คราบเลือดสีเข้มบนบานประตูกลอนไม้ผุๆ ส่งกลิ่นคาวสนิมคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องแถวซอมซ่อในย่านชุมชนแออัด ศิลาใช้ไหล่ดันบานประตูให้ปิดสนิทก่อนจะทรุดตัวลงพิงกับผนังปูนเปลือยที่หลุดร่อนเป็นแผ่น เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินรดาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าสะท้อนก้องในความเงียบ มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากภายนอกที่ลอดผ่านม่านมุ้งขาดวิ่นสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ
"คุณคิดว่าพวกมันจะตามมาถึงนี่ไหม" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลกลับไหววับด้วยความตื่นตัว มือเรียวบางข้างหนึ่งกำปืนสั้นในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาว
"สัญชาตญาณพวกมันดีกว่าที่เราคิด... แต่พิกัดนี้ปลอดคนพอที่จะซื้อเวลาให้เราได้สักสองสามชั่วโมง" ศิลาตอบเสียงทุ้มต่ำ เขาปาดคราบเลือดที่มุมปากออกลวกๆ สายตาคมกริบกวาดสำรวจห้องพักขนาดแคบที่มีเพียงฟูกเก่าๆ และโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ เป็นเครื่องเรือน
ที่นี่คือรังลับชั่วคราว ห่างไกลจากความเจริญและสายตาของผู้คน แต่ใกล้ชิดกับอันตรายเกินกว่าจะวางใจได้ ความเหนื่อยล้าจากการปะทะเมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่ในกระแสเลือด ทว่าสิ่งที่กวนใจยิ่งกว่าคือปริศนาที่กำลังไล่ล่าพวกเขา รอยสักที่ขยับได้ราวกับมีชีวิตบนข้อมือของมือสังหารคนนั้น มันไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำสมัย หรือเวทมนตร์นอกรีต แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงกับอดีตที่ศิลาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี
ศิลาขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนขวางทางเดินแคบๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความกดอากาศรอบตัวคล้ายจะลดฮวบลงทันทีเมื่อกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับกลิ่นดินปืนจากตัวรินรดาแตะเข้าที่ประสาทสัมผัส
"คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะยังคงความเรียบเฉยตามสไตล์ผู้ชายปากแข็ง
รินรดาชะงักไปนิด เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนะศิลา... แผลแค่นี้ ไม่ทำให้ฉันตายหรอก"
"แต่ผมไม่อยากให้คุณตาย... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าใจหาย เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้เพื่อตรวจสอบร่องรอยการต่อสู้ สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนผิวเนื้อทำให้รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลันร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้ภายนอกจะมีเพียงเสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสี ไดอะล็อกเชือดเฉือนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจเต้นโครมครามเป็นฉากหลัง รินรดาไม่ได้สะบัดแขนหนี เธอปล่อยให้เขาสัมผัส นัยน์ตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกของกันและกัน
"ถึงเวลาแลกเปลี่ยนความลับกันแล้วรินรดา" ศิลาทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง เขายอมปล่อยมือจากเธอแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนขอบฟูกเก่าๆ "คุณจำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับรอยสักรูปงูเกาะกุมดาบเงินนั่น... เพราะผมมั่นใจว่ารอยสักแบบเดียวกัน ไม่ได้มีแค่บนข้อมือของไอ้พวกนั้น แต่มันเคยอยู่บนข้อมือของคนที่คุณรู้จัก... หรืออาจจะเป็นตัวคุณเอง"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าชายหนุ่ม ทิ้งระยะห่างเพียงแค่คืบ สายตาคมกวาดมองใบหน้าของศิลาที่มีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่าน
"คุณฉลาดเกินไปศิลา... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับคนแบบคุณ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเธอลงช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดบริเวณหัวไหล่และต้นแขนภายใต้เสื้อกล้ามสีดำ
ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที สายตาคมกริบกวาดมองตามการกระทำนั้นโดยอัตโนมัติ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับพุ่งสูงจนแทบจะจุดประกายไฟได้ในอากาศ
ที่หัวไหล่เนียนด้านขวาของรินรดา มีรอยแผลเป็นนูนยาวที่เกิดจากการถูกกรีดด้วยของมีคม ทว่าเหนือรอยแผลเป็นนั้น มีร่องรอยของหมึกสีเงินจางๆ ที่ถูกลบเลือนด้วยกรดเคมีบางชนิด รอยจางๆ ที่ต่อให้ลบเลือนแค่ไหน เขาก็ยังจำได้แม่นยำ—มันคือเค้าโครงของสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏบนข้อมือของมือสังหารกลุ่มนั้น
"ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเป็นใคร... หรือแม้แต่ชื่อรินรดานี้ อาจจะเป็นแค่ชื่อปลอมที่ใครบางคนยัดเยียดให้" เสียงของเธอแผ่วเบาลง แต่หนักแน่นในความรู้สึก "แต่ฉันจำความรู้สึกตอนที่ถูกประทับตรารอยสักนี้ได้... มันไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่แก๊งมาเฟียทั่วไป แต่มันคือ 'โครงการลับ' ที่ลบตัวตนของมนุษย์ให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร และคนที่สร้างรหัสผ่านเข้าสู่ระบบทั้งหมด... ก็คือคนที่คุณตามหาอยู่"
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ความโกรธแค้นระลอกเก่าที่สงบลงไปนานเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งในอก เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความลับแรกถูกเปิดเผย แต่มันกลับนำพาคำถามนับร้อยตามมา
ทว่า ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเดินผ่านไปมา แต่เป็นจังหวะการย่างก้าวที่มีระเบียบและไร้ซุ่มเสียงของมืออาชีพ
รินรดาดีดตัวลุกขึ้นยืนฉับพลัน ชักปืนออกมาจากซองพกข้างเอวขึ้นเตรียมพร้อมในเสี้ยววินาที ศิลาผุดลุกขึ้นตาม สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้ผุๆ ที่เริ่มมีเงาดำทาบทับลงมา
ไม่มีการเคาะ ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ
*ปัง!*
บานประตูไม้ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาลเศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วห้อง ทว่าสิ่งแรกที่ก้าวล้ำเข้ามาไม่ใช่กระสุนปืนหรือคมดาบ แต่เป็นรองเท้าหนังขัดมันวาววับ และชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากให้พวกเขาอย่างใจเย็น
รอยสักรูปงูเกาะกุมดาบเงินที่หลังมือขวาของชายคนนั้น กำลังส่องแสงสีเงินวาบสะท้อนกับแสงไฟนีออน... และเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายก็ทำให้ศิลาถึงกับชะงักค้างไปทันที
"ไม่เจอกันนานนะ... พี่ชาย"
รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 6
กลิ่นไออันตราย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักปริศนา: พิกัดสังหารใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!