ความเงียบงันภายในห้องนอนชุดใหญ่กว้างขวางของคฤหาสน์มาเฟียตระกูลคีริน ถูกรบกวนเพียงเสียงลมหายใจที่ร้อนจัดและติดขัดของร่างระหงที่นอนซมอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่
รินลดากัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนแทบห่อเลือด พิษไข้จากความเครียดสะสมและเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ผ่านมาโถมเข้าเล่นงานร่างกาบที่บอบช้ำจนเธอแทบจะทานทนไม่ไหว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวานซีดเผือด ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความหนาวสะท้านจากภายใน แม้ว่าเครื่องปรับอากาศในห้องจะถูกปรับให้อุณหภูมิสูงขึ้นแล้วก็ตาม
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ถูกถอดสูทนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งและรอยสักรางเลือน คีรินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับเสือร้ายย่องเข้าหาเหยื่อ ทว่าแววตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับไม่ได้ฉายแววความดุดันเลือดเย็นเช่นเคย กลับมีร่องรอยของความกระวนกระวายใจที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นซ่อนอยู่ลึก ๆ
มือหนาที่ผ่านการถืออาวุธและชี้ชะตาชีวิตคนมานักต่อนัก เอื้อมไปแตะหน้าผากเนียนที่ร้อนจัดด้วยความระมัดระวัง สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นทำให้คีรินขมวดคิ้วมุ่น หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบอย่างไม่สบอารมณ์ ร่างกายนี้พยศนัก ดื้อรั้นนัก แต่ยามที่มันอ่อนแอลงจนไร้ทางสู้ เหตุใดหัวใจของเขาจึงต้องมาเจ็บปวดแทนด้วยเล่า
"ดื้อด้าน... ป่วยจนได้นะรินลดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเบาหวิว ราวกับพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะต่อว่าคนป่วย
บนโต๊ะข้างเตียงมีอ่างน้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กที่แม่บ้านเตรียมไว้ คีรินจัดการหยิบมันขึ้นมา บิดหมาดด้วยมือข้างเดียวอย่างชำนาญ ก่อนจะโน้มตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียง รินลดาขยับตัวหนີตามสัญชาตญาณความหวาดระแวง เปลือกตาบางพยายามปรือขึ้นมองผู้ชายที่คอยแต่จะสร้างกรงขังให้เธอ
"คุณ... จะทำอะไรอีก ปล่อยฉันไปเถอะ..." เสียงแหบแห้งเอ่ยประท้วงอย่างอ่อนแรง เรียวปากที่เคยอวดดีบัดนี้แห้งผากจนน่าสงสาร
"อย่าดื้อกับฉันในยามที่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน รินลดา" คีรินเอ่ยเสียงเข้ม ดุ แต่น้ำเสียงนั้นกลับไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราดอย่างที่ควรจะเป็น มือใหญ่เอื้อมไปกดไหล่บางที่พยายามจะถอยหนีให้นอนราบลงไปตามเดิมอย่างนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง "นอนนิ่ง ๆ ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้วิธีอื่นในการเช็ดตัวให้เธอ"
คำขู่เจือแววคุกคามนั้นได้ผล รินลดาจำต้องนอนกัดฟันแน่น ปล่อยให้มืออุ่นจัดของมาเฟียหนุ่มเริ่มไล้เช็ดไปตามกรอบหน้า ลำคอระหง และลาดไหล่บอบบาง แม้สัมผัสของเขาจะหยาบกร้านตามประสาผู้ชายผ่านศึกสงคราม ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างประหลาด จนคนถูกกระทำเผลอหลับตาลงรับสัมผัสวابหวามที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวเนื้อ
ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายที่หนาวสั่น รินลดาหายใจติดขัดเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างลูบไล้ผ่านช่วงไหปลาร้าลงมาเรื่อย ๆ ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย เกินกว่าหัวใจที่อ่อนแอของเธอจะรับไหว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย้ายวนอันดิบเถื่อนทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"มองฉันทำไม..." คีรินเอ่ยถามเสียงพร่า เมื่อสังเกตเห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่มองมาอย่างมีความหมาย เปลวไฟในกายของมาเฟียหนุ่มถูกจุดติดขึ้นอย่างง่ายดายเพียงแค่สบตากับเธอ
"คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ... ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้ด้วย" รินลดาเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ความสงสัยในตัวผู้ชายคนนี้กัดกินจิตใจเธอมาตลอด
คีรินชะงักมือที่กำลังเช็ดตัวให้เธอนิ่งค้าง แววตาดุดันไหววับชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันตัวเอง เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากแห้งผากของเธอ กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ขยายออกมาราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น
"เกลียดเหรอ..." คีรินทวนคำ เสียงกระซิบนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ถ้าฉันเกลียดเธอจริง ป่านนี้เธอคงไม่ได้นอนหายใจรดอยู่บนเตียงนี้หรอก... รินลดา"
มือหนาเลื่อนจากการเช็ดตัว เปลี่ยนมาเป็นตรึงคางมนไว้ด้วยปลายนิ้วแกร่ง บังคับให้เธอนอนรับสายตาคมกริบที่จ้องมองราวกับจะกลืนกิน ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้นเมื่อคีรินโน้มตัวทาบทับลงมาครึ่งตัว ความร้อนจากพิษไข้ของหญิงสาวผสานกับความร้อนรุ่มในกายของชายหนุ่มหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก
รินลดาหอบหายใจถี่กระชั้น ยามที่ริมฝีปากหย้าร้อนผ่าวเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแนบชิด ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาประหลาดที่ตื่นขึ้นในอก ศักดิ์ศรีที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสและแววตาที่เว้าวอนอย่างดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่ม
"แต่อย่าคิดว่าฉันใจดีนะ..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือสิทธิ์ "หายป่วยเมื่อไหร่... เธอกับฉันมีเรื่องต้องสะสางกันยาวแน่"
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับกันเพื่อระบายความโหยหาที่อัดแน่นในใจ เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความร้อนรนผ่านบานประตู "สายรายงานว่า มาร์คัส ส่งคนบุกรุกเข้ามาบริเวณเขตคลังสินค้าทางเหนือของเราแล้วครับ!"
ดวงตาคมกริบของคีรินวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะในทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับพายุร้ายที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขละสายตาจากใบหน้าหวานของรินลดาอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีที่เย็นยะเยือกและน่ากลัวถึงขีดสุด
คีรินกวาดสายตามองหญิงสาวที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบปืนพกคู่ใจขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว
"พักผ่อนซะรินลดา..." คีรินหันมาสั่งเสียงทุ้มต่ำเด็ดขาด นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ "อย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด... เพราะถ้าฉันกลับมา แล้วไม่เจอเธออยู่บนเตียงนี้ คนที่มารusานมัน จะไม่ได้ตายแค่ศพเดียว!"
พูดจบ มาเฟียหนุ่มก็หมุนตัวก้าวสาวเท้ายาว ๆ ออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้รินลดานอนหัวใจเต้นระรัวอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดหวั่นที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังแกร่งที่ลับตาไป พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก... เขาไปเผชิญหน้ากับอันตรายเพื่อปกป้องเธอ หรือไปเพื่อฆ่าฟันตามสัญชาตญาณดิบของมาเฟียกันแน่?
แต่ทว่า... ในขณะที่รินลดากำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากบทลงโทษอันเร่าร้อนของเขา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ผิดสังเกตก็ดังขึ้นที่ระเบียงห้องด้านนอก แทนที่จะเป็นเสียงเดินห่างออกไปทางบันไดหลัก
*แกร๊ก...*
เสียงหน้าต่างกระจกบานเลื่อนถูกงัดเปิดออกอย่างแผ่วเบา รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างมหึมาของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดดำสนิทก้าวล่วงล้ำเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเธอ พร้อมกับประกายเย็นเยียบของคมมีดในมือที่สะท้อนกับแสงไฟ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 18
ความห่วงใยที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!