กลิ่นอายของไวน์ราคาแพงยังคงอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แต่สิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าแอลกอฮอล์ในแก้วคือนัยน์ตาคมกริบของคีริน ที่กำลังจดจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก รินล้ายืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ แผ่นหลังบอบบางนั้นสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของค่ำคืนนี้ แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานจนเกินกว่าจะทานทนไหว
"เราเป็นอะไรกันแน่ครับ... คุณคีริน"
น้ำเสียงของรินลดาแหบพร่า ทว่าสั่นเครือด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ทั้งหมด แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ คำถามที่ไร้คำตอบนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอมาตลอดนับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามาในโลกสีเทาของเขา โลกที่เธอเป็นได้แค่เชลย เป็นที่ระบายความใคร่ หรือเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่เขาจะหยิบจับมาทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ
คีรินชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องจนน่าอึดอัด เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในความมืดสลัว
"อย่าถามคำถามที่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจ รินลดา" คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และไร้ความปรานีตามแบบฉบับของเขา ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "หน้าที่ของเธอคือการอยู่ตรงนี้ เป็นของฉัน และทำตามที่ฉันต้องการ... แค่นั้นก็พอแล้ว"
"หึ... แค่นั้นเองสินะคะ... อ้อ, ขอโทษค่ะ... แค่นั้นเองสินะครับ" รินลดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง เผลอใช้สรรพนามที่คุ้นปากก่อนจะรีบเปลี่ยนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร "สำหรับคุณแล้ว ฉันเป็นได้แค่เครื่องมือระบายความใคร่ หรือเป็นแค่ตัวแทนของใครบางคนที่คุณต้องการครอบครองกันแน่!"
เพล้ง!
แก้วไวน์ในมือของคีรินถูกบีบจนแตกละเอียด คราบไวน์สีแดงฉานไหลอาบลงตามเรียวนิ้วแกร่งที่เปรอะเปื้อนเศษแก้ว แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาดุดันคู่นั้นลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ เขาพุ่งเข้าประชิดตัวหญิงสาวในเสี้ยววินาที สองมือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอแล้วตรึงไว้กับผนังห้องอย่างแรง แรงปะทะนั้นทำให้รินลดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"เธอชักจะลืมตัวไปกันใหญ่แล้วนะ รินลดา!" คีรินคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เขาแทบคลั่ง "อยากรู้สถานะนักใช่ไหม งั้นฉันจะทบทวนความทรงจำให้เธอเอง... ว่าเธอมันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างของฉัน!"
ไม่รอให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัว คีรินก้มลงบดริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบในครานี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ต้องการจะแผดเผาทุกความดื้อรั้นของเธอให้มอดไหม้ รินลดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับอดีตมาเฟียผู้ทรงอำนาจ
เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มจนบวมเจ่อ รสชาติเค็มปร่าของคราบน้ำตาผสมผสานไปกับรสไวน์แดงกระจายไปทั่ว9โพรงปาก ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้ขาดใจตาย มือหนาข้างหนึ่งละจากการตรึงข้อมือ เลื่อนลงมาบีบเค้นเอวคอดกิ่วก่อนจะลากไล้ขึ้นมาสัมผัสเนินอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าอย่างจาบจ้วง
ความรู้สึกเจ็บปวดผสมผสานกับกระแสความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง กายสาวสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่เขาเป็นคนจุดชนวนขึ้นมา ศักดิ์ศรีที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสอันร้อนแรงและดุดันของชายหนุ่ม รินลดาหลับตาลงด้วยความจำยอม น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มลงมาปะปนกับรสจูบอันเร่าร้อน
คีรินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตา หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววความสับสนวุ่นวายอยู่ชั่วขณะ เมื่อเห็นหยาดน้ำตาของหญิงสาว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่อยากยอมรับ
"หยุดร้องไห้..." เสียงทุบกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงนั้นอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่มือหนายังคงตรึงร่างเธอไว้แนบชิดกับกายแกร่ง จนเธอรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงไม่แพ้กัน "ฉันเกลียดน้ำตาของเธอ... รินลดา"
"ถ้าเกลียด... ก็ปล่อยฉันไปสิคะ..." เธอสะอื้นฮัก เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง "ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ... เลิกทรมานกันแบบนี้สักที"
คีรินนิ่งงันไปกับคำพูดนั้น นัยน์ตาดุดันไหววับชั่วพริบตา ก่อนที่แววตาเย็นชาจะกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและทรงอำนาจ จนรินลคารู้สึกชาไปทั้งตัว
"ไม่มีทาง... ต่อให้เธอต้องแหลกสลายคามือฉัน เธอก็ไม่มีวันได้ไปไหนทั้งนั้น..."
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดและร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทหน้าห้องที่ทำให้ลมหายใจของคีรินสะดุดกัก
"นายครับ... แย่แล้วครับ! ทางด้านมาร์คัส ส่งคนบุกรุกเข้ามาทางโกดังหมายเลข 4 แล้วครับ... และมัน... มันพาตัวประกันมาด้วยครับนาย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 19
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!