เสียงโครมครามของการกระแทกประตูปิดลงอย่างรุนแรง ดังสนั่นก้องไปทั่วห้องนอนกว้างสไตล์เพנט์เฮาส์หรูใจกลางเมือง แรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้กรอบรูปบนผนังสะเทือน รินลดา สะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนความโกรธขึง ขณะจ้องมองร่างสูงใหญ่ของ คีริน ที่ยืนตระหง่านขวางทางออกไว้อย่างมิดชิด ไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"คุณทำบ้าอะไรลงไปอีกคีริน!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเหลืออด ร่างบางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ ปล่อยฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
คีรินไม่ตอบ เขาก้าวช้า ๆ ทว่ามั่นคงเข้าหา เหยื่อในกรงทองที่พยายามพยศใส่เขาอีกครั้ง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องเรือนร่างบางที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและห่วงใยผสมปนเปกันจนเดือดพล่านอยู่ในอกจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ภาพเหตุการณ์ที่ร้านอาหารหรูเมื่อสองชั่วโมงก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว มาร์คัส ศัตรูตัวฉกาจของเขายืนประชิดตัวรินลดาแถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งมาทางเขามันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ หากเขาไปช้ากว่านั้นอีกนิดเดียว เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะบันดาลโทสะทำลายล้างอะไรลงไปบ้าง
"กลับบ้านงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว คีรินหยุดยืนประชิดตัวเธอ มือหนายื่นไปทาบกระจกใสข้างศีรษะเล็ก กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ "แล้วบ้านที่เธออยากกลับไปนักหนา มันปลอดภัยพอที่จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกเธอได้หรือไง รินลดา!"
"ฉันดูแลตัวเองได้!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาเรียวจะสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ฉันไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่คุณจะมาขังลืมไว้ที่นี่ตามอำเภอใจนะ! คุณทำแบบนี้มันกักขังหน่วงเหนี่ยวชัด ๆ!"
"ใช่... ฉันกำลังกักขังเธอ" คีรินยอมรับหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยัน ไหล่กว้างขยับเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้บเนียน "เพราะถ้าฉันปล่อยให้เธอเดินออกไปข้างนอกด้วยตัวเอง เธอคงวิ่งไปหาความซวย หรือไม่ก็วิ่งไปอยู่ในอ้อมกอดของมัน... ไอ้พวกที่จ้องจะขย้ำเธอจนไม่เหลือซาก!"
"คุณมันบ้า... อื้อ!"
คำพูดต่อว่าต่อขานถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี คีรินใช้ความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจเข้าบดขยี้เรียวปากนุ่มเพื่อลงโทษความพยศและวาจาเชือดเฉือน รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กระดมทุบตีอกแกร่งไม่ยั้งเพื่อประท้วงความเผด็จการที่เขาหยิบยื่นให้อย่างหน้าด้าน ๆ
ทว่า แรงแค่นั้นหรือจะสู้แรงของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลได้ คีรินรวบข้อมือบางทั้งสองข้างด้วยมือเดียวแล้วกดตรึงไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย ฝ่ามือหนาอีกข้างเลื้อยลงไปโอบเอวคิ้วคาดกระชากร่างบางให้แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเธอนึกร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและโกรธเกรี้ยวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป เมื่อความหอมหวานจากริมฝีปากนุ่มละมุนเริ่มซึมซับเข้าสู่ประสาทสัมผัส คีรินผ่อนปรนจังหวะลงเล็กน้อย เปลี่ยนจากการลงโทษเป็นการเรียกร้อง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินลดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ สมองที่เคยตื่นตัวเริ่มพร่าม่าน ศักดิ์ศรีที่พยายามรักษาไว้กำลังจะพังทลายลงภายใต้สัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกปั่น
ร่างบางอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ความโกรธแค้นเปลี่ยนรูปเป็นความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวเขาทำให้เธอมึนงง คีรินถอนริมฝีปากออกช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยความพึงพอใจ
"จำใส่สมองของเธอเอาไว้รินลดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนรุนแรงเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนขนลุกซู่ "ที่ฉันต้องทำตัวร้ายกาจใส่เธอแบบนี้ ก็เพราะฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องสมบัติของฉัน... โดยเฉพาะไอ้มาร์คัส"
"คุณเห็นฉันเป็นแค่สิ่งของหรือไง..." เธอถามเสียงสั่น ร่องรอยความน้อยใจพวยพุ่งขึ้นมาในอก น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร
"เธอไม่ใช่สิ่งของ..." คีรินพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้าเต็มตา นิ้วแกร่งเกลี่ยหยดน้ำตาที่ปริ่มหางตาออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันอย่างสิ้นเชิง "แต่เธอคือคนเดียวที่ทำให้ฉันยอมก้มหัวให้... และฉันไม่มีวันยอมปล่อยเธอให้ใครเด็ดขาด"
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บแปลบ เธอรู้ดีว่าความดื้อรั้นของเธอไม่อาจเอาชนะความเผด็จการของเขาได้เลย ยิ่งขัดขืน เขาก็ยิ่งรุกราน ร่างกายของเธอยังคงร้อนผ่าวจากรสจูบเมื่อครู่ และมันเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ต่อซาตานร้ายตนนี้ราบคาบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยแรงปรารถนา เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของคีรินก็ดังขึ้นกะทันหัน เสียงบี๊บแหลมสูงแผดเสียงก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์
คีรินชะงัก สีหน้าดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินลดาอย่างรวดเร็ว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนจากลูกน้องคนสนิท
ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรินลดาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด "ดูเหมือนว่าไอ้มาร์คัสจะไม่ได้แค่ส่งสายตาที่ร้านอาหารซะแล้ว... มันส่งคนมาต้อนรับเราถึงหน้าตึกนี้เลยรินลดา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความร้อนแรงของบทนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 35
ทะเลาะเพราะความเป็นห่วง
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!