เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวจากปลายเตียง ดับกลืนเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวที่เพิ่งผล่อยหลับไปด้วยความอ่อนล้า
คีรินทร์ไม่ขยับตัว ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มของรินลดาแนบชิดอยู่กับแผงอกเปลือยเปล่าของตน มือแกร่งข้างหนึ่งที่ซุกอยู่ใต้หมอนกระชับด้ามปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดไว้มั่น นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีหรี่แคบลงเพ่งมองความมืดสลัวเบื้องหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุดราวกับสัตว์ป่าที่ถูกรบกวนอาณาเขต เงาดำตะคุ่มไหววับผ่านม่านโปร่งแสงริมระเบียงชวนให้กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเครียด
*มันไวมาก... แต่มันประเมินความตายของตัวเองต่ำเกินไป*
ชายหนุ่มขยับตัวอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้รื่นลดาตื่นจากนิทรา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ตรงไหปลาร้าทำให้ความดุดันในสายตาอ่อนแสงลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจผละร่างออกจากอ้อมแขนนั้นอย่างเงียบเชียบ ปืนในมือถูกปลดเซฟพร้อมลั่นไก ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าไร้เสียงราวกับภูตผีตรงไปยังมุมมืดของห้องนอนที่เงียบสงัด
*แกร๊ก...*
เสียงปลายนิ้วสัมผัสกับสลักกระจกเบาเกินกว่าที่คนทั่วไปจะได้ยิน แต่ไม่ใช่สำหรับคีรินทร์ ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดเงาดำนั้นในเสี้ยววินาที ข้อศอกแกร่งกระแทกเข้าที่ลำคอของแขกยามวิกาลอย่างแม่นยำ พร้อมกับปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าขมับชื้นเหงื่อทันที
"แกเป็นใคร... ใครส่งมา!" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม แววตาดุดันฉายแววฆ่าฟันไร้ความปรานี
"คะ... คีรินทร์ ฉันเอง!" เสียงแหบพร่ากระซิบเล็ดลอดออกมาจากชายชุดดำที่กำลังสำลักอากาศด้วยความตกใจ
คีรินทร์หรี่ตามองร่างที่ถูกตรึงติดผนัง แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของอีกฝ่ายจนเห็นเด่นชัด... ชายหนุ่มชะงัก ปลายกระบอกปืนลดระดับลงเล็กน้อย "วิชัย? นายเข้ามาทางระเบียงทำไม สติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงถึงไม่ใช้ประตูปรกติ"
วิชัย ลูกน้องคนสนิทหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวไม่ใช่เพราะความตายที่เฉียดฉ่ายเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะข่าวสารที่ตนถือครองอยู่ "ผมขอโทษครับนาย... แต่สถานการณ์มันฉุกเฉิน มาร์คัสเคลื่อนไหวแล้ว มันส่งคนเจาะระบบความปลอดภัยรอบคฤหาสน์ฝั่งตะวันตก และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เอกสารลับ... แต่มันคือผู้หญิงคนนั้น"
นัยน์ตาสสีนิลของคีรินทร์ไหววับด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนวิชัยต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "มันกล้าเหยียบเข้ามาในถ้ำเสือของฉันเหรอ..." น้ำเสียงลอดไรฟันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว "จัดการพวกมันอย่าให้เหลือรอดกลับไปรายงานเจ้านายของแกได้แม้แต่คนเดียว!"
