เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ง* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะหัวใจ ร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาไม่ได้พกพาอาวุธปืน ทว่ารอยยิ้มเย็นเยียบตรงมุมปากกับดวงตาคู่นั้นกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน ศิลาชะงักค้าง ร่างกายชาวาบตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดเส้นผม ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเถ้าถ่านและหยาดน้ำตาพรั่งพรูย้อนกลับมาในเสี้ยววินาที
คนตายฟื้นคืนชีพ... มันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันในนิยาย แต่มันกำลังยืนจ้องหน้าเขาอยู่ตรงนี้
ทว่าก่อนที่ศิลาจะได้ขยับตัว รินรดาซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังกลับพุ่งตัวเข้าประชิดด้วยความเร็วสูง มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อพับแขนของชายแปลกหน้าคนนั้นแล้วบิดไขว้หลังกระแทกเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังสนั่น *โครม!* เอกสารและอุปกรณ์สักกระจัดกระจายไม่เป็นท่า
"ริน!" ศิลาอุทานเสียงต่ำ พยายามดึงสติกลับมาท่ามกลางสถานการณ์ที่ปั่นป่วน
"อย่าขยับ!" รินรดากดน้ำหนักลงที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดันราวกับเสือสาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ทว่าชายในชุดสูทกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัว เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ทั้งที่ใบหน้ายังแนบอยู่กับพื้นพรม
"มือหนักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ... รินรดา" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสับสน ชื่อของเธอ... ทำไมคนแปลกหน้าคนนี้ถึงรู้? ศิลาส่งสัญญาณมือห้ามปราม ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วกระชากคอเสื้อสูทของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากันตรงๆ
"แกเป็นใครกันแน่... และรู้ชื่อเธอได้ยังไง" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม
"ใจเย็นๆ สิ ศิลา... น้องชาย" ชายคนนั้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีก เปิดเผยรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวจากกกหูถึงคาง "สิบปีผ่านไป ฝีมือการสักนายพัฒนาขึ้น แต่ความใจร้อนยังเท่าเดิมไม่เคยเปลี่ยน... นายจำพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองไม่ได้แล้วหรือไง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ศิลาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว พี่ชาย? คนที่ควรจะเสียชีวิตไปในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น... กลับมายืนอยู่ตรงนี้
แต่เวลานี้ ความตกใจถูกแทนที่ด้วยสถานการณ์เร่งด่วน เมื่อรินรดากวาดสายตาไปเห็นรอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณสีข้างด้านขวาของชายผู้มาเยือน
"เขาบาดเจ็บ... โดนคมกระสุนถากมา" รินรดารีบเปลี่ยนโหมดจากนักสู้เป็นผู้เชี่ยวชาญสนามรบ สายตาคมกริบหันขวับมามองศิลา "ห้องพยาบาลสำรอง... นายต้องรีบจัดการ ก่อนที่แผลจะติดเชื้อ"
แม้ในใจศิลาจะมีคำถามนับร้อยแปดที่ต้องการคำตอบ แต่สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพและสถานการณ์บังคับทำให้เขาต้องพยักหน้ารับ ร่างสูงกวักมือเรียกผู้มาเยือนซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายให้เดินตามเข้าไปยังห้องด้านใน ขณะที่รินรดารีบหยิบกล่องปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ทำแผลตามเข้ามาติดๆ
บรรยากาศในห้องพักผ่อนส่วนตัวค่อนข้างอึดอัด แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้เงาร่างของคนทั้งสามทอดตัวยาวน่าเกรงข้าม พี่ชายของศิลานั่งถอดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตออก เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณซี่โครง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย
"นั่งนิ่งๆ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบตึง มือหนาหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาเตรียมพร้อม ทว่ายังไม่ทันได้แตะลงบนผิวหนัง รินรดาแย่งอุปกรณ์ในมือเขาไปหน้าตาเฉย
"นายมือหนักเกินไป เดี๋ยวแผลจะฉีกกว้างกว่าเดิม... เดี๋ยวฉันจัดการเอง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันตามเคย แต่นัยน์ตากลับสะท้อนความใส่ใจที่ปิดไม่มิด
ศิลาถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมถอยฉากออกมาหนึ่งก้าว ยืนกอดอกมองดูหญิงสาวผู้มีอดีตปริศนาจัดการทำแผลให้พี่ชายของเขาอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวบรรจงเช็ดคราบเลือดรอบปากแผลอย่างเบามือ ทว่าด้วยพื้นที่จำกัดและท่าทางที่ต้องโน้มตัวลงไปใกล้ ทำให้ระยะห่างระหว่างรินรดากับชายเจ็บลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง
พี่ชายของศิลามองรินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ Fมมุมปาก สายตาคมกริบชำเลืองมองน้องชายที่ยืนหน้าตึงอยู่เงียบๆ ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ
"ไม่น่าเชื่อเลยนะ... ว่าผู้หญิงคนนี้จะยอมจำนนต่องานศิลปะบนเรือนร่างของนาย ศิลา" เขาจงใจหยิบยกเรื่องรอยสักพิกัดปริศนาบนแผ่นหลังของรินรดาขึ้นมาพูด เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ "ทั้งดุดัน ทั้งพยศ... แต่พอนายสั่งอะไร กลับยอมทำตามซะทุกอย่าง เคมีคู่นี้มันชักจะอันตรายเกินไปแล้วล่ะมั้ง"
รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแหนบหนีบสำลี ใบหน้าเนียนเฉี่ยวขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย เธอกดน้ำหนักมือลงที่แผลแรงขึ้นอีกนิดจนคนเจ็บต้องสูดปากซีด
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่าเดิม ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ดีกว่าครับ... เอ้ย... ค่ะ... เอ๊ย!" รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความสับสนเมื่อโดนสายตาดุๆ ของศิลากดดัน
ศิลาเดินเข้าไปใกล้รินรดาอย่างไร้ซุ่มเสียง มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเรียวที่ถืออุปกรณ์ไว้เบาๆ เพื่อผ่อนแรงกดลง แรงสัมผัสที่อบอุ่นและฉับพลันนั้นทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจในอกเต้นผิดจังหวะ
กลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลา—กลิ่นหมึกสักผสมกับความดิบเถื่อนและบุคลิกสุภาพบุรุษแต่นิ่งขรึม—โอบล้อมรินรดาเอาไว้จนเธอแทบลืมวิธีหายใจ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริก สะท้อนภาพใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่กำลังมองเธอด้วยแววตาลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาบรรยาย
"มือเธอน่ะ... ใช้สำหรับจับมีดและปกป้องตัวเอง" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่ารำพันชวนใจสั่น "ไม่ใช่เอามาลงน้ำหนักกับคนไข้... เข้าใจไหมครับ"
คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ ความเย็นชาทั้งหมดที่มีละลายหายไปในพริบตา เธอนิ่งค้างไปในอ้อมแขนที่กึ่งโอบกอดของเขาโดยไม่รู้ตัว
พี่ชายของศิลานั่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะกระแอมเบาๆ เพื่อเตือนสติคนทั้งคู่ "อะแฮ่ม... เกรงใจคนเจ็บใกล้ตายแถวนี้หน่อยเถอะครับ คู่รักอันตราย"
ศิลาผละตัวออกเล็กน้อยด้วยความเสียดาย ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของรินรดาไม่วางตา ขณะที่หญิงสาวรีบก้มหน้าก้มตาทำแผลต่อเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม
แต่ทว่า—ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยเคมีอันตรายและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่ จู่ๆ ไฟฟ้าภายในห้องทำงานด้านนอกก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณในเสี้ยววินาที ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูร้าน และเสียงโลหะงัดวงกบประตูดังขึ้น *แกร็ก!*
ศิลาหวานสายตากลับไปมองหน้าพี่ชายทันที สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันควัน
"ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคงไม่ได้มาแค่คนเดียวแล้วล่ะนะ" พี่ชายของศิลาเอ่ยเสียงกระซิบในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"หลบอยู่ข้างหลังฉัน" ศิลาคว้าแขนรินรดาให้มาอยู่ด้านหลัง พร้อมกับชักอาวุธมีดพกประจำตัวออกจากซองหนังอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รินรดาปลดเซฟปืนพกสั้นในมือด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กัน
และก่อนที่ประตูห้องจะถูกพังเข้ามา... เสียงกระซิบแผ่วเบาจากเงามืดก็ดังขึ้นที่ข้างหูศิลาจากพี่ชายของเขาเอง: *"ระวังตัวไว้... คนที่ส่งพวกมันมา ไม่ใช่คนอื่นไกลหรอก..."*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 9
เคมีที่อันตราย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!