หน้าจอโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตทั่วคฤหาสน์มืดสนิทพร้อมกันในเสี้ยววินาที ระบบความปลอดภัยที่คีรินทร์ทุ่มเงินนับร้อยล้านเพื่อเนรมิตให้เป็นปราการเหล็ก กลับถูกเจาะทะลวงราวกับบ้านกระดาษ สิ่งที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอทุกบานในห้องโถงใหญ่หาใช่ไวรัสเรียกค่าไถ่หรือสัญลักษณ์ขององค์กรคู่อริ หากแต่เป็นภาพวิดีโอความยาวสั้นๆ ที่กำลังเล่นวนซ้ำไปซ้ำมา—ภาพของรินลดากำลังก้าวเดินอยู่ท่ามกลางสวนกุหลาบสีชาดเมื่อช่วงบ่าย โดยมีเงาตะคุ่มของชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินตามหลังกระชั้นชิด พร้อมกับกล่องพัสดุกรรมสิทธิ์สีดำสนิทที่ถูกวางไว้บนโต๊ะหินอ่อนหน้าประตูใหญ่
ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วบริเวณ อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของมาเฟียหนุ่ม
"มันกล้าดียังไง..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยโทสะอันดุร้าย คีรินทร์ไม่ได้ตะโกน แต่อำนาจมืดที่กดทับลงบนบรรยากาศกลับทำให้บอดี้์การ์ดมือหนึ่งอย่างสมชายถึงกับต้องกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ดั่งซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้แหลکคามือ มาร์คัส... ไอ้สุนัขลอบกัดที่บังaอาจส่งสาส์นท้าทายถึงถิ่นของเขา มันไม่ได้แค่ส่งพัสดุ แต่มันกำลังหยามเกียรติและประกาศกร้าวว่ามันสามารถเข้าถึงตัว ‘ผู้หญิงของเขา’ ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
ในขณะเดียวกัน รินลดาก้าวลงมาจากบันไดวนด้วยความรู้สึกไม่สู้ดีนัก เมื่อครู่เธอได้ยินเสียงเอะอะโกลาหลและสัมผัสได้ถึงคลื่นความตึงเครียดที่แผ่กระจายขึ้นมาถึงชั้นบน ร่างระหงหยุดยืนอยู่ที่ขั้นบันไดขั้นรองสุดท้าย สายตาคู่สวยกวาดมองสถานการณ์เบื้องล่างก่อนจะมาสะดุดเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก
"คีรินทร์..." เธอเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
เพล้ง!
แก้วคริสตัลใสบรรจุวิสกี้ชั้นดีในมือหนาถูกบดขยี้จนแตกละเอียดคามือ เศษแก้วคมกริบบาดลึกฝังลงบนเนื้อผิวจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมหยดลงสู่พื้นพรมราคาแพง แต่เจ้าของร่างสูงกลับไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังปะทุ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ
ดวงตาคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาที่อ่อนโยนยามที่เขามองเธอในยามวิกาล แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กระหายการลงทัณฑ์
"ลงมานี่ รินลดา" คำสั่งนั้นราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังเสียจนขาเรียวทั้งสองข้างแทบจะก้าวเดินตามสัญชาตญาณ
"เกิดอะไรขึ้น... ฉันเห็นกล้อง..." รินลดาพยายามจะถามถึงความผิดปกติ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบประโยค ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวบางแล้วออกแรงดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกนุ่มแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามแรงอารมณ์
"คุณเจ็บตัว..." เธอนิ้วเรียวพยายามจะแตะลงบนฝ่ามือที่ยังมีเลือดไหลซึมของเขา แต่กลับถูกมือหนาอีกข้างตรึงข้อมือทั้งสองข้างไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม รินลดา!" คีรินทร์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้มนวลเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอันตรายและความหึงหวงที่ระอุจนน่ากลัว "เธอรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังทำให้อำนาจของฉันกลายเป็นเรื่องตลก... รู้ไหมว่าไอ้สมันตัวผู้อื่นมันส่งอะไรมาให้ฉันดูเมื่อครู่!"
"ฉันไม่รู้เรื่อง... ฉันแค่อยู่ในสวน..." รินลดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามของเขา ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอปฏิเสธที่จะแสดงความอ่อนแอออกมา "ปล่อยฉันนะ คีรินทร์! คุณไม่มีสิทธิ์มาลงโทษฉันด้วยความไร้เหตุผลแบบนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความบ้าระห่ำที่ถูกปลุกเร้า "ในบ้านหลังนี้ บนผืนแผ่นดินนี้ และในร่างกายของเธอ... ฉันคือผู้มีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว!"
สิ้นคำพูด ร่างสูงก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว รินลดาหวีดร้องด้วยความตกใจ มือเล็กทุบตีลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่คีรินทร์กลับก้าวเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขาด้วยฝีเท้าหนักหน่วงราวกับพญาชสาร บอดี้การ์ดรอบบริเวณต่างพากันก้มหน้าหลบตา ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมองเจ้านายในยามที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลดปล่อยออกมาเช่นนี้
ปัง!