"รับทราบครับ!" วิชัยหายตัวไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอยในเวลาต่อมา
คีรินทร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ลมหายใจหนักหน่วงด้วยความเดือดดาล เขากวาดสายตากลับไปยังเตียงนอนกว้าง รินลดายังคงนอนหลับพริ้มโดยไม่รู้เรื่องราวอันตรายที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความเปราะบางและไร้เดียงสาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างของเธอดึงดูดสายตาคมกริบให้กลับมาหยุดนิ่งอีกครั้ง มือแกร่งที่เพิ่งผ่านการถืออาวุธปลิดชีพคน เอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวออกอย่างเบามือที่สุด
ความอ่อนโยนที่หลุดรอดออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้คีรินทร์ต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังกัดกินหัวใจอันด้านชาของตนเอง เขาไม่เคยยอมให้ใครมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกมานานนับปี แต่วันนี้... ผู้หญิงที่เขาใช้กำลังฉุดรั้งเธอไว้ในกรงขัง กลับกลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่เขายอมไม่ได้หากจะมีใครมาแตะต้อง
ในขณะเดียวกัน บนเตียงนอนกว้าง รินลดาขยับตัวเล็กน้อยเปลือกตาบางกะพริบปรือขึ้นท่ามกลางแสงสลัว ภาพแรกที่เธอเห็นคือแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ และเงาของความเคร่งเครียดที่ยังคงฉายชัดบนใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่ม
ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความหวาดกลัวและชิงชังที่เคยมี เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่าง เมื่อเธอมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น แววตาที่มักจะดุดันและเย็นชาอย่างไร้หัวใจ บัดนี้กลับเจือด้วยความห่วงใยและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เขาพยายามปิดบังซ่อนเร้นจากโลกภายนอก
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวในอกอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอเห็นมือหนาคู่นั้นสั่นเทาเล็กน้อยในยามที่เขาสัมผัสแก้มนวลของเธออย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วหยาบกร้านทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
*ผู้ชายคนนี้... มีมุมที่เปราะบางแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ* ความคิดในหัวของหญิงสาวสับสนตี
คีรินทร์ชะงักเมื่อเห็นเธอลืมตาตื่นขึ้นมา ดวงตาสีเข้มไหววับเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาชักมือกลับอย่างรวดเร็วดุจปฏิกิริยาป้องกันตัว น้ำเสียงทุ้มเอמהเรียบเย็นเอ่ยทำลายความเงียบ "ตื่นทำไม... นอนต่อไปซะ"
"คุณ..." รินลดาเอמהเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ร่างบางยันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ความเจ็บระบมตามเนื้อตัวจากการร่วมรักที่ผ่านมาประท้วงขึ้นมาทันที แต่เธอกลับไม่สนใจมัน สายตาคู่สวยยังคงจับจ้องที่ใบหน้าของเขา "เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น... ฉันได้ยินเสียง..."
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องใส่ใจ" คีรินทร์ตัดบทเสียงแข็ง หันหลังให้เธอเพื่อซ่อนร่องรอยความกังวล "หน้าที่ของเธอมีแค่การนอนหลับอยู่บนเตียงนี้ และอย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด"
"ฉันไม่ได้จะหนี..." รินลดาโต้กลับทันควัน ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอไม่มีวันก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้แต่มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล "แต่ฉันไม่ใช่ตุ๊กตา... คีรินทร์ ฉันรู้ว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น และคุณกำลังซ่อนมันไว้จากฉัน"
คีรินทร์หันขวับกลับมามองหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดขอบเตียงในพริบตา มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอรับรู้ถึงอำนาจที่เหนือกว่า "อวดดีนักนะรินลดา... เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาซักไซ้ฉัน?"
แม้จะเจ็บที่คาง แต่รินลดากลับไม่หลบสายตา เธอกลับเอื้อมมือเรียวขึ้นไปแตะหลังมือหนาที่กำลังบีบคาดเธออยู่ แรงสัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้คีรินทร์ชะงักกึก แรงบีบที่คางคลายลงโดยอัตโนมัติ
"ฉันไม่ใช่คนของคุณ... แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย" รินลดาเอ่ยกระซิบแผ่วเบา แววตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน "ฉันมองเห็นมันนะ... คีรินทร์ แววตาของคุณตอนที่มองฉันเมื่อครู่... มันไม่ใช่สายตาของมาเฟียที่ไร้หัวใจเลยสักนิด"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคีรินทร์ ร่างสูงแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกอ่านความรู้สึกทะลุปรุโปร่ง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คีรินทร์จะได้เอמהวาจาใดตอบโต้ เสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวก็ดังสนั่นมาจากทางประตูทางเข้าคฤหาสน์ พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบวابไปทั่วทุกมุมห้อง กระจกหน้าต่างบานใหญ่แตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ จากแรงกระแทกของกระสุนปืนกลหนักที่สาดเข้ามาไม่ยั้ง!
"หมอบลง!" คีรินทร์คำรามลั่นด้วยสัญชาตญาณดิบ เขากระโจนเข้าคร่อมร่างของรินลดาและปกป้องเธอไว้ใต้ร่างกำยำของตนทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสนามรบ
ทว่า... ก่อนที่คีรินทร์จะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกพังกระเด็นด้วยแรงระเบิด ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้า พร้อมกับปากกระบอกปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของคีรินทร์อย่างแม่นยำ!
"เกมพลิกแล้วล่ะ... คีรินทร์" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่คีรินทร์คาดไม่ถึงที่สุดในวินาทีนี้
"มาร์คัส!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันร้อนระอุนี้ร่วมกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 14
รอยร้าวที่เริ่มจาง
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!