กลิ่นอับของไม้เก่าและคราบสนิมที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อปูน คือกลิ่นหอมที่สุดเท่าที่กรเคยสัมผัสมาในมหานครแห่งเกมเสมือนจริง *เทอร์รา โนว่า* แห่งนี้
"เจ้าหนู เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเช่าห้องแถวซอกตึกนี่? สัญญาเช่าสามเดือน มัดจำสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่คืนเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น... บอกไว้ก่อนนะว่าพวกกิลด์การค้า 'โล่ทองคำ' เขาเพิ่งกว้านซื้อตึกฝั่งตรงข้ามไปทำโรงตีเหล็กติดแอร์เวทมนตร์ ลูกค้าคงไม่เดินมาเหยียบตรอกตันๆ ของเจ้าหรอก"
เสียงแหบแห้งของเฒ่าแก่เจ้าของตึกดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มสมเพชเวทนาที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หนวดเครารุงรัง ดวงตาของชายชรามองเลยร่างของกรไปยังป้ายไม้ผุๆ ที่แขวนอยู่เหนือประตูห้องแถวขนาดกว้างเพียงสามเมตร
กรไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสำหรับช่างตีเหล็กกำลังเคาะลงบนพื้นไม้กระดานเพื่อทดสอบความหนาแน่นของโครงสร้าง เสียง 'ทึบ ทึบ' ที่สะท้อนกลับมาบอกเขาว่า คานรับน้ำหนักด้านล่างยังแข็งแรงพอที่จะวาง 'เคทั่งเหล็กกล้าคาร์บอน' น้ำหนักสามร้อยกิโลกรัมได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าพื้นจะทะลุลงไปชั้นล่าง
"สามเดือนก็เกินพอแล้วครับ ค่าเช่าตามที่ตกลงกันไว้นะครับ" กรหยิบถุงเงินเหรียญทองแดงและเหรียญเงินออกมาวางเรียงบนโต๊ะไม้ด้วยความแม่นยำ ทุกเหรียญถูกจัดเรียงเป็นระเบียบอย่างน่าทึ่ง สะท้อนถึงนิสัยอันรอบคอบและใส่ใจในทุกรายละเอียดของชายหนุ่ม
เฒ่าแก่กะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นจำนวนเงินที่เกินกว่าราคาจริงไปเล็กน้อยเพื่อเป็นค่าลัดคิวสัญญา ชายชราคว้าถุงเงินนั้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพึมพำว่า "ตามใจเจ้า... คนโง่กับเงินมักจะจากกันเร็วกว่าที่คิดเสมอ" แล้วเดินลับหายไปจากตรอกแคบๆ ปล่อยให้กรอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงันและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงแดดสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องตึกสูงระฟ้า
"อืม... แสงธรรมชาติจากมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงบ่ายอาจจะน้อยไปนิด แต่ถ้าติดตั้งระบบสะท้อนแสงด้วยกระจกเวทมนตร์เกรดต่ำสามบาน เราจะได้มุมมองการตีเหล็กที่เห็นสีของโลหะแดงก่ำได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเปลืองมานาจุดคบเพลิง"
กรพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าตายด้านไร้ซึ่งความตื่นตระหนกต่อคำเยาะเย้ยถากถางเมื่อครู่ สำหรับเขาแล้ว สถานที่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของงาน แต่มือที่ถือค้อนและสมองที่คำนวณอัตราส่วนผสมของแร่ต่างหากคือหัวใจสำคัญ
"แหมๆๆๆ... เลือกทำทำเลได้ 'ยอดเยี่ยม' เสียจริงนะพ่อหนุ่มนักประดิษฐ์ ถึงกับยอมทิ้งร้านค้าทำเลทองในเขตการค้าหลัก มาซุกหัวอยู่ในรูหนูที่กลิ่นสาบหนูกลบกลิ่นเตาหลอมหมดแล้วเนี่ย"
เสียงหัวsิริกเราะอันคุ้นเคยดังขึ้นที่มุมมืดด้านหลังห้องแถว ร่างโปร่งแสงระยิบระยับของเซเลสเต้ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย อาจารย์สาวลึกลับในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ลอยตัวเหนือพื้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียวสวยประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะนำพาเรื่องปวดหัวมาให้กรเสมอ
กรเหลือบตามองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบไม้กวาดขึ้นมาปัดหยากไย่โดยไม่สนใจคำแซว "ถ้าอาจารย์ว่างมากนัก ช่วยแปลงร่างเป็นก้อนพลังงานความร้อนแล้วไปสุมอยู่ในเตาหลอมแทนฟืนหน่อยสิครับ จะได้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงในช่วงเริ่มต้น"
"อุ๊ย! ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะเจ้าศิษย์ตัวแสบ กล้าใช้งาน NPC ระดับสูงอย่างฉันเป็นฟืนต้มน้ำชาเลยหรือไง?" เซเลสเต้หัวesิริกเบาๆ นางร่อนลงมายืนพิงกรอบประตู กวาดสายตามองสภาพห้องแถวที่ทรุดโทรมด้วยแววตาที่ลึกซึ้งกว่าที่แสดงออก "แต่... ที่นี่มี 'บางอย่าง' ซ่อนอยู่นะ กร นายรู้สึกถึงมันไหม?"
