เสียงหัวเราะเย็นเยียบของชายปริศนายังไม่ทันจางหายไปจากโสตประสาท บรรยากาศภายในเซฟเฮาส์ที่เคยอบอวลด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่ ก็พลันถูกแช่แข็งด้วยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ หน้าจอขนาดเล็กบนวัตถุสีดำสนิทในมือของมันกำลังส่งสัญญาณไฟกะพริบสีแดงถี่กระชั้น พร้อมกับเสียงติ๊ด... ติ๊ด... ที่ดังราวกับเสียงนับถอยหลังของยมทูต
รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนหนาชาหนึบไปทั้งร่าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือเรียวยังไม่ทันได้เอื้อมไปคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้น เอเดรียน วอล์คเกอร์ ก็เคลื่อนไหวเร็วยิ่งกว่าเสือชีตาห์ที่ถูกลูบคม
ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนกบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มีเพียงนัยน์ตาสีเทาเข้มที่วาวโรจน์ด้วยความดุดันราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจากการถูกขัดจังหวะในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย และเหนือสิ่งอื่นใด... มันคือโทสะอันเกิดจากความหึงหวงที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างไร้เหตุผล เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเห็นรอยจุมพิตสีุ่กหลั่งประทับอยู่ทั่วลาดไหล่เนียนของหญิงสาว โดยที่ไอ้สารเลวหน้าไหนก็ไม่รู้กำลังยืนมองดูเรือนร่างของเธอผ่านกล้องวงจรปิดซ่อนรูป
เปรี้ยง!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวโดยไม่มีการเจรจา เอเดรียนชักอาวุธพกออกจากซองหนังใต้วงแขนอย่างไร้ความปรานี กระสุนเจาะทะลุกระจกนิรภัยแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แต่มือปืนปริศนากลับหายลับไปในความมืดของทางเดินชั้นใต้ดินอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงเสียงสัญญาณระเบิดที่ดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ
"สามนาที..." รินรดาครางเสียงสั่น เธอลุกขึ้นคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขามาสวมคลุมกายอย่างลวกๆ "เราต้องหนี... เอเดรียน!"
แต่มารดาเจ้าประสงค์ เขากลับไม่ยسขยับเขยื้อน ร่างสูงใหญ่ในสภาพกึ่งเปลือยยืนตระหง่านขวางทางประตู มือหนากระชากข้อมือเล็กของเธอเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก รินรดาอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อแผ่นหลังบางถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องนอนอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนแต่เต็มไปด้วยไอสังหารของชายหนุ่มทาบทับลงมาปิดกั้นทุกหนทางหนี
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอเดรียนโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน แววตาของเขาไม่ได้มองไปที่หน้าจอระเบิดเลยแม้แต่น้อย มันกลับจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบวมเจ่อจากการปรนเปรอเมื่อครู่ของเธอด้วยความรู้สึกที่ดิบเถื่อนเกินกว่าจะควบคุม "ในขณะที่ผมกำลังทำให้คุณเป็นของผม... มีผู้ชายอีกคนยืนดูเรือนร่างคุณผ่านจอภาพอย่างนั้นหรือ!"
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ระเบิดกำลังจะทำงานนะ!" เธอแผดเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความกลัวตายกับความโกรธปะปนกันจนแยกไม่ออก "ปล่อยฉัน! ถ้าอยากตายที่นี่นักก็อยู่คนเดียวเถอะ!"
"ใครบอกว่าผมจะตาย..."
เอเดรียนแค่น 1 เสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน มือหนาปัดป่ายไปตามเรียวขาเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อเชิ้ต สัมผัสหยาบโลนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตาย เสน่หาอันตรายของเขากลับยังคงแผดเผาเธอกลืนกินจนแทบละลาย
"ในเมื่อมันกล้าอาจหาญมามองของๆ ผม... มันก็ต้องตายก่อนที่เราจะออกไปจากที่นี่"
น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาไม่สนใจเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังเตือนเหลือเวลาอีกเพียงสองนาที มือข้างหนึ่งล็อกเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ส่วนอีกข้างเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นสูงอย่างไร้ความปรานี ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บีบขย้ำสะโพกอิ่มด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจากความหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกพร้อมกัน
"เอเดรียน... ไม่... อ๊ะ!"
เสียงประท้วงขาดห้วงกลายเป็นเสียงครางกระûาเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาบดขยี้อย่างรุนแรง ไม่มีความอ่อนโยนหรือนุ่มนวลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันคือการจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และการเรียกร้องความสนใจทั้งหมดให้กลับมาอยู่ที่เขาคนเดียว รินรดารู้สึกราวกับถูกพายุทอร์นาโดพัดพา สติสัมปชัญญะพร่าเลือนภายใต้รสจูบที่ดุเดือดและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ
ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาขยำกลุ่มผมนุ่มจนเธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวาม ความตึงเครียดจากระเบิดเวลาภายนอกถูกหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาอันดิบเถื่อนบนเตียงนอน ความกลัวตายถูกแทนที่ด้วยความหฤสุขที่ลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าวัตถุระเบิดนับร้อยกิโลกรัม
ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว เอเดรียนผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากกว้างยังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดแก้มสาก
"จำไว้... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับที่มือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหวกลางกายผ่านเนื้อผ้าบางเบا จนเธอสะمث้านเฮือกและทรุดฮวบลงคาอ้อมแขน "ต่อให้โลกใบนี้พังทลายลงมาต่อหน้า... ร่างกาย ดวงตา และทุกๆ หยดลมหายใจของคุณ ก็เป็นของเอเดรียน วอล์คเกอร์ผู้เดียวเท่านั้น... ไม่มีสิทธิ์ให้ไอ้สารเลวหน้าไหนมองแม้แต่ปลายเล็บ"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงพังประตูกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ นำโดยชายชุดดำในเครื่องแบบหน่วยจู่โจมพิเศษที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ... แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือร่างสูงโปรดของบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ*
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 9
สัญชาตญาณสัตว์ป่า
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!