กลิ่นไอน้ำอุ่นจากห้องอาบน้ำยังคงลอยวนอยู่ในห้องนอนชุดใหญ่ของเพนต์เฮوسต์หรูใจกลางเมือง หยาดน้ำใสเกาะพราวอยู่บนลาดไหล่กว้างและแผงอกกำยำของคีริน มาเฟียหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของคนนับพันไว้ในมือ ทว่าในยามนี้สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวกลับไม่ได้ทอดมองออกไปที่ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง หากแต่กำลังจดจ้องร่างระหงของรินลดาที่กำลังก้าวถอยหลังหนี จนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
"คุณคิดจะทำอะไร คีริน..." น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความพยายามที่จะควบคุมความมั่น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหว
"ผมควรเป็นคนถามคุณมากกว่า รินลดา" คีรินก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่ทาบทับจนเธอกลายเป็นกรงขังขนาดย่อม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านจนแทบทำให้ลมหายใจของเธอกร่อยลง "คุณเข้าไปทำอะไรในห้องทำงานส่วนตัวของผม... เอกสารกองนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรอ่าน"
รินลดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอเพิ่งแอบเข้าไปในห้องทำงานของเขาเพื่อหาทางติดต่อพี่ชาย และบังเอิญสะดุดตากับแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าแฟ้มหนึ่ง ภาพถ่ายในนั้น... ภาพของเด็กชายตัวเล็กเนื้อตัวมอมแมม นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านที่ถูกไฟไหม้เกรียม และชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนั้น ก็ทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเธอสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"เด็กคนนั้น... คือคุณใช่ไหม?" รินลดาโพล่งออกมา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "คนที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง คนที่เติบโตมาท่ามกลางกองเลือดและความตาย... นั่นคือเหตุผลที่คุณกลายเป็นคนไร้หัวใจแบบนี้สินะ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที อุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าใจหาย สันกรามของคีรินขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคู่นคมืดสนิทลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเยือกเย็นที่น่ากลัว มือหนายื่นออกไปบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่ผมต้องเผชิญ รินลดา!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกสะเก็ดไฟจุดขึ้นมา "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับความเจ็บปวด คุณรู้ไหมว่าการถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลังมันรู้สึกยังไง!"
"ฉันรู้..." รินลดาไม่หลบสายตา แม้ความเจ็บแปลบที่คางจะแล่นริ้วขึ้นมา เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วเอמהต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่จริงใจ "ฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน... เพราะฉันก็สูญเสียทุกอย่างไปเหมือนกัน ฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่... ยอมให้คุณย่ำยีศักดิ์ศรีอยู่แบบนี้ไง!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของมาเฟียหนุ่ม แรงบีบที่คางคลายลงช้าๆ แต่ถูกแทนที่ด้วยฝ่ามือใหญ่ที่รวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไอร้อนจากกายของทั้งสองปะทะกันจนแทบหลอมละลาย ความโกรธเกรี้ยวในแววตาของคีรินแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจควบคุม
"งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าภายใต้ความอวดดีของคุณ... มันยังมีที่ว่างให้คนเลวๆ อย่างผมได้ซุกซบความเหนื่อยล้าบ้าง"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเรียกร้อง ราวกับต้องการลงทัณฑ์ที่เธอบังอาจก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งอดีต รินลดาสั่นสะท้าน มือเรียวพยายามทุบ 1-2 ครั้งที่แผงอกกว้าง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย
รสจูบที่ป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความตั้งใจที่จะลงทัณฑ์ถูกกลืนกินด้วยความปรารถนาอันรุนแรง คีรินผ่อนลมหายใจร้อนลง กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันหยอกล้อสร้างความปั่นป่วนจนขาเรียวของหญิงสาวแทบหมดแรงทรุดลงไปกองกับพื้น
สติของรินลดากระเจิดกระเจิง ความโกรธ ความเกลียดชัง และความสงสารที่ก่อตัวขึ้นในใจ หลอมรวมกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่เธอไม่อาจปฏิเสธ มือที่เคยขัดขืนค่อยๆ อ่อนแรงลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้เพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับ
เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมให้ริมฝีปากผละออกจากกันแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ก่อนจะวางเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมในเสี้ยววินาที ทว่าแววตากลับยังคงร้อนแรงดุจเปลวเพลิง
ร่างสูงทาบทับลงมา ปลดเปลื้องพันธนาการแห่งเสื้อผ้าออกทีละชิ้นด้วยความชำนาญ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดทุกตารางนิ้ว สร้างความสั่นสะท้านสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ รินลดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามอย่างไม่รู้ตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากออกไปเมื่อริมฝีปากร้อนของเขาพรมจูบไปตามซอกคอขาวผ่อง ไหปลาร้า และยอดอกอิ่มอย่างเนิบนาบแต่ลึกซึ้ง
ค่ำคืนนี้ไม่มีคำว่าปรานี มีเพียงบทเพลงแห่งความเสน่หาที่บรรเลงด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง ร่างกายสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ความเจ็บปวดในอดีตถูกเผาลาญด้วยไฟสวาท จนเหลือเพียงเสียงครางกระซิบที่ระคนไปด้วยความสุขสมและคราบน้ำตาแห่งความเข้าใจที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ทว่า... ในขณะที่รินลดาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคีรินด้วยความอ่อนล้าและอิ่มเอม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของมาเฟียหนุ่มที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
คีรินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารมากดรับสาย ใบหน้าคมคายที่เคยผ่อนคลายกลับมาเคร่งเครียดขึ้นในพริบตา เมื่อเสียงปลายสายเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"นายครับ... แย่แล้วครับ มาร์คัสส่งคนบุกเข้าโจมตีคลังสินค้าโซน B ของเราเมื่อห้านาทีก่อน ตอนนี้ไฟกำลังลุกไหม้ และ..." ปลายสายเว้นจังหวะไปชั่วครู่ "พวกมันจับตัวคนสำคัญคนหนึ่งไว้ได้ครับ"
ดวงตาคมกริบของคีรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับมามองรินลดาที่นอนหอบหายใจอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาอำนาจ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!