เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 19

การสำรวจอาณาจักร

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงปิดล็อกของบานประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะดังขึ้น ราวกับเสียงตัดขาดโลกภายนอกออกจากห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างถาวร กลิ่นอายของความลับและกาลเวลาที่ถูกกัก ขังลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมเจือจางที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอเดรียน วอล์คเกอร์ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบพื้นที่กว้างขวางเบื้องหน้า ซึ่งถูกซ่อนเร้นไว้ลึกที่สุดภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงหลังนี้ มันไม่ใช่ห้องทำงาน หรือคลังเก็บอาวุธอย่างที่เธอคาดคิด หากแต่มันคือแกลเลอรีส่วนตัวที่เต็มไปด้วยภาพถ่าย แผ่นฟิล์มกระจกยุคเก่า และข้าวของเครื่องใช้ ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดอันดิบเถื่อน "ยินดีต้อนรับสู่... ส่วนที่ลึกที่สุดในตัวฉัน รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของเธอในระยะประชิด เอเดรียนก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ ฝ่ามือหนาและใหญ่โตข้างหนึ่งวางทาบบนผนังกระจกเย็นเฉียบเพื่อกักขังเธอไว้ในวงแขน ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาปัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ ข้างแก้มออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ผ่านผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เธอพยายามดึงสติแล้วเบี่ยงตัวหลบความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้ สายตากวาดมองภาพถ่ายนับร้อยที่ติดอยู่บนผนังสีเข้ม ภาพถ่ายเหล่านั้นล้วนแต่เป็นภาพขาวดำที่สะท้อนเรื่องราวในอดีต—บ้านหลังเก่าที่ถูกไฟไหม้ รอยยิ้มของเด็กชายผู้โดดเดี่ยว และแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อโลกใบนี้ "คุณพาฉันมาดูอะไรกันแน่... อนุสรณ์แห่งความเกลียดชังของคุณงั้นเหรอ?" รินรดาเค้นเสียงถาม แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ด้วยแรงกดดันจากตัวตนของเขาที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ขาดสาย เอเดรียนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเยียบเย็น เขาก้มลงซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหวานจากตัวเธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสำรวจอาณาเขต ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะเม้มเบาๆ บนผิวเนื้ออ่อนจนเธอบิดเร้าด้วยความสั่นสะท้าน "ไม่ใช่ความเกลียดชัง..." เขาพึมพำชิดผิวเนื้อ เสียงของเขาแหบพร่าลงจนน่ากลัว "แต่มันคือ... สิ่งที่สร้างฉันให้กลายเป็นปีศาจที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก และเธอก็คือคนเดียว... ที่ฉันอนุญาตให้เข้ามาเห็นมัน" คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้รินรดาอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับตอกย้ำถึงความเปราะบางที่เธอกำลังเผชิญอยู่ เธอเป็นเพียงหมากตัวเดียวในเกมนี้ และการที่เขาพาเธอมายังห้องลับแห่งนี้ หมายความว่าเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปไหนได้อีกแล้ว แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอบดขยี้เหตุผลทั้งหมดจนแหลกละเอียด เอเดรียนพลิกตัวเธอกลับมาเผชิญหน้า มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การตรึงพันธนาการที่ไร้ซึ่งโซ่ตรวนนี้กลับทรงพลังและเร่าร้อนจนเธอแทบหมดแรงต้านทาน ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนขึ้นในความมืดมิดของห้องใต้ดิน ไม่มีบทสนทนาใดๆ เล็ดลอดออกมาอีกเมื่อริมฝีปากของเขาประทับลงมาบดขยี้เรียวปากของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือประนีประนอม แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าIของอย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำ และสูบเอาลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ เรียวขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบเอวคอดไว้แน่น ดึงรั้งร่างของเธอให้แนบชิดติดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจอันกระชั้นชิด ฝ่ามือซุกซนของเอเดรียนลากไล้ต่ำลงมาจากเอวคอด สอดแทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้าเนื้อนุ่ม ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสกับผิวเนียนละเอียด ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกและแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ความตึงเครียดทางอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกเป็นความเร่าร้อน ที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป เขาอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายอย่างไร้ความปรานี รินรดาต้องใช้เรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น เอเดรียนพาเธอเดินลึกเข้าไปยังโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้อง ก่อนจะวางร่างของเธอลงไปอย่างทะนุถนอมในวินาทีเดียวกับที่เขาตามทาบทับลงมาดั่งภูเขาไฟที่กำลังปะทุ เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงสลัว แสงไฟจากหลอดไฟนีออนดัดสีส้มสลัวสาดส่องกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกัน ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดสะท้อนก้องไปทั่วห้องลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ เอเดรียนปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อนที่ผสมผสานระหว่างความต้องการทางกายและอำนาจการครอบครอง รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ที่ถาโถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนและเสียงกระซิบแห่งอดีต แต่ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงกุกกักเบาๆ จากประตูทางเข้าห้องลับที่ควรจะถูกล็อกสนิท ก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เอเดรียนหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองทางประตูกระจกนิรภัยทันที ร่างกายของเขายังคงทาบทับอยู่บนตัวรินรดา ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ใต้โซฟาขึ้นมาถือไว้อย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า มีใครบางคน... กำลังไขรหัสผ่านของห้องนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%