รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 8

กับดักในเงามืด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
แรงอัดมหาศาลจากไฮดรอลิกภายนอกกระแทกเข้าใส่บานประตูเหล็กหนาเตอะจนเกิดเสียงคำรามกึกก้อง รอยร้าวรานแตกแขนงราวกับใยแมงมุมบนผนังปูนเปลือย เศษฝุ่นปูนและสะเก็ดไฟจากการเสียดสีของโลหะโปรยปรายลงมาดั่งหิมะสีเทา ในพื้นที่แคบอับชื้นใต้ดินแห่งนี้ กลิ่นอายของความตายกำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ใกล้เข้ามาทุกที "ศิลา..." รินรดาครางชื่อเขาเบาๆ ด้วยความตื่นตระหนก เมื่อประตูเหล็กหน้าห้องกำลังจะถูกระเบิดออกด้วยแรงดันไฮดรอลิก สัญชาตญาณดิบของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษตื่นตัวเต็มพิกัด มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อแขนแกร่งของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ แรงบีบนั้นสะท้อนความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ศิลาไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี แววตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวของหลอดไฟนีออนกะพริบไหววูบหนึ่ง ก่อนที่ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกจะกลับมาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด เขาไม่ได้มองบานประตูที่กำลังจะพังทลาย แต่สายตาคู่คมกลับกวาดมองสำรวจโครงสร้างสถาปัตยกรรมรอบห้องด้วยความเร็วสูง รอยสักรูปงูลึกลับบนต้นแขนขยับไหวตามกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว "อย่าเพิ่งสติหลุด ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความตื่นตระหนก ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังรู้สึกสงบลงได้อย่างน่าประหลาด "พวกมันต้องการแค่ตัวเรา ไม่ใช่ศพ... แปลว่าทางหนีต้องมี" เปรี้ยง! เสียงระเบิดไฮดรอลิกครั้งสุดท้ายดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูเหล็กหนาน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมถูกกระชากหลุดออกจากวงกบและปลิวมากระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น ฝุ่นควันตลบอบอวลจนแทบมองไม่เห็นทาง เงาร่างสูงใหญ่สามร่างในชุดหน่วยรบพิเศษปรากฏขึ้นที่กรอบประตู อาวุธปืนยาวติดลำกล้องเล็งตรงเข้ามาทันที แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทันได้ลั่นออกจากปากกระบอก รินรดาก็ขยับตัวด้วยความเร็วแสง "หลบหลังฉัน!" หญิงสาวตวัดเสียงสั่ง พร้อมกับพุ่งตัวไปคว้าถังดับเพลิงเคมีที่ตั้งอยู่มุมห้องขึ้นมาด้วยมือเดียวอย่างไม่น่าเชื่อ แรงเหวี่ยงอันทรงพลังซัดถังโลหะพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของทหารรับจ้างคนแรกที่ก้าวเข้ามา แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างนั้นหงายหลังล้มตึงไปกระแทกเพื่อนร่วมทีมที่ตามมาข้างหลังจนเสียรูปขบวน "ชักช้า..." ศิลาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย มือแกร่งคว้าเอวบางของรินรดากระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งในเสี้ยววินาที ขณะเดียวกันก็ยกปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อแจ็กเก็ตยิงสกัดใส่แผงควบคุมระบบไฟอัตโนมัติบนผนังได้อย่างแม่นยำราวจจับวาง เปรี้ยะ! ประกายไฟสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนที่ระบบไฟทั้งหมดในชั้นใต้ดินจะดับสนิทลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบในเสี้ยววินาที เสียงสบถอย่างหัวเสียดังขึ้นจากกลุ่มผู้บุกรุก "จับมือฉันไว้ แน่นๆ นะครับ" ศนุกกระซิบชิดริมหูของหญิงสาว ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหงท่ามกลางบรรยากาศที่อันตรายถึงชีวิต แต่น่าแปลกที่รินรดากลับรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างประหลาด ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจที่เต้นระส่ำด้วยความกลัว เปลี่ยนเป็นเต้นรัวด้วยเหตุผลอื่นแทน ในความมืด รินรดาอาศัยสัญชาตญาณการนำทางที่ดีเยี่ยม เธอใช้มืออีกข้างคลำหาช่องระบายอากาศเก่าที่ซ่อนอยู่หลังตู้เหล็กทึบ ซึ่งเธอบันทึกไว้ในหัวตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าห้องนี้ "ตรงนี้!" เธอเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกับออกแรงผลักแผงตะแกรงขึ้นด้านบนอย่างแรงด้วยทักษะการต่อสู้ที่เหนือมนุษย์ น็อตสนิมเขรอะหลุดกระเด็นออกตามแรงเหวี่ยง "คุณนี่มัน... เกินคาดเสมอจริงๆ นะครับ" ศิลายิ้มมุมปาก แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ แววตาที่มองเธอกลับเต็มไปด้วยประกายความหลงใหลที่ยากจะซ่อนเร้น เขารีบดันตัวรินรดาให้มุดเข้าไปในช่องแคบนั้นก่อนอย่างปลอดภัย ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปติดๆ เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนสั่งการดังไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องผ่านความมืดเข้ามาในจุดที่พวกเขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ ทั้งสองคนคลานลัดเลาะไปตามท่อระบายอากาศแคบๆ อากาศภายในค่อนข้างอับชื้นและมีกลิ่นฝุ่นสะสม แต่ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ รินรดาคลานนำหน้าด้วยความคล่องแคล่วราวกับแมวป่า ขณะที่ศิลาคอยระวังหลังให้ตลอดทาง ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพที่ร้อนรุ่ม ผิวเนื้อที่เสียดสีกันไปมาท่ามกลางความเงียบสร้างความปั่นป่วนในหัวใจจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ หลังจากคลานฝ่าความมืดมาได้เกือบสิบนาที แสงสลัวสีนวลตาก็ส่องลอดเข้ามาผ่านช่องตารางเหล็กด้านหน้า รินรดาลดความเร็วลงแล้วส่งสัญญาณมือให้ศิลารับรู้ ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ปลายท่อระบายอากาศ ซึ่งมองลงไปเบื้องล่างคือห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและดูหรูหราผิดจากชั้นใต้ดินเมื่อครู่ ผนังห้องบุด้วยไม้สักทอง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของศิลามากที่สุด ไม่ใช่ความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานกลางห้อง ซึ่งมีตราสัญลักษณ์รูปงูลายสักเดียวกับบนแขนของเขาปรากฏอยู่เด่นชัด รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อสำรวจความปลอดภัย ก่อนจะหันมาสบตากับศิลาในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่อย่างใกล้กันจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดารดรดอยู่บนแก้มสากของชายหนุ่ม หัวใจของทั้งสองดวงเต้นโครมครามแข่งกับความเงียบ "ดูเหมือนว่า... เราเพิ่งเดินเข้าสู่รังของเสือตัวจริงเข้าแล้วนะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า สายตาคมกريบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาส่อประกายระยับยามเมื่อเงาจันทร์สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างลงมาต้องใบหน้าคมคายของเขา เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธความใกล้ชิดอันตรายนี้ ทว่าจู่ๆ... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังหมุนช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ซึ่งทำให้ศิลาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด... เพราะใบหน้านั้นคือคนที่ควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมิดด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%