เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์แลนด์โรเวอร์คันโตที่จอดสงบนิ่งอยู่หลังม่านน้ำตกจำียม ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในรถอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย รินลดานั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะหนังแท้ราคาแพง กลิ่นอายความเป็นชายผสมผสานกับโคโลญจน์ราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว สร้างความกดดันจนเธอแทบไม่กล้าหายใจแรง ภายนอกรถ พายุด้านนอกกำลังโหมกระหน่ำ สายฝนสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างราวกับเสียงกลองศึกที่คอยย้ำเตือนว่าเวลานี้... พวกเขาอยู่ตามลำพังอย่างแท้จริง
คีรินปลดกระดุมเสื้อสูทเนื้อดีออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่นั่งตัวลีบชิดประตูรถ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์คู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่เรือนร่างที่เปียกชื้นเล็กน้อย ไล่ขึ้นมาจนถึงใบหน้าหวานที่พยายามซ่อนความหวาดหวั่นไว้ภายใต้ความนิ่งเฉย
"กลัวผมเหรอลินดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้องโดยสารแคบๆ
"ฉันไม่ได้กลัว... แค่คิดว่าคุณควรจะพาฉันกลับไปส่งได้แล้ว มาร์คัสอาจจะกำลังตามหา" รินลดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้แม้หัวใจจะเต้นรัวราดกลองเพล
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเข้ามาประชิดพื้นที่ของเธออย่างรวดเร็ว จนรินลดาไม่มีทางถอยหนี แผ่นหลังของเธอแนบชิดติดกับประตูรถ ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปทาบกระจกข้าง ล็อคกรอบร่างของเธอไว้โดยสมบูรณ์
"มาร์คัสเหรอ... ตอนนี้มันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจเข้าใกล้เธอด้วยซ้ำ" คีรินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชัน "จำไว้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้ ในอาณาเขตของใคร และภายใต้การคุ้มครองของใคร"
"คุณมันเผด็จการ..." รินลดาพึมพำ ดวงตากลมโตตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าแววตานั้นกลับสั่นระริกด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
คีรินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ความดุดันในแววตาของมาเฟียหนุ่มค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นประกายความกระหายที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเยือกเย็น มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินลดาถึงกับสะท้าน
"ใช่... ผมมันเผด็จการ และผมก็มักจะได้ในสิ่งที่ผมต้องการเสมอ"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหนาก็โน้มลงมาทาบทับเรียวปากนุ่มของเธอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความนุ่มนวลในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและดุดัน คีรินบด
ขยี้เรียวปากของเธออย่างเอาแต่ใจ เรียลิสติกและลึกล้ำราวกับต้องการสูบเอาวิญญาณของหญิงสาวเข้าไปในห้วงอารมณ์ของตน รินลดาพยายามจะผลักไสอกแกร่งออก แต่ทว่าเรียวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับพ่ายแพ้ต่อพละกำลังและสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง จนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
รสจูบที่ยาวนานและลึกซึ้งทำให้สติของรินลดากระเจิดกระเจิง สมองของเธอขาวโพลน มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานไปกับเสียงฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก สร้างโลกใบเล็กๆ ที่มีเพียงแค่เขากับเธอ
คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอย่างชัดเจน ขณะที่นิ้วมือหยาบกร้านไล้ไปตามโครงหน้าหวาน ปัดป่ายผ่านแก้มเนียนที่แดงก่ำด้วยความเขินอายและแรงอารมณ์
"คุณคีริน..." เสียงหวานเอמהกระ
"เรียกชื่อผมสิ... รินลดา" เขากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่แถวใบหูและซอกคอขาวผ่อง สัมผัสเปียกชื้นและอุ่นร้อนทำให้รินลดาต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดเริ่มมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความโหยหาที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางพายุร้ายภายนอก
เสื้อผ้าเนื้อบางเริ่มหลุดลุ่ยไปทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ภายในพื้นที่แคบของเบาะหลังรถคันหรู บรรยากาศร้อนระอุราวกับมีไฟกองใหญ่แผดเผา ความหนաբีบคั้นของพายุฝนไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาทำลายความเร่าร้อนที่ทั้งสองกำลังร่วมกันสร้างขึ้นได้ คีรินปรนเปรอสัมผัสอันลึกซึ้งและหนักหน่วง ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเข้าหากันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงครางแผ่วเบาและลมหายใจที่กระชั้นชิด ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และทุกแรงปรารถนา ถ่ายทอดความดิบเถื่อนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งความสุขสมระลอกใหญ่ซัดสาดเข้าใส่ทั้งสองคนจนแทบขาดใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ รินลดานอนซบอยู่บนอกแกร่งที่ยังมีเหงื่อซึม ฟังเสียงหัวใจของมาเฟียหนุ่มที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือหนาลูบไล้เส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากชายผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในวงการธุรกิจมืด
"เราจะทำยังไงต่อไปคะ..." รินลดาเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ เมื่อนึกถึงอนาคตที่ยังเต็มไปด้วยอันตราย
คีรินก้มลงจูบหน้าผากมนของเธออย่างรักใคร่ ก่อนจะยิ้มมุมปากด้วยความมั่นใจ
"ไม่ต้องห่วง... ไม่มีใครพรากเธอไปจากผมได้ทั้งนั้น"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของคีรินที่วางอยู่คอนโซลหน้ารถก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นพร้อมกับชื่อที่ไม่คาดคิด... "มาร์คัส" โทรเข้ามา
คีรินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองหน้าจอก่อนจะกดรับสายด้วยความเยือกเย็น ทว่าประโยคแรกที่ดังลอดออกมาจากปลายสาย กลับทำให้เลือดในกายของมาเฟียหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา
*(“แกกำลังมีความสุขอยู่ใช่ไหมคีริน... แต่เสียใจด้วยนะ พอดีว่าของขวัญชิ้นสำคัญที่แกซ่อนไว้ที่คฤหาสน์ ตอนนี้มาอยู่กับฉันเรียบร้อยแล้ว...”)5*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 20
ความสุขท่ามกลางพายุ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!