ความเงียบงันภายในห้องควบคุมใต้ดินของเซฟเฮาส์ไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยแม้แต่น้อย มันกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยมวลน้ำนับตัน รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดติดอยู่ตรงลำคอ เมื่อภาพตรงหน้าคือความเป็นจริงที่บิดเบี้ยวจากความตาย บุคคลที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในหลุมศพเมื่อสามปีก่อน กลับยืนไขว้หลังมองเธอด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงประกายของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมสำเร็จ
"แปลกใจมากหรือครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบแสนอึดอัดนั้นลง ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ทุกจังหวะการย่างก้าวเปรียบเสมือนการบีบอัดออกซิเจนในห้องให้เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน เอเดรียน วอล์คเกอร์ ซึ่งยืนประจันหน้าอยู่ไม่ไกลกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มยังคงเรียบเฉย แววตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปสบตาร่างที่ก้าวออกมาจากเงาดำ ความตึงเครียดระดับอัลฟ่าแผ่ซ่านปะทะกันจนอากาศแทบระอุ
"แก..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและสับสนระคนกัน ปมปริศนาทั้งหมดที่เธอพยายามไขมาตลอดสามปีพังทลายลงในพริบตา กุญแจดอกสุดท้ายไม่ได้อยู่กับเธอ แต่มันอยู่ในมือของคนที่เล่นละครตบตาคนทั้งโลก
เอเดรียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ดูท่าว่าเกมนี้ จะมีตัวละครที่เล่นนอกบทเพิ่มขึ้นมาอีกสินะครับ"
"คุณก็รู้มาตลอด..." รินรดาหันขวับไปมองเอเดรียน ดวงตาสั่นระริกด้วยความโกรธระคนผิดหวัง "คุณรู้ว่าเขายังไม่ตาย แต่คุณก็ยังลากฉันเข้ามาพัวพันในเกมบ้าๆ นี่ เพื่ออะไร เอเดรียน? เพื่อความสะใจของคุณงั้นเหรอ!"
เอเดรียนไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาสีเข้มหันกลับมาจ้องมองรินรดา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ฝ่ามือหนาเอื้อมมารวบเอวบางไว้ด้วยแรงมหาศาลก่อนจะกระชากเข้าหาอกแกร่งจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อขัดขืน แต่แรงของเธอกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับมาเฟียหนุ่มผู้บ้าอำนาจ
"หยุดพยศเสียที รินรดา" เอเดรียนกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "จำเอาไว้ว่าเธอเป็นหมากในกระดานของผม ไม่มีสิทธิ์ไปมองหรือสนใจตัวหมากตัวอื่นทั้งนั้น"
"ปล่อยฉันนะ!" เธอตวาดลั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายที่แผดเผาผิวกาย แต่เอเดรียนกลับไม่ยอมแพ้ มืออีกข้างเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการคุกคาม
และวินาทีนั้น... จูบแรกที่เป็นดั่งการประกาศสงครามทางอารมณ์ก็เริ่มต้นขึ้น
มันไม่ใช่จูบแห่งความเสน่หา แต่มันคือการบดขยี้ การลงทัณฑ์ และการครอบครองที่ดิบเถื่อน เอเดรียนกระชากเรียวปากนุ่มด้วยความเอาแต่ใจ รสชาติของความโกรธ ความหึงหวง และอำนาจที่ต้องเหนือกว่าถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสอันร้อนแรง รินรดาพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธ แต่ความดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอไม่มีทางเลือก เมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธอก็เริ่มทรยศความตั้งใจ สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างเฉียบคมกลับขาวโพลนอย่างไร้เหตุผล ความตึงเครียดทางเพศที่สะสมมาหลายวันระเบิดออกจนควบคุมไม่ได้
มือเล็กที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างที่อ่อนระทวย หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก แรงดึงดูดอันมืดมนและอันตรายดึงเธอดิ่งลงไปในวังวนแห่งความปรารถนาที่เอเดรียนเป็นผู้ชี้นำ สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า สร้างความซ่านสยิวจนเธอต้องส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาในลำคอ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เดือดดาลและเร่าร้อนนั้น บุคคลที่สามซึ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดกลับไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของคนที่ควรจะตายไปแล้ว เขายกมือขึ้นกอดอก มองดูภาพการแสดงความเป็นเจ้าของอันดุเดือดด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
เอเดรียนถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่หอบกระชั้น ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านปาดคราบน้ำใสที่มุมปากให้อย่างถือวิสาสะ
"จำรสชาตินี้ไว้ให้ดี รินรดา" เอเดรียนกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดใบหู "เพราะต่อจากนี้ไป เธอจะเป็นของผมทุกลมหายใจ... ไม่มีวันหนีพ้น"
รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายและแรงปรารถนาที่ยังค้างคา เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามดึงสติกลับคืนมาท่ามกลางความสับสนที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายความเงียบระลอกใหม่ เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืด
"ชมฉากรักอันเร่าร้อนจบลงแล้วสินะครับ..." น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ร่างของบุคคลปริศนาก้าวออกจากเงาสลัว มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาโชว์ให้เห็นเต็มตา "น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณวอล์คเกอร์มัวแต่สนใจแต่เรื่องบนเตียง จนลืมมองว่า... ระเบิดเวลาทั่วทั้งเซฟเฮาส์หลังนี้ ถูกตั้งเวลาให้ทำงานอีกสามนาทีข้างหน้าแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 8
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!