ประตูบานใหญ่ถูกผลักปิดและล็อกกลอนด้วยความรุนแรง คีรินทร์เหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่ แรงกระแทกทำให้รินลดาจุกจนพูดไม่ออก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตามทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างหนาที่เปรียบเสมือนกรงขังเหล็กกล้า
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นประกายไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อนและแรงแค้นสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของคนตรงหน้า คีรินทร์ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายศัตรู แต่เขากำลังต้องการ ‘ทำลาย’ ความดื้อรั้นของเธอให้แหลกคราบคามือ เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"คุณจะทำอะไร..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ยามที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวลงมาถึงลำคอระหง
"สอนบทเรียนให้เธอจำฝังใจไง... ว่าอย่าได้บังอาจปล่อยให้สายตาของใครนอกจากฉัน ได้มองสำรวจเรือนร่างของเธออีก"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าขนลุกเกรียวไปทั่วสรรพางค์กาย เรียวปากหยักลึกฉกวูบลงมาปิดริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยนหรือเกาลัดรักดังเช่นเคย หากแต่มันคือการจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะครอบครอง รสชาติของความหวาดกลัวผสมผสานกับความหวานล้ำที่เธอพยายามต้านทาน ทำให้คีรินทร์ยิ่งฮึกเหิม มือหนาบีบเคล้นเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการฝังรอยมือของเขาไว้บนทุกตารางนิ้วของเรือนร่างเธอ
รินลดาครางประท้วงในลำคอเมื่อลมหายใจเริ่มขาดหช่วง เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี บังคับให้เธอต้องตอบสนองต่อจังหวะสวาทที่เขาเป็นผู้กำหนด สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ต่ำลงเรื่อยๆ ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกใต้จิตสำนึกให้ลุกโชนขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ศักดิ์ศรีที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อจิตใจ และยอมจำนนต่อสัมผัสอันทรงพลังของเขา
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปรานี ผิวเนียนละเอียดนวลผ่องถูกเปิดเผยต่อสายตาคมกริบที่มองมาด้วยความหลงใหลและกระหายหิว คีรินทร์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีเข้มเพื่อประกาศิตความเป็นเจ้าของ ขณะที่มือใหญ่นวดคลึงทรวงอกอวบอิ่มจนร่างบางแอ่นกายเข้าหาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง
"คีรินทร์... อっ... อย่า..." เสียงหวานครางกระเส่าหลุดรอดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความเวทนาปนเร้าอารมณ์
"สายไปแล้ว รินลดา..." เขากระซิบชิดยอดอกที่ชูชัน พลางส่งยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจ "ในเมื่อเธอทำให้ฉันคลั่ง... เธอก็ต้องรับโทษทัณฑ์นี้ด้วยร่างกายของเธอเอง"
บทเพลงรักอันเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์เริ่มบรรเลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เสียงหอบหายใจและเสียงครางระคนความสุขสมดังระงมไปทั่วห้องนอนกว้าง ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์ ทุกหยาดเหงื่อคือการประกาศสงครามทางกายที่ไม่มีใครยอมใคร คีรินทร์ลากพาเธอขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งความรัญจวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างบางอ่อนระทวยและแทบจะหลอมละลายไปกับอ้อมแขนแกร่งของเขา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเปลวเพลิงแห่งสวาทเริ่มมอดไหม้เหลือเพียงสะเก็ดไฟระอุ รินลดานอนหอบหายใจรดรินอยู่บนอกแกร่ง เปลือกตากลุ่มสนิทด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการถูกตักตวงพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น คีรินทร์กอดกระหวัดร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้แนบอก มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างเบามือ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอิ่มเอมและสัญชาตญาณการปกป้องที่พลุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่
ทว่า... ในวินาทีที่คีรินทร์คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม เสียงแจ้งเตือนข้อความลับจากระบบนิรภัยสำรองที่ถูกเข้ารหัสไว้เป็นพิเศษ ก็ดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง
หน้าจอเรืองแสงขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายใบล่าสุดที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากกล้องวงจรปิดมุมอับที่ยังหลงเหลืออยู่
ไม่ใช่ภาพของมาร์คัส... แต่เป็นภาพของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท กำลังยืนอยู่ตรงระเบียงห้องนอนของพวกเขาในชั้นที่สาม... พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มองทะลุกระจกเข้ามาด้านใน!
คีรินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณนักฆ่ากรีดร้องเตือนภัยในเสี้ยววินาที เขาก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่กำลังเคลิ้มหลับด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่มือแกร่งจะคว้าปืนพกเก็บเสียงใต้หมอนขึ้นมาปลดล็อกเซפอย่างรวดเร็ว!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ)
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 13
บทลงโทษที่เร่าร้อน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!