เสียงปิดล็อกของบานประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะดังขึ้น ราวกับเสียงตัดขาดโลกภายนอกออกจากห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างถาวร กลิ่นอายของความลับและกาลเวลาที่ถูกกัก
ขังลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมเจือจางที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอเดรียน วอล์คเกอร์
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบพื้นที่กว้างขวางเบื้องหน้า ซึ่งถูกซ่อนเร้นไว้ลึกที่สุดภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงหลังนี้
มันไม่ใช่ห้องทำงาน หรือคลังเก็บอาวุธอย่างที่เธอคาดคิด หากแต่มันคือแกลเลอรีส่วนตัวที่เต็มไปด้วยภาพถ่าย แผ่นฟิล์มกระจกยุคเก่า และข้าวของเครื่องใช้
ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดอันดิบเถื่อน
"ยินดีต้อนรับสู่... ส่วนที่ลึกที่สุดในตัวฉัน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของเธอในระยะประชิด เอเดรียนก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้
ฝ่ามือหนาและใหญ่โตข้างหนึ่งวางทาบบนผนังกระจกเย็นเฉียบเพื่อกักขังเธอไว้ในวงแขน ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาปัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่
ข้างแก้มออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ผ่านผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
เธอพยายามดึงสติแล้วเบี่ยงตัวหลบความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้ สายตากวาดมองภาพถ่ายนับร้อยที่ติดอยู่บนผนังสีเข้ม
ภาพถ่ายเหล่านั้นล้วนแต่เป็นภาพขาวดำที่สะท้อนเรื่องราวในอดีต—บ้านหลังเก่าที่ถูกไฟไหม้ รอยยิ้มของเด็กชายผู้โดดเดี่ยว และแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อโลกใบนี้
"คุณพาฉันมาดูอะไรกันแน่... อนุสรณ์แห่งความเกลียดชังของคุณงั้นเหรอ?" รินรดาเค้นเสียงถาม แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
ด้วยแรงกดดันจากตัวตนของเขาที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ขาดสาย
เอเดรียนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเยียบเย็น เขาก้มลงซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหวานจากตัวเธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสำรวจอาณาเขต
ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะเม้มเบาๆ บนผิวเนื้ออ่อนจนเธอบิดเร้าด้วยความสั่นสะท้าน
"ไม่ใช่ความเกลียดชัง..." เขาพึมพำชิดผิวเนื้อ เสียงของเขาแหบพร่าลงจนน่ากลัว "แต่มันคือ... สิ่งที่สร้างฉันให้กลายเป็นปีศาจที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก และเธอก็คือคนเดียว... ที่ฉันอนุญาตให้เข้ามาเห็นมัน"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้รินรดาอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับตอกย้ำถึงความเปราะบางที่เธอกำลังเผชิญอยู่
เธอเป็นเพียงหมากตัวเดียวในเกมนี้ และการที่เขาพาเธอมายังห้องลับแห่งนี้ หมายความว่าเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปไหนได้อีกแล้ว
แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอบดขยี้เหตุผลทั้งหมดจนแหลกละเอียด เอเดรียนพลิกตัวเธอกลับมาเผชิญหน้า มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การตรึงพันธนาการที่ไร้ซึ่งโซ่ตรวนนี้กลับทรงพลังและเร่าร้อนจนเธอแทบหมดแรงต้านทาน
ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนขึ้นในความมืดมิดของห้องใต้ดิน
ไม่มีบทสนทนาใดๆ เล็ดลอดออกมาอีกเมื่อริมฝีปากของเขาประทับลงมาบดขยี้เรียวปากของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ
รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือประนีประนอม แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าIของอย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำ
และสูบเอาลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ เรียวขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบเอวคอดไว้แน่น
ดึงรั้งร่างของเธอให้แนบชิดติดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจอันกระชั้นชิด
ฝ่ามือซุกซนของเอเดรียนลากไล้ต่ำลงมาจากเอวคอด สอดแทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้าเนื้อนุ่ม ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสกับผิวเนียนละเอียด
ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกและแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ความตึงเครียดทางอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกเป็นความเร่าร้อน
ที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป
เขาอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายอย่างไร้ความปรานี รินรดาต้องใช้เรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น
เอเดรียนพาเธอเดินลึกเข้าไปยังโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้อง ก่อนจะวางร่างของเธอลงไปอย่างทะนุถนอมในวินาทีเดียวกับที่เขาตามทาบทับลงมาดั่งภูเขาไฟที่กำลังปะทุ
เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงสลัว แสงไฟจากหลอดไฟนีออนดัดสีส้มสลัวสาดส่องกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกัน
ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดสะท้อนก้องไปทั่วห้องลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
เอเดรียนปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อนที่ผสมผสานระหว่างความต้องการทางกายและอำนาจการครอบครอง รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน
ที่ถาโถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนและเสียงกระซิบแห่งอดีต
แต่ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงกุกกักเบาๆ จากประตูทางเข้าห้องลับที่ควรจะถูกล็อกสนิท ก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
เอเดรียนหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองทางประตูกระจกนิรภัยทันที ร่างกายของเขายังคงทาบทับอยู่บนตัวรินรดา
ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ใต้โซฟาขึ้นมาถือไว้อย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า
มีใครบางคน... กำลังไขรหัสผ่านของห้องนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 19
การสำรวจอาณาจักร
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!