ก้านนิ้วแกร่งเคาะโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดีเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกวาดความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวจนน่าอึดอัด สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจับจ้องร่างระหงของรินลดาที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอในยามนี้ไม่ได้สวมใส่ชุดหรูหราสำหรับงานเลี้ยง หากแต่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงสแล็คเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าให้ยิ่งชวนมอง แม้ใบหน้าสวยหวานจะพยายามฉาบความแข็งกระด้างไว้เพื่อต้านทานแรงกดดัน แต่เม็ดเหงื่อผุดพรายบริเวณขมับก็ฟ้องชัดว่าเธอกำลังหวาดหวั่นต่อการรุกรานในรูปแบบใหม่ของเขา
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ คีริน"
เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคืองโกรธ ดวงตากลมโตฉายแววพยศไม่ยอมสยบ แม้แผ่นหลังจะชนชิดกับชั้นหนังสือขนาดใหญ่จนแทบไม่มีทางหนี
คีรินไม่ตอบทันที มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงเคลื่อนไหวดุจเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมแบรนด์นิชลอยกรุ่นเข้าแตะนาสิกของหญิงสาว ยิ่งเขาก้าวเข้ามาใกล้ พื้นที่หายใจของเธอก็ยิ่งแคบลงทุกที
"ไม่มีสิทธิ์?" คีรินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก นิ้วเรียวเอื้อมออกไปแตะไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างจงใจ รินลดาเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... ไวเท่าความคิด ปลายคางมนถูกปลายนิ้วแกร่งเชยขึ้นบังคับให้เธอกลับมาสบตา "จำไม่ได้หรือไงรินลดา ว่าข้อตกลงของเรามันครอบคลุมไปถึงเรื่องอะไรบ้าง... และที่สำคัญ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมไม่ได้แค่ 'ทวงหนี้' แต่ผมกำลัง 'จีบ' คุณต่างหาก"
คำว่า 'จีบ' จากปากของมาเฟียผู้ไร้ความปรานี ไม่ได้ให้ความรู้สึกโรแมนติกแม้แต่น้อย มันกลับฟังดูเหมือนประกาศิตจากซาตานที่ทรงพลังและพร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัว
รินลดาใจกระตุกวูบ เธอปัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยความถือดี "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการข้างถนนที่คุณจะมานึกสนุกด้วย อยากได้อะไรก็ไปหาเอาจากพวกผู้หญิงที่พร้อมจะวิ่งเข้าหาคุณสิ อย่ามาเสียเวลากับฉัน!"
"ถ้าอยากได้แค่ร่างกาย... ผมคงไม่ลงทุนทำอะไรแบบนี้หรอก" คีรินไม่โกรธ เขากลับหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับปทุมถันอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบสะท้าน มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วรั้งเข้าหาตัวทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว "แต่สำหรับคุณ... ผมอยากได้ทั้งตัว หัวใจ และความพยศพวกนั้นมาสยบอยู่ใต้ร่างของผมคนเดียว"
สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไต่ระดับจากเอวสอบขึ้นมาถึงแผ่นหลังเนียน ทำให้รินลดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกเกรียวด้วยพิษสงแห่งความปรารถนาที่เขาจงใจปลุกเร้า ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งเสน่หาที่ยากจะต้านทาน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงมดหรือจะสู้แรงช้างสาร
"ปล่อยนะ... อื้อ..."
คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี คีรินบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความกระหายที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน รสจูบทั้งดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการสูบเอาวิญญาณและสติสัมปชัญญะของเธอให้หลอมละลายไปกับลมหายใจของเขา รินลดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัด
ทว่ามาเฟียหนุ่มเจ้าเล่ห์รู้ดีว่าต้องจัดการอย่างไร มือแกร่งบีบกรามมนเบาๆ ให้เอดเผยอริมฝีปากออก ก่อนที่ลิ้นร้อนจะแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวดังคลอเคล้าไปกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของชายหนุ่ม
บรรยากาศภายในห้องมืดสลัวด้วยเงาของราตรีที่คืบคลานเข้ามา แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบเงาร่างที่กำลังแนบชิดกันอย่างแนบแน่น ร่างของรินลดาอ่อนยวบลงในอ้อมแขนแกร่ง ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความวאาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก มือเรียวที่เคยผลักไส เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
คีรินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกราบกรานมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการรุกราน เขายกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ ยามที่ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำหวานที่มุมปากให้อย่างอ่อนโยน—ความอ่อนโยนที่ขัดกับแววตาดิบเถื่อนคู่นั้นอย่างสิ้นเชิง
"ปากบอกว่าเกลียด... แต่ร่างกายของคุณมันตอบสนองผมซื่อตรงเสียยิ่งกว่าอะไรดีนะ รินลดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู พร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเธอสะท้านเฮือก
"คุณมัน... คนสารเลว..." เธอยังคงพยายามเค้นเสียงต่อ
"ครับ... เลวเฉพาะกับคุณคนเดียว" คีรินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนที่มือแกร่งจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นลอยเหนือพื้นในท่าเจ้าสาวโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตั้งตัว รินลดาอุทานลั่นด้วยความตกใจ รีบคล้องคอเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ "นี่คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ!"
"ไปต่อรองเรื่องที่เราคุยกันค้างไว้... บนเตียง"
เขาก้าวเดินยาวๆ มุ่งตรงไปยังประตูลับที่เชื่อมต่อกับห้องนอนส่วนตัวด้านใน ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวลงมาและเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำของทั้งสองฝ่าย
ทว่า... ในวินาทีที่คีรินกำลังจะผลักประตูห้องนอนให้เปิดออก เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาวางรินลดาลงยืนกับพื้นอย่างเสียดาย แต่ยังคงใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดเอวบางไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน สายตาคมกริบตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาบรรยากาศสีชมพูเร่าร้อนเมื่อครู่เย็นเยียบลงทันตาเห็น
*มาร์คัส*
รินลดาแอบมองปฏิกิริยาของชายหนุ่ม และสังเกตเห็นประกตตากระหายเลือดที่วับผ่านนัยน์ตาคู่คมของคีรินชั่วเสี้ยววินาที
"รับสิครับ... ดูซิว่าศัตรูตัวฉกาจของผม มันจะกล้าส่งข่าวอะไรมาในเวลาแบบนี้" คีรินเอ่ยเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มืออีกข้างกดรับสายและเปิดสปีกเกอร์โฟนทันทีโดยไม่ละสายตาไปจากหญิงสาวในอ้อมแขน "ว่าไงมาร์คัส... คิดถึงกูจนทนไม่ไหวแล้วหรือไง ถึงโทรมาหาดึกดื่นแบบนี้?"
("กูไม่ได้โทรมาหา... แต่กูแค่จะบอกว่า ของขวัญที่กูส่งไปให้มึงที่คฤหาสน์... มึงน่าจะชอบมันนะ คีริน") ปลายสายหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะตัดสายทิ้งไปทันที
คีรินนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนจะตื่นตัวเต็มพิกัด ร่างสูงปล่อยมือจากรินลดาแล้วพุ่งตัวคว้าปืนพกสั้นสีดำสนิทที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตถึงขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า... มันไม่ใช่แค่เกมธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 17
รุกหนักจัดเต็ม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!