กรชะงักมือที่กำลังถือผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเขม่าบนโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตาวิเคราะห์โครงสร้างรอบตัวอีกครั้ง ระบบวิเคราะห์ [เนตรช่างตีเหล็ก - ระดับกลาง] ทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลตัวเลขและสัญลักษณ์สีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในคลื่นความคิด
*ติ๊ง! ตรวจพบสภาพแวดล้อมพิเศษ*
*สถานที่: ตรอกอับเก่าแก่เขตตะวันตก*
*คุณสมบัติแฝง: เคยเป็นห้องใต้ดินลับของสมาคมช่างแร่โบราณ (ยุคก่อนมหาสงครามเวท)*
*สถานะ: โครงสร้างผนังด้านหลังทับซ้อนด้วยมิติผนผนึก (ระดับการปลดล็อก: ต้องใช้ค้อนตระกูลสโตนแฮมตีทำลายจุดศูนย์กลางพลัง)*
กรนิ่งเงียบไปชั่วขณะ หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอแต่นัยน์ตากลับเป็นประกายวับวาย เขารู้ทันทีว่าทำไมค่าเช่าตึกนี้ถึงถูกเหลือเชื่อ และทำไมเฒ่าแก่ถึงรีบขายสัญญาให้เขาราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
*ไม่ใช่เพราะมันไร้ค่า... แต่เพราะไม่มีใครในยุคปัจจุบันมีทักษะมากพอที่จะ 'เปิดประตู' บานนั้นต่างหาก*
"ดูท่าทางนายจะเจอสมบัติเข้าให้แล้วสินะ..." เซเลสเต้รอยยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาสสีม่วงประกายระยิบระยับจ้องมองลูกศิษย์หนุ่ม "ไหนลองบอกอาจารย์ซิ นายจะจัดการกับ 'เพื่อนบ้าน' จอมอวดดีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไรดีล่ะ? ร้านตีเหล็ก 'ไอยราอัคคี' ของกิลด์โล่ทองคำเริ่มส่งเสียงเคาะโลหะยั่วโมโหแล้วนะ"
กรหันไปมองนอกหน้าต่าง ฝั่งตรงข้ามตรอกแคบๆ ปรากฏอาคารกระจกใสติดแอร์เวทมนตร์ขนาดใหญ่ ป้ายชื่อทองคำสลักตัวอักษรระยิบระยับ แสงไฟจากเตาหลอมเวทมนตร์ราคาแพงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพนักงานหน้าร้านที่พยายามดึงดูดผู้เล่นระดับสูงให้เข้าไปใช้บริการ
ความแตกต่างระหว่างความหรูหราอลังการกับห้องแถวผุๆ ของกรนั้นราวฟ้ากับเหว สายตาดูแคลนจากผู้เล่นสายต่อสู้ที่เดินผ่านไปมามองมาที่ร้านของกรด้วยความขบขัน บางคนถึงกับโยนเศษเงินเหรียญทองแดงลงมาที่หน้าร้านราวกับทานทานให้ขอทาน
เซเลสเต้หรี่ตามองปฏิกิริยาของกร นางเตรียมตัวจะเห็นเด็กหนุ่มแสดงความหงุดหงิดหรือความกดดันออกมาบ้าง แต่สิ่งที่นางพบกลับมีเพียงความนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก
กรค่อยๆ วางผ้าในมือลง เดินช้าๆ ไปที่หน้าต่าง มองดูความวุ่นวายของร้านใหญ่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นจึงหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนตัวเลขต้นทุนและราคาขายด้วยลายมือบรรจง
"พวกเขามีเตาหลอมราคาแพง มีวัตถุดิบเกรด A และมีลูกจ้างนับสิบคน..." กรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังอย่างประหลาด "แต่พวกเขามีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีทางสู้เราได้..."
"อะไรล่ะ? ฝีมือของนายหรือไง?" เซเลสเต้เลิกคิ้วถามอย่างสนใจ
"ต้นทุนค่าเช่าที่ถูกกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ และ... ความเข้าใจใน 'โครงสร้างทางกาย ศาสตร์ของอาวุธ' ที่ลึกซึ้งกว่าการกดปุ่มอัตโนมัติจากตู้คราฟต์เวทมนตร์ของพวกมันครับ" กรหันกลับมาสบตาอาจารย์สาว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงเล็กน้อย ชนิดที่แทบมองไม่เห็น แต่แววตานั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันเด็ดเดี่ยว
"ในเมื่อพวกมันขายปริมาณ... เราก็จะขาย 'งานศิลปะชิ้นเดียวในโลก' ที่พวกมันไม่มีวันลอกเลียนแบบได้"
กรก้าวเท้าเดินไปยังผนังด้านหลังสุดของห้องแถวที่ซ่อนเร้นความลับ เขาเงื้อมือขึ้นคว้าด้ามค้อนเหล็กประจำตัว ขาหยั่งน้ำหนักแน่นสนิทกับพื้นไม้โบราณที่กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่
ทว่า... ในวินาทีที่หัวค้อนกำลังจะกระทบลงบนผนังเพื่อปลดล็อกมิติโบราณ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ งันด้วยเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างรุนแรงราวกับมีