เสียงกระทบกันของโลหะเนื้อดีกับแท่นเคทั่งเวทมนตร์ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประกายไฟสีส้มอมแดงสะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเข้มของกร หนุ่มนักประดิษฐ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องใบหน้าตายด้านราวกับรูปปั้นหิน ทว่าในหัวสมองของเขากลับกำลังประมวลผลข้อมูลตัวเลข ค่าความต้านทานแรงดึง และอัตราการกระจายความร้อนของแร่ไมท์เหลวในเตาหลอมด้วยความเร็วสูง เบื้องหน้าของเขาคือชิ้นส่วนเกราะไหล่ที่ผ่านการตีขึ้นรูปมาถึงเจ็ดรอบเต็ม ซึ่งในโลกของเกม VRMMO "Aethelgard" นี้ การจะรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างผลึกมานาในโลหะระดับหายากได้ ไม่ใช่แค่พึ่งพาโชคช่วย แต่ต้องใช้ความแม่นยำระดับมิลลิเมตรและตรรกะทางฟิสิกส์ที่ไร้ที่ติ
“ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่เจ้าศิษย์โง่... แต่เสียดายที่โครงสร้างอณูตรงมุมขวานั่น ยังหนาแน่นไม่พอที่จะรับแรงกระแทกจากทักษะ ‘พายุหอกโลหิต’ ของพวกกิลด์ใหญ่หรอกนะ”
เสียงหวานใสที่เจือความขี้เล่นดังขึ้นจากมุมห้องพักช่างตีเหล็ก เซเลสเต้ อาจารย์สาวลึกลับในชุดคลุมนักเวทสีครามเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ มือเรียวบางกำลังหมุนขวดแก้วบรรจุของเหลวเรืองแสงเล่นไปมาอย่างไม่ยี่ห่ะ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจผลงานของกรด้วยแววตารู้ทัน ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกหมั่นไส้ปนมันเขี้ยวในคราวเดียวกัน
กรชะลอค้อนในมือลงเล็กน้อย เขาไม่ได้หันไปมองหน้าอาจารย์สาวทันที แต่เลือกที่จะใช้สายตาสำรวจอุณหภูมิของชิ้นงานผ่านหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่กลางอากาศ “ถ้าผมบางลงอีกสองมิลลิเมตรตามที่อาจารย์แนะนำ ค่าความทนทานรวมของเซטיםเกราะจะลดลง 4.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว มันจะทำให้เกราะชุดนี้เปราะบางต่อการโจมตีประเภทเจาะเกราะทะลวงจุด... อาจารย์อยากให้ผมเอาชนะการโจมตีแบบกลุ่มด้วยการแลกกับความเสี่ยงที่โครงสร้างจะพังทลายอย่างนั้นหรือครับ?”
เซเลสเต้ชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับบนริมฝีปากบางพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่นางจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ แล้วโยนขวดน้ำยาในมือสลับไปอีกข้าง “ฮึm... เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ พูดจามีเหตุผลอ้างอิงระบบมาขัดคอข้าได้ทุกทีสิน่า สมกับที่เป็นนักคราฟต์สายคำนวณ... เอาเถอะ ถ้ามั่นใจในตัวเลขของตัวเองนัก ก็ลองดูว่าตรรกะทางคณิตศาสตร์ของเจ้าจะกันหน้าไม้ของ ‘พวกแขกไม่速เชิญ’ นอกประตูได้สักกี่น้ำ”
*ปัง!*
เสียงถีบประตูไม้เนื้อแข็งของห้องพักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แรงกระแทกส่งผลให้ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามวงกบฟุ้งกระจายไปทั่ว บรรยากาศภายในห้องที่เคยเงียบสงบและอบอวลด้วยไอความร้อนจากเตาหลอม ถูกแทนที่ด้วยไอสังหารเย็นเยียบและกลิ่นอายความอับชื้นของผู้เล่นกลุ่มใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท
ผู้มาใหม่มีทั้งหมดสี่คน เครื่องแต่งกายสวมใส่ชุดเกราะหนังสีดำสนิท ประดับด้วยสัญลักษณ์รูปหัวหมาป่าแยกเขี้ยวสีแดงฉานที่อกเสื้อ—ตราสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ “กิลด์หมาป่าโลหิต” กิลด์อิทธิพลอันดับต้นๆ ของเซิร์ฟเวอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผูกขาดตลาดทรัพยากรและการใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกผู้เล่นอิสระ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาถมึงทึง มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางคิ้วลงมาถึงโหนกแก้ม เดินนำหน้าเข้ามาด้วยท่าทางกร่าง ดวงตาสอดส่องมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ชิ้นงานเกราะบนแท่นเคทั่งของกร มุมปากของเขาหยักยิ้มเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
“โฮ... ช่างตีเหล็กหน้าใหม่ที่ช่วงนี้ขายไอเทมระดับยูนิคในตลาดกลางจนพวกผู้บริหารกิลด์เราปวดหัว หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลันกวาดสายตามองกรตั้งแต่หัวจรดเท้า “แนะนำตัวกันหน่อย ฉัน ‘กริฟฟิน’ รองหัวหน้าหน่วยล่าสมบัติแห่งกิลด์หมาป่าโลหิต เห็นทีวันนี้พวกเราคงต้องรบกวนให้นาย ‘มอบ’ สูตรลับและสิทธิ์การคราฟต์เซ็ตเกราะนั่นให้ทางเราแต่โดยดีนะ”
กรยังคงยืนนิ่งถือค้อนตีเหล็กอยู่ในมือ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสบตากับกริฟฟินนิ่งๆ ราวกับกำลังมองสุนัขจรจัดที่หลงเข้ามาในเขตก่อสร้าง “การจะขอซื้อสูตรลับหรือสิทธิบัตรไอเทมในระบบเกม Aethelgard มีกระบวนการที่เป็นทางการอยู่ครับ หากกิลด์หมาป่าโลหิตมีความประสงค์จริง ขอเชิญยื่นเรื่องผ่านระบบประมูลกลางหรือส่งจดหมายเสนอราคามายังสำนักงานของผมตามขั้นตอนมาตรฐาน ไม่ทราบว่าทางคุณกริฟฟินอ่านหนังสือไม่ออก หรือระบบการสื่อสารภายในกิลด์มีปัญหาเรื่องความเข้าใจกฎพื้นฐานของเกมกันแน่ครับ?”
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยการเหน็บแนมอย่างนิ่มนวล ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกริฟฟินแข็งค้างทันที กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกเกร็งด้วยความโกรธ
“ไอ้เด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาพูดจากวนประสาทใส่ฉัน!” กริฟฟินตบมือลงบนด้ามดาบคาตานะข้างเอว เสียงเหล็กกระทบฝักดังลั่นเพื่อข่มขวัญ “แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ? ช่างตีเหล็กอิสระไร้สังกัดอย่างแก ต่อให้ฝีมือดีแค่ไหน แต่ถ้ากิลด์หมาป่าโลหิตบอกว่า ‘ไม่ยอมให้แกอยู่ในเมืองนี้’ แกก็ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้หรอกเว้ย! สูตรลับนั่น นายต้องขายให้เราในราคาหนึ่งเหรียญทองแดง! และถือซะว่านี่คือค่าคุ้มครองความปลอดภัยของแกเอง!”
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา ลูกน้องอีกสามคนที่ยืนประกบอยู่ด้านหลังต่างชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม ล้อมกรไว้ตรงกลางห้องอย่างปิดตายเส้นทางหนี
ทว่า ในมุมมืด เซเลสเต้กลับยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ อย่างสนุกสนาน นางส่งสายตาราวกับจะบอกว่า *“เอาล่ะ ศิษย์รัก ทีนี้เจ้าจะจัดการกับพวกหมาบ้าพวกนี้ยังไงโดยไม่ใช้กำลังกันล่ะ?”*
กรถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้หวั่นไหวกับภัยคุกคามตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวกดเรียกหน้าต่างระบบจัดการส่วนตัวขึ้นมากลางอากาศ ข้อมูลตารางสิทธิ์ความเป็นเจ้าของพื้นที่และกฎระเบียบของเมืองเริ่มต้นถูกฉายออกมาเป็นตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสง
“ผมเกรงว่าข้อเสนอของคุณจะขัดต่อกฎของระบบเกมข้อที่ 4.12 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิ์ผู้ประกอบการอิสระในเขตพื้นที่ปลอดภัยระดับสามครับ” กรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นทางการราวกับทนายความกำลังอ่านสัญญาธุรกิจ “และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น...”
กรเลื่อนหน้าต่างระบบไปข้างหน้า จนกระทั่งสัญลักษณ์สีแดงแจ้งเตือนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกริฟฟินและพรรคพวก
“พื้นที่ห้องพักและโรงหลอมแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของ ‘มหาวิหารลูเมน’ ซึ่งเป็นโซนห้ามใช้ความรุนแรงระดับสูงสุด (Absolute Safe Zone) หากผู้เล่นคนใดทำการข่มขู่ รีดไถ หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในเขตนี้ ระบบจะทำการบันทึกภาพและพิกัดโดยอัตโนมัติ และผลลัพธ์คือ...”
กรเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังกริฟฟินด้วยความเย็นชา
“…บัญชีผู้เล่นของคุณจะถูกปรับลดระดับชื่อเสียงลงสู่สถานะ ‘อาชญากร’ ทันที ห้ามเข้าเมืองทุกแห่งเป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม พร้อมทั้งยึดไอเทมสวมใส่ทั้งหมดในตัวเข้าคลังกลางของระบบเป็นค่าปรับโดยไม่มีข้อยกเว้นครับ”
สิ้นคำพูดของกร ใบหน้าของกริฟฟินที่เคยเหี้ยมเกรียมและมั่นอกมั่นใจ กลับซีดเผือดลงทันทีราวกับคนป่วยใกล้ตาย ลูกน้องด้านหลังที่ถืออาวุธอยู่ถึงกับมือสั่น เท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อระบบของเกมเริ่มส่งเสียงเตือน *ติ๊ด! ติ๊ด!* สีแดงฉาน พร้อมกับมีข้อความเตือนเด้งขึ้นตรงหน้าของพวกเขาทุกคนว่ากำลังกระทำความผิดเข้าข่ายละเมิดกฎความปลอดภัยของเขตเมือง
“แก... แกอัดเสียงและตั้งระบบบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!” กริฟฟินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าหากถูกปรับลดสถานะเป็นอาชญากรในเวลานี้ กิลด์ของพวกเขาที่กำลังเตรียมตัวชิงดันเจี้ยนระดับตำนานในวันพรุ่งนี้จะต้องพังพินาศอย่างแน่นอน
“ผมไม่ได้อัดครับ ระบบของเกมเป็นคนบันทึกตามหน้าที่ของมันเองต่างหาก... กฎก็คือกฎครับคุณกริฟฟิน ถ้าไม่มีธุระเรื่องการค้าขายอย่างเป็นทางการอื่นใดแล้ว ผมขอเชิญพวกคุณออกไปจากห้องของผมด้วยครับ เกราะชิ้นนี้ใกล้จะเย็นตัวลงแล้ว และผมต้องใช้สมาธิในการทำงานขั้นสุดท้าย”
กรสะบัดข้อมือเบาๆ ปิดหน้าต่างระบบทิ้ง แล้วหันกลับไปหยิบฆ้อนตีเหล็กขึ้นมาถือไว้อีกครั้ง ราวกับพวกกริฟฟินเป็นเพียงแค่อากาศธาตุไร้ตัวตน
กริฟฟินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンด้วยความคับแค้นใจ อยากจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนเจ้าช่างตีเหล็กหน้าตายให้รู้แล้วรู้รอด แต่เสียงเตือนสีแดงจากระบบที่กระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาต้องจำใจกัดฟันกรอด สะบัดมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยทรูออกไปจากห้องอย่างเสียหน้า
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ช่างตีเหล็ก! อย่าคิดว่าแกจะรอดตัวไปได้ตลอดกาล!” กริฟฟินคำรามขู่ทิ้งท้ายก่อนจะกระชากประตูเดินหายออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย
เมื่อเสียงฝีเท้าของกุล่มคนเหล่านั้นเงียบหายไป เซเลสเต้ก็ลุกขึ้นจากลังไม้ นางเดินเข้ามาใกล้กรพร้อมกับปรบมือเบาๆ ชื่นชมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ “ใช้กฎของระบบตอกกลับได้อย่างแนบเนียนและเลือดเย็นสมเป็นเจ้าจริงๆ นะเจ้าศิษย์โง่ เล่นเอาพวกหมาป่าหางจุกตูดหนีแทบไม่ทันเลยทีเดียว”
กรวางค้อนลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหันมามองอาจารย์สาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามเคย “ไม่ใช่เรื่องเลย์หรือความเลือดเย็นอะไรหครับอาจารย์ มันเป็นแค่เรื่องของความคุ้มค่าและความถูกต้องตามตรรกะของระบบเท่านั้นเอง”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความสงบสุข เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากภายนอกหน้าต่างก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งเมือง!
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะสงบกลับถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานของเปลวเพลิง และข้อความแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ส่งตรงถึงผู้เล่นทุกคนในเซิร์ฟเวอร์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรและเซเลสเต้ พร้อมกับตัวหนังสือสีทองขนาดใหญ่ที่สั่นสะท้อนความตื่นตระหนก:
*[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกของ "ราชันมังกรเพลิงทมิฬ" (World Boss - ระดับ SSS) ณ เขตมหาวิหารลูเมน และผนึกเขตห้ามใช้ความรุนแรงถูกยกเลิกชั่วคราวทั่วทั้งทวีป!]*
กรชะงักค้างไปชั่วขณะ เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปบนท้องฟ้า เขาเห็นเงาร่างมหึมาของมังกรโบราณกำลังกางปีกกว้างบังดวงจันทร์ พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือจุดพิกัดการตกของบอสระดับ SSS ตัวนั้น อยู่ห่างจากห้องพักของเขาไม่ถึงร้อยเมตร!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 11
การมาเยือนของกิลด์หมาป่าโลหิต
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!