"ยอดสั่งซื้อไอเทมประเภท 'บูสต์ความทนทานโครงสร้างระดับห้าเปอร์เซ็นต์' พุ่งขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง... นี่ไม่ใช่ความบังเอิญทางสถิติแล้วครับอาจารย์"
กรขยับปลายนิ้วผ่านหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยวนอยู่กลางห้องทำงานในโรงตีเหล็กส่วนตัว สายตาสีเข้มกวาดมองตัวเลขกราฟการเติบโตของส่วนแบ่งตลาดและปริมาณทรัพยากรแร่ที่ไหลเข้าสู่คลังอย่างต่อเนื่องด้วยความสงบ ตัวเลขอัตรากำไรสุทธิแสดงผลเป็นบวกอย่างน่าตกใจ แต่บนใบหน้าของชายหนุ่มกลับไม่มีรอยยิ้มแห่งความลำพองใจแม้แต่น้อย มีเพียงความรอบคอบและสัญชาตญาณระแวดระวังที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา
ริมห้องพักผ่อนภายในโรงตีเหล็ก เซเลสเต้กำลังนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้โยกตัวเก่า มือเรียวบางถือแก้วชาสมุนไพรส่งกลิ่นหอมกรุ่น ดวงตาคู่คมปลาบมองศิษย์เอกของตนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจระคนขบขัน นางจิบชาช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะไม้เสียงดังกระทบเบาๆ
"เจ้าเด็กโง่... คิดว่าความลับระดับท็อปในเกม VRMMO ที่มีผู้เล่นนับสิบล้านคนจะซ่อนอยู่ใต้พรมได้นานแค่ไหนกัน" อาจารย์สาวลึกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกแกมหยอกล้อ "เมื่อเจ้ากล้าเอาค้อนตีเหล็กดัดแปลงโครงสร้างดาบระดับตำนานจนหักครึ่งแล้วหลอมใหม่ให้กลายเป็นอาวุธทะลวงเกราะที่เหนือกว่าต้นฉบับถึงสองขั้น ชื่อของ 'ช่างตีเหล็กหน้าตาย' ก็ถูกจารึกไว้บนกระดานสนทนากลุ่มกิลด์ใหญ่เรียบร้อยแล้วล่ะนะ"
กรถอนหายใจเบาๆ เขาย่อมรู้ดีว่าการปรับแต่งไอเทมด้วยระบบฟิสิกส์เชิงลึกที่เขาพัฒนาขึ้นเองผ่านทักษะอาชีพขั้นสูง ย่อมทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนเกินกว่าที่ระบบตรวจจับของเกมจะมองข้าม การที่ผู้เล่นระดับท็อปจากกิลด์อภิมหาอำนาจเริ่มส่งคนสะกดรอยหน้าโรงตีเหล็ก หรือแม้กระทั่งส่งจดหมายท้าทายแกมบังคับให้ร่วมงาน ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าความสงบสุขในฐานะช่างตีเหล็กอิสระปลายแถวได้จบลงแล้ว
"ปัญหาไม่ใช่ว่าความลับจะรั่วไหลหรือไม่ครับอาจารย์..." กรเอ่ยเสียงเรียบพลางปิดหน้าต่างโฮโลแกรมลง ขยับตัวยืนขึ้นเต็มความสูง มือหนาหยิบประแจเวทมนตร์ขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดอย่างใจAเย็น "แต่คือพวกเขาเข้ามาเคาะประตูผิดจังหวะต่างหาก ในเมื่อกิลด์ 'อัคคีทมิฬ' กับ 'พันธมิตรโลหิต' ส่งตัวแทนมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ แสดงว่าพวกเขากำลังต้องการอาวุธล็อตใหญ่เพื่อเตรียมลงดันเจี้ยนระดับหายนะในสัปดาห์หน้า"
เซเลสเต้หัวسาะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายประหลาด "แล้วเจ้าวางแผนจะต้อนรับ 'แขกผู้สูงศักดิ์' เหล่านั้นอย่างไรล่ะ? ปิดประตูหนี หรือจะเปิดประมูลราคาแบบตัดหน้าให้พวกมันเลือดตากระเด็นกันแน่ หืม?"
