กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 27

ความลับของตระกูล

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงระเบิดกระสุนนัดสุดท้ายดังก้องสะท้านไปทั่วคฤหาสน์ปีกตะวันตก กลิ่นดินปืนและควันสีเทาจางๆ คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอายความตายที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ คีรินยืนตระหง่านท่ามกลางซากความวุ่นวาย ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกกระชากจนขาดวิ่นเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากการปะทะในอดีต ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองศัตรูรายสุดท้ายที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่แทบเท้า ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองหญิงสาวคนเดียวที่อยู่กลางวงล้อม รินลดายืนตัวสั่นเทาอยู่หลังเสาหินอ่อน มือเรียวบางกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้ความหวาดกลัวจะเกาะกุมหัวใจจนแทบหยุดหายใจ แต่แววตาของเธอยังคงมีความแข็งกระด้างและระแวดระวังไม่เสื่อมคลาย "ปลอดภัยแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม คีรินก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าว ย่างก้าวของเขาราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "มองผมทำไม รินลดา กลัวว่าผมจะตายก่อนจะได้คำตอบจากคุณหรือไง" "คุณ... บาดเจ็บหรือเปล่า" รินลดาหลุดปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเธอเจือความห่วงใยที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว คีรินชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันตัวเอง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นเลย เขายื่นมือหนาออกไปแตะรอยแผลที่มุมปากของตนเองที่มีคราบเลือดแห้งกรัง ก่อนจะปาดมันทิ้งอย่างไร้ความรู้สึก "ห่วงผมเหรอครับ? น่าแปลกใจเสียจริง..." คีรินก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินลดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนติดกับกำแพงเย็นเฉียบ สองแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ บังคับให้เธอต้องสบตาเขาโดยไม่มีทางหนี "ผู้หญิงที่เกลียดผมเข้าไส้อย่างคุณเนี่ยนะ จะมานึกห่วงความตายของมาเฟียไร้หัวใจคนนี้" "ฉันไม่ได้ห่วงคุณ..." รินลดาเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหู แต่คีรินกลับใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางมนของเธอกลับมาบังคับให้มองตรงมาที่เขา แรงบีบที่คางนั้นหนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ ทว่ามันเด็ดขาดจนเธอต้องนิ่วหน้า "โกหกไม่เนียนเลยนะ รินลดา" เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลจนน่ากลัว มันคือความนุ่มนวลแบบเดียวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ "ดวงตาของคุณมันฟ้องหมดเปลือก... เหมือนกับเมื่อสิบปีก่อน ไม่มีผิดเพี้ยน" คำพูดนั้นทำให้รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "สิบปีก่อน...? คุณหมายความว่ายังไง คีริน" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกและรอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกฝังกลบมานาน เขาค่อยๆ ลดมือลงจากคางของเธอ เปลี่ยนเป็นคว้าข้อมือเรียวบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่ร่างกายกำยำจะทาบทับเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้ลมหายใจของรินลดาติดขัด กลิ่นกายผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่และควันปืนประจำตัวเขามอมเมาสติเธอจนพร่าเลือน "คุณไม่เคยจำได้เลยสินะ..." คีรินก้มหน้าลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดจูบลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มทำให้รินลดาผวาเฮือก ร่างกายสะท้านเยือกด้วยความรู้สึกวาบหวามที่ตีคู่มากับความตื่นตระหนก "เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยร้องไห้กอดเข่าอยู่หลังโบสถ์ร้างในคืนที่ฝนตกกระหน่ำ... เด็กคนที่บอกว่าโลกใบนี้มันโหดร้ายเกินไป" รินลดาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ ภาพเด็กผู้ชายเนื้อตัวมอมแมมที่มีแววตาดุดันราวกับลูกหมาป่าบาดเจ็บ... คนนั้นเหรอ? "ค... คีริน หรือว่าคุณคือ..." "ใช่ครับ..." เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนยากจะควบคุม "เด็กผู้ชายคนที่ถูกพ่อแท้ๆ ของตัวเองขายให้กับแก๊งค้ามนุษย์... เด็กผู้ชายคนที่สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในค่ำคืนนั้น" รับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของมาเฟียหนุ่ม รินลดาใจหายวาบ ความโกรธแค้นและความแข็งกระด้างที่เธอเคยมีต่อเขามลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความสงสารและแรงดึงดูดประหลาดที่เชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าด้วยกันโดยไม่รู้ตัว "คีริน..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยคลหน่วยด้วยหยาดน้ำใส แต่คีรินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรมากกว่านั้น ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันที รสจูบในคราแรกดุดัน ร้อนแรง และโหยหา ราวกับต้องการแผดเผาทุกความเจ็บปวดในอดีตให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน รินลดาพยายามจะเบือนหน้าหนีในตอนแรก แต่เมื่อลิ้มรสความขมปร่าที่เจืออยู่ในความหวานล้ำนั้น หัวใจเธอก็พ่ายแพ้ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นโอบกอดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของค่ำคืน รสจูบที่เริ่มจากความเร่าร้อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและโหยหาอย่างถึงที่สุด คีรินขบเม้มเรียวปากเธออย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะสอดแทรกความวาบหวามเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างไม่รู้จักพอ รินลดาครางแผ่วในลำคอ เรียวแขนที่เคยเป็นอิสระยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ นิ้วมือจิกทึ้งเส้นผมหยักศกของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างความแค้น ความลับ และความปรารถนาหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงสวาทที่ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป ในขณะที่เปลวไฟแห่งความเสน่หาร้อนแรงกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้หลอมละลายเข้าหากัน ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนابหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงกระชากบานประตูไม้สักทองให้เปิดผางออกอย่างแรง เสียงตวาดกร้าวของชายแปลกหน้าที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในความมืด "คีริน! แกไม่มีทางหนีพ้นหรอก วันนี้คือวันตายของแก!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%