จังหวะที่เขาลดการป้องกัน ยกมือขึ้นหมายจะผลักไสแผงอกกว้างนั้นออกไป
ทว่า... อัลฟ่าสายดาร์กอย่างเอเดรียนเร็วกว่าก้าวหนึ่งเสมอ
ในพริบตาเดียว ร่างของรินรดาก็ถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับกระจกใสเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ทาบทับกักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกระจกไว้ ข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาอย่างง่ายดาย
ความตึงเครียดทางเพศพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อร่างกายแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น อกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความดื้อรั้น
"คุณคิดว่าสายตาและท่าทางแข็งกระด้างแบบนี้ จะทำให้ผมถอยได้จริงๆ งั้นหรือครับ?" เอเดรียนกระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน "คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา และไฟกองนี้... จะแผดเผาคุณจนไม่เหลือแม้แต่เศษศักดิ์ศรี"
"คนสารเลว..." เธอกัดฟันกรอด เค้นคำด่าทอออกมาด้วยความเคียดแค้น
แทนที่จะโกรธ เอเดรียนกลับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย "คำชมที่ดีมากครับ... และคืนนี้ ผมจะทำให้คุณจำคำนี้ไปตลอดชีวิต"
ริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบแรกของบทลงทัณฑ์ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือการบดขยี้ รุกราน และเรียกร้อง รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธสัมผัสเร่าร้อนนั้น แต่ความแข็งแกร่งและชั้นเชิงของมาเฟียหนุ่มเหนือกว่าเธอทุกประตู มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอข้างหนึ่งเลื่อนลงมาบีบกรามมนให้เผยอเปิดออก ก่อนที่ลิ้นร้อนจะแทรกซึมลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ
ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง รินรดารู้สึกราวกับสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อยภายใต้รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนจนน่ากลัว สัมผัสจากมืออีกข้างของเขาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้า ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนในท้องน้อยที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันหอมหวานและอันตรายเพียงใด
เอเดรียนถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัว ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบและแรงอารมณ์ ดวงตาสั่นระริกด้วยความพ่ายแพ้ชั่วขณะ เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท
"ความเย็นชาของคุณมันหมดฤทธิ์ตั้งแต่ตอนนี้แล้วล่ะครับ..."
ทว่า ในวินาทีที่เอเดรียนกำลังจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนซอกคอระหงอีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบงันแบบเข้ารหัสลับจากระบบรักษาความปลอดภัยนอกห้องก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน— *สัญญาณแจ้งเตือนการบุกรุกจากบุคคลภายนอก*
เอเดรียนชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยทาบทับผละออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าผู้ล่ารายอื่น
รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน ประตูห้องนอนลับของเซฟเฮาส์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีเทาเข้มคนสนิทของเอเดรียนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"นายครับ... พวกมันตามมาเจอพิกัดนี้แล้วครับ และตอนนี้... กำลังปิดล้อมตึกนี้อยู่ครับ!"
ด้วยรักและปรารถนาอันเร่าร้อน
ภาคินทร์เที่ยงคืน
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 3
ความเย็นชาที่ไร้เสียง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!