เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 24

ความเปราะบางของคนไร้ใจ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
คราบเลือดสีเข้มบนพรมเปอร์เซียราคาแพระยับสะท้อนกับแสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัล เอเดรียน วอล์คเกอร์ ไม่ได้ใส่ใจซากเดนของสายลับหนอนบ่อนไส้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังร่างระหงของรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องนิรภัย ความหวาดกลัวไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประกายตาที่ดื้อรั้นและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงนั่นต่างหาก… ที่กำลังท้าทายขีดความอดทนของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาถึงขีดสุด "คุณควรจะออกไปจากห้องนี้ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "ถ้าฉันออกไป แล้วใครจะเป็นพยานว่าคุณไม่ได้สังหารเขาอย่างเลือดเย็นเกินกว่าเหตุ?" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะสั่นพร่าแต่ก็เต็มไปด้วยความถือดี เอเดรียนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาไม่ชอบให้ใครมาต่อรอง และยิ่งเกลียดชังเข้าไปใหญ่เมื่อคนๆ นั้นกล้าต่อปากต่อคำกับเขา ทว่า… ในเสี้ยววินาทีที่สายตาของเธอมองมาที่คราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา แววตาของหญิงสาวกลับฉายความห่วงใยที่ปิดไม่มิดออกมาแวบหนึ่ง ความห่วงใยจากเหยื่อ… สิ่งที่เอเดรียนไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากใครหน้าไหน "ห่วงฉันหรือไง?" เขาเดินเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเหล็กกล้า เสียงลมหายใจของเขาอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเลือดที่คละคลุ้ง "ฉันไม่ได้ห่วงคุณ ฉันแค่วิตกว่าถ้าคุณถูกตำรวจลากตัวไปตอนนี้ เอกสารลับพวกนั้นจะตกอยู่ในมือใครต่างหาก" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อปลายนิ้วแกร่งของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากใบหน้าอย่างถือวิสาสะ เอเดรียนไม่ตอบคำถาม เธอโกหก และเขารู้ดี ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบเนียนนุ่มที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ (หรือความตื่นกลัวบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ) มาเฟียหนุ่มยกมือขึ้นล็อกคางอิ่มไว้ด้วยปลายนิ้วแข็งแกร่ง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บีบกระั้นให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ "ปากดีนักนะรินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าเปลี่ยนโทนจากความเย็นชาเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล "รู้ไหมว่าความอวดดีแบบนี้ของเธอ กำลังทำให้ฉันอยากทำลายศักดิ์ศรีพวกนั้นให้แหลกคามือ" สัมผัสจากปลายนิ้วที่ไล้ลงมาตามลำคอระหงทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบที่เขากระตุ้นขึ้นมาอย่างง่ายดายเกินไป มันน่าสมเพช… แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเร่าร้อนจากร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาทำให้สมองของเธอกลาย เป็นสีขาวโพลน เอเดรียนโน้มใบหน้าลงมา ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์และความดุดัน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรสสัมผัสอันลึกซึ้งและกระหายหิว ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ มือเรียวพยายามทุบตีลาดไหล่กว้างของเขา แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวเสือ ร่างบางถูกรวบเข้าหาอกแกร่งจนแทบหลอมละลายรวมกันเป็นร่างเดียว ความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด เอเดรียนช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมผละริมฝีปากออกแม้แต่น้อย รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นว่านี่คือความผิดพลาด แต่มือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสทำงานกลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง เขาพาเธอก้าวไปยังโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้องทำงาน กายหนาทาบทับลงมาทอดเงาดำทะมึนปกคลุมร่างของเธอไว้ทั้งหมด เอเดรียนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุרหลابสีสดไว้บนผิวเนื้อเนียนอย่างจงใจ มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างเชี่ยวชาญและเด็ดขาด "หยุดนะ… เอเดรียน…" เธอหอบสะท้าน แอ่นกายหนีสัมผัสวาบหวามที่เล่นงานประสาทสัมผัสจนปั่นป่วน "ไม่หยุดหรอก..." เขากระซิบชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ "เธอคือข้อยกเว้นเดียวของฉัน รินรดา… จำใส่สมองเอาไว้" คำประกาศนั้นดังก้องอยู่ในความมืด สติของหญิงสาวขาดผึ่งลงเมื่อริมฝีปากร้อนเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกับเนินอกอิ่ม ทว่า ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งอารมณ์กำลังแผดเผาทั้งสองคนจนหลอมละลาย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงสามครั้งติดกัน—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—ตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทผ่านอินเตอร์คอมที่แผงควบคุม "นายครับ! ระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกถูกเจาะ! มีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังมุ่งหน้ามาที่ชั้นนี้… และพวกมันรู้รหัสผ่านห้องนิรภัยครับ!" เอเดรียนชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขาก้มมองรินรดาที่ยังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว คว้าอาวุธปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาปลดล็อกเซפต์ด้วยมือข้างเดียว พร้อมกับหันไปมองหน้าประตูห้องด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%