กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 25

น้ำตากับคำอธิบาย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความมืดมิดของคลังสินค้าเก่าริมท่าเรือ กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้ "นายครับ! แย่แล้วครับ... มาร์คัสพากำลังเสริมชุดใหญ่บุกเข้ามาถึงหน้าประตูคลังสินค้าแล้วครับ!" เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาพร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาหลบหลังเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ ลูกกระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของเขาไปปักฝังลงบนลังไม้จนเศษไม้แตกกระจาย คีรินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวูบหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความนิ่งงันของเขากลับแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รินลดาที่ถูกกักตัวไว้ด้านหลังสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า เธอมองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งเกลียดชัง หวาดระแวง แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่เขาใช้ปกป้องเธอก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ "ให้มันเข้ามา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดที่กดทับทุกสรรพสิ่ง คีรินดึงอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกจากเอว ตรวจสอบแมกกาซีนด้วยความรวดเร็วและชำนาญ ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง สายตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนทอดอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที "อยู่ที่นี่... อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ถ้าไม่อยากตาย" เขาสั่งเสียงเข้ม แม้จะเป็นประโยคเตือนที่ฟังดูไร้ความปรานี แต่แววตาของเขากลับสะท้อนความห่วงใยที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้กรอบของความเย็นชา ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร แรงระเบิดสนั่นหูที่ประตูทางเข้าด้านหน้าก็ดังขึ้นพร้อมกับการพังทลายของบานประตูเหล็กกล้า กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตในชุดดำพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามา นำโดยมาร์คัส ศัตรูตัวฉกาจที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง "ว่าไงล่ะ คีริน! แกคิดว่าจะหลบมุมอยู่ได้นานแค่ไหนกันวะ วันนี้แหละคือจุดจบของอาณาจักรที่แกภาคภูมิใจ!" เสียงหัวroาะเยาะของมาร์คัสก้องกังวานไปทั่วโกดัง การปะทะกันด้วยอาวุธปืนเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงคำรามของกระสุนปืนดังสนั่นหู ฝุ่นควันและกลิ่นดินปืนตลบอบอวล คีรินเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ เขายิงตอบโต้ศัตรูทีละคนด้วยความเย็นชาดุจมัจจุราชที่ไร้หัวใจ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อลูกน้องของมาร์คัสมีจำนวนมากกว่า และพวกมันพยายามตีวงล้อมเข้ามาใกล้จุดที่รินลดาซ่อนตัวอยู่ "ระวัง!" รินลดาหวีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งเล็งปากกระบอกปืนมาทางเธอ คีรินหันขวับมาตามเสียง ปฏิกิริยาของเขาเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งเข้าใส่ร่างของหญิงสาวทันที แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นหลบหลังลังสินค้า พร้อมๆ กับเสียงกระสุนปืนที่เจาะทะลุกำแพงไม้เฉียดร่างพวกเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมเมื่อกระสุนของทั้งสองฝ่ายเริ่มหมดลง คีรินทาบทับร่างของเขาลงบนตัวรินลดาเพื่อปกป้องเธอจากกระสุนที่อาจลอยมาได้ทุกเมื่อ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นกายผสมผสานกับกลิ่นดินปืนและเหงื่อไคลแผ่ซ่านความเร่าร้อนออกมาจนสติของหญิงสาวกระเจิดกระเจิง ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มจ้องมองลึกล้ำเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความตึงเครียดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงและดิบเถื่อน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันแนบแน่นจนรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร่งราวกับจะทะลุออกมานอกอก "คุณ... ปล่อยฉันนะ" รินลดาเอמהเสียงสั่น พยายามผลักไสแผ่นอกกว้าง แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ที่ทรงพลังเบื้องหน้า "เงียบซะ ริน..." คีรินกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมหวานของเธอปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายในให้ตื่นขึ้น มือหนาที่เคยถืออาวุธเปลี่ยนเป็นเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าหวาน หยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มของเธอเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงสวาท เขาใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดแย้งกับแววตาดุดันอย่างสิ้นเชิง "ทำไม... ทำไมคุณถึงต้องทำร้ายฉัน ทำไมต้องทำลายทุกอย่าง แล้วยังทำท่าทางเหมือนสนใจฉัน ทั้งที่คุณมีผู้หญิงพวกนั้นอยู่เต็มไปหมด!" รินลดาพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมา น้ำตาไหลพรูลงมาไม่ขาดสาย ความรู้สึกเจ็บปวดและสับสนอัดแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก คีรินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบไหววูบราวกับถูกตบหน้าด้วยความจริงที่เขาพยายามหลบซ่อนมาตลอดชีวิต ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่ม "ผู้หญิงพวกนั้น..." คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่รินลดาไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากของมาเฟียผู้ไร้ความปรานีคนนี้ "ไม่เคยมีความหมายอะไรเลย... ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเจอเธอ ริน" ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความจริงจังที่สะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ฉันไม่เคยลืมใคร... ไม่เคยมีใครแทนที่เธอได้เลยแม้แต่คนเดียว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภาพของเธอในคืนนั้น... มันฝังอยู่ในหัวใจฉันไม่เคยจางหาย" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคีรินทำให้หัวใจของรินลดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำลายกำแพงความเกลียดชังที่เธอก่อขึ้นมาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของคลังสินค้าแห่งนี้ ร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวแปลเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างไร้เหตุผล รินลดาไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขาได้อีกต่อไป เมื่อริมฝีปากหนาประทับจูบลงมาอย่างเนิบนาบแต่ร้อนแรง ดึงดูดสติสัมปชัญญะทั้งหมดให้จมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความลุ่มหลง รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความเรียบง่ายค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก คีรินบดขยี้เรียวปากหวานด้วยความกระหายที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก น기เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาโกดังด้านนอก มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง สัมผัสหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยความชำนาญทำให้รินลดาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว หนีไม่พ้นและไม่ต้องการจะหนี ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า สติทั้งหมดถูกแผดเผาให้มอดไหม้ไปกับเปลวเพลิงสวาทที่เขาเป็นผู้จุดขึ้น คีรินถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาของเขายังคงจ้องมองเธอด้วยประกายไฟแห่งความต้องการที่แทบจะระเบิดออกมา มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว "เป็นของฉัน... ริน" เสียงกระซิบพร่าสั่นเอ่ยชิดริมฝีปากของเธอ เต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อจปฏิเสธและคำวิงวอนที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก รินลดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความลังเลที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา เป็นการยินยอมพร้อมใจที่เดدเดี่ยวและร้อนแรงไม่แพ้กัน ในเมื่อหัวใจของเธอพ่ายแพ้ให้กับเขาตั้งแต่แรกพบ การจำนนต่อพันธะสวาทนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่เธอเลือก ทว่า ในขณะที่ร่างของทั้งคู่กำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและบีบคั้นประสาทสัมผัส เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ "นายครับ! แย่แล้วครับ! พวกของมาร์คัสเสริมกำลังชุดใหม่เข้ามาจากทางด้านหลัง และตอนนี้... มีคนแปลกปลอมอีกกลุ่มหนึ่งกำลังบุกเข้ามาจากทางลานจอดรถครับ!" คีรินชะงักกкаรเคลื่อนไหวทันที ดวงตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียมขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ได้มีแค่มาร์คัสคนเดียว เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะผละตัวออกจากร่างของรินลดาอย่างไม่เต็มใจนัก ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับคว้าอาวุธปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมอีกครั้ง รินลดานั่งหอบหายใจรดรินอยู่บนพื้น เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยเผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่ยังคงแดงก่ำจากสัมผัสร้อนแรง เธอมองตามแผ่นหลังของมาเฟียหนุ่มด้วยความใจหายวาบ คีรินหันกลับมามองเธอนิ่งอยู่ชั่ววินาที แววตาเต็มไปด้วยประกายความดุดันก่อนจะเอ่ยคำสั่งเด็ดขาดที่แขวนความรู้สึกของเธอไว้บนเส้นด้าย "ล็อคประตูห้องนี้ไว้... และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างนอก อย่าเปิดประตูออกไปเด็ดขาด จนกว่าฉันจะกลับมาหาเธอ..." ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%