ความเงียบงันในห้องนอนกว้างขวางถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นห้องโถงด้านนอกอย่างจงใจและไร้ความเกรงใจ คีรินยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ร่างกายสูงใหญ่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยตึงเครียดขึ้นมาจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบริเวณลำคอและท่อนแขน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเรียวตาอันตราย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาราวกับพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังบนเตียงนอนกว้าง ความอบอุ่นและกลิ่นไอความใกล้ชิดเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยบรรยากาศกดดันจนหายใจไม่ออก เธอมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมาเฟียหนุ่มด้วยความรู้สึกสั่นไหวในอก แม้เขาจะไม่ได้หันมามอง แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในตัวเขา
"อยู่แต่ในห้อง... ล็อคประตูซะ"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างเย็นเยียบ เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้มีคำถามหรือข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องนอนบานใหญ่ก็ถูกถีบกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีเท้าของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ แสงไฟสีส้มสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่ยิ้มเยาะอย่างกวนประสาท มาร์คัสก้าวเข้ามาในอาณาเขตของคีรินด้วยท่าทีระรื่น แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยบอดี้ของลูกน้องฝั่งตรงข้ามที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก แต่แววตากลับฉายแววความสะใจที่ได้เห็นความพินาศของศัตรู
"ใจเย็นน่า คีริน... เพื่อนเก่าอย่างฉันมาเยือนถึงถิ่นทั้งที ทำไมต้องต้อนรับกันด้วยสายตาดุดันแบบนั้นล่ะ" มาร์คัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตาคมปลาบมองข้ามไหล่หนาของคีรินเข้ามายังเตียงนอน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่รินลดาที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ใต้ผ้าห่ม "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวเข้าสินะ ถึงว่าล่ะ ทำไมหมาป่าถึงดูหงุดหงิดนัก"
คีรินไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดตัวมาร์คัสด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าคอเสื้อสูทของอีกฝ่ายแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระดุมหลุดกระเด็น แรงปะทะที่รุนแรงทำให้มาร์คัสเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่รอยยิ้มเยาะบนใบหน้ากลับไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย
"แกกล้าดียังไง ถึงเหยียบเข้ามาในเขตของฉัน มาร์คัส" คีรินคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แววตาของมาเฟียหนุ่มแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกล้ำเส้นในพื้นที่ส่วนตัว
"ทำไมล่ะ กลัวว่าความลับเรื่องผู้หญิงคนนี้จะรั่วไหลออกไปให้คนอื่นรู้หรือไง?" มาร์คัสหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แม้จะถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก แต่เขากลับยิ่งได้ใจเมื่อเห็นอาการกตัญญูและหวงแหนที่คีรินพยายามปกปิด "ผู้หญิงที่นายเอาตัวมาขังไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ... ใครจะไปรู้ว่ามาเฟียผู้ไร้หัวใจอย่างคีริน จะเกิดมีมุมอ่อนโยนขึ้นมาได้ น่าสมเพชจริงๆ"
*เปรี้ยะ!*
หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าของมาร์คัสเต็มแรงจนเลือดกบปาก แรงกระแทกทำให้ร่างของคู่ปรับเซถ้มล้มลงไปกองกับพื้นห้อง มาร์คัสใช้มือปาดเลือดมุมปากออกช้าๆ ก่อนจะหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
"ต่อให้แกจะซ้อมฉันจนตาย ความจริงก็ไม่เปลี่ยน... คืนนี้ ธุรกิจที่แกหมายปอง ฉันแย่งมันมาได้หมดแล้ว!"
รินลดาที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเธอเห็นแววตาของคีรินเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬที่ว่างเปล่าและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความอ่อนหวานที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงสมรภูมิเดือดที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตให้แหลกสลาย
คีรินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับมาหารินลดาที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวที่เปรียบเสมือนจุดอ่อนเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา
"มองฉัน..." คีรินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ความโกรธแค้นจากภายนอกถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม "ไม่ว่ามันจะแย่งอะไรไปจากฉัน... แต่จำไว้ว่าตัวเธอ ร่างกายของเธอ และทุกลมหายใจของเธอ เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว... ไม่มีวันเปลี่ยน"
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ภายนอกผสมผสานกับแรงดึงดูดอันร้อนแรงจากชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มือหนาของคีรินรั้งเอวบางเข้ามาประชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รสจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจถูกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากนุ่มจนรสหวานเจือกลิ่นคาวเลือดจางๆ
ท่ามกลางสงครามธุรกิจที่กำลังพังทลายและศัตรูที่จ้องจะเล่นงาน คีรินกลับเลือกที่จะใช้เรือนร่างของเธอเป็นเครื่องยืนยันอำนาจและความครอบครอง ความเร่าร้อนบนเตียงนอนกลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้งราวกับเปลวเพลิงที่ไร้การควบคุม รินลดาหลับตาลงรับสัมผัสอันหนักหน่วงและวาบหวามที่เขามอบให้ ความจำนนต่อสัญชาตญาณดิบทำให้เธอแอ่นกายรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว ค่ำคืนที่แปรเปลี่ยนจากความเงียบสงบกลายสภาพเป็นสมรภูมิสวาทที่ร้อนแรงและบีบคั้นประสาทสัมผัสจนแทบขาดใจ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ปรารถนาอันลึกล้ำ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นกึกก้องมาจากชั้นล่างของคฤหาสน์ พร้อมๆ กับเสียงตะโกนลั่นของลูกน้องคนสนิทที่พังประตูเข้ามาพร้อมข่าวร้ายที่ทำให้คีรินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ห้องนิรภัยใต้ดินถูกระเบิด เอกสารสำคัญทั้งหมด... ถูกกวาดเรียบ และที่สำคัญ..." ลูกน้องคนสนิทหน้าตาตื่นตระหนก ละล่ำละลักพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มีคนทิ้งสัญลักษณ์ของ 'มัน' ไว้ที่เกิดเหตุ... คนที่ตายไปแล้วอย่างไอ้เรย์มอนด์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย•ตอนที่ 11
ค่ำคืนที่แปรเปลี่ยน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับคาสโนว่ามาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!