"ผมไม่ขายให้พวกเขาสักชิ้นเดียวต่างหากครับ" กรตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ระบบเศรษฐกิจของเกมนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความสมดุลของทรัพยากร หากกิลด์ใหญ่กวาดซื้อไอเทมปรับแต่งโครงสร้างไปจนหมด ตลาดเสรีจะพังทลาย และผมจะสูญเสียอำนาจในการต่อรองในฐานะผู้ผลิตอิสระ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการสร้าง 'เงื่อนไขพิเศษ' ที่พวกเขายอมจำนนด้วยตัวเอง"
ในโลกของเกม VRMMO ที่ระบบประเมินค่าความสามารถของตัวละครไม่ได้วัดกันแค่เลเวลหรือค่าพลังโจมตี แต่ยังวัดกันที่ความลึกซึ้งของการเข้าใจกลไกการสร้างไอเทม กรได้ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการวิเคราะห์รหัสโค้ดเบื้องหลังของระบบคราฟต์ จนค้นพบช่องว่างที่อนุญาตให้เขาสามารถ 'รีUNE' หรือปรับแต่งคุณสมบัติเฉพาะตัวของอาวุธให้เกินขีดจำกัดเดิมได้ ซึ่งนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มสั่นสะเทือนในหมู่ผู้เล่นระดับท็อป ทว่าความโด่งดังนี้ไม่ได้นำมาเพียงแค่ผลกำไร แต่มันกำลังดึงดูดสายตาอันตรายจากกลุ่มคนที่ต้องการครอบครองความลับนี้แต่เพียงผู้เดียว
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็จادดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ดังเกินไปแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วงจากผู้ใช้ทักษะเสริมพลังกายภายนอก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เซเลสเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเคาะประตูบ้านเร็วกว่าที่คาดไว้นะเจ้าศิษย์โง่ จะให้ฉันออกไปต้อนรับด้วยไม้เรียวเวทมนตร์สักปราบไหมล่ะ?"
กรส่ายหัวช้าๆ สีหน้ายังคงนิ่งสนิทไร้ความกังวล เขาเดินไปหยิบประแจเวทมนตร์วางพาดไว้บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูไม้โอ๊กหนาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
"ไม่ต้องหครับอาจารย์... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างตีเหล็กเถอะครับ"
กรเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของผู้เล่นชายในชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิท ประดับสัญลักษณ์รูปเปลวไฟสีเลือดที่หน้าอก ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำตัวของรองหัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬ ผู้เล่นระดับท็อปติดอันดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ นามว่า 'บลัดฮาวด์'
เบื้องหลังของบลัดฮาวด์ยังมีผู้เล่นสายลับและนักรบระดับสูงยืนเรียงรายปิดล้อมทางเดินแคบๆ จนหมดสิ้น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการคุกคามและความกดดันระดับสูง
"แกสินะ... ช่างตีเหล็กหน้าตายที่ชื่อกร" บลัดฮาวด์ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาดุดันกวาดมองไปรอบโรงตีเหล็กด้วยความดูแคลน "ฉันไม่มีเวลามาอ้อมค้ำ กิลด์ของเราต้องการซื้อลิขสิทธิ์สูตรการตีเหล็กทั้งหมดของแก พร้อมทั้งตัวแกต้องย้ายไปสังกัดกิลด์อัคคีทมิฬเป็นการถาวร ว่าไงล่ะ? ข้อเสนอนี้จะทำให้แกร่ำรวยจนใช้ไม่หมดไปตลอดชีวิตในเกมนี้เลยทีเดียว"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ กรยืนมองผู้เล่นระดับท็อปตรงหน้าด้วยแววตาเรียเฉยราวกับกำลังมองก้อนหินริมทาง เขาไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลังหนีแรงกดดันที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา
"ข้อเสนอฟังดูน่าสนใจดีครับ..." กรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด "แต่เสียดายที่กฎเหล็กข้อแรกของโรงตีเหล็กแห่งนี้คือ... ผมไม่ขายวิญญาณให้สุนัขรับ1ใช้ของใครทั้งนั้น"
ใบหน้าของบลัดฮาวด์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รัง杀จิตพุ่งทะยานจนอากาศรอบตัวสั่นไหว
แต่ก่อนที่บลัดฮาวด์จะทันได้ชักอาวุธเข้าจู่โจม เสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของกรและทุกคนในรัศมีสิบเมตร พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมลึกลับที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน
[ระบบตรวจพบการละเมิดเขตปลอดอาวุธ... แต่ทว่า!]
[เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: 'ประกาศิตแห่งเตาหลอมโบราณ' เริ่มต้นทำงาน]
[ผู้เล่น 'กร' ได้รับภารกิจระดับ SSS: 'ท้าทายอำนาจมืดแห่งปฐพี' — จงปกป้องโรงตีเหล็กจากเงื้อมมือของกิลด์ผู้ทรยศ และหลอม 'ศาสตราแห่งพันธสัญญา' ให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นบัญชีผู้เล่นจะถูกรีเซ็ตกลับสู่ศูนย์ถาวร!]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และคอยตบไหล่ให้กำลังใจ "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 10
ชื่อเสียงที่เริ่มสั่นสะเทือน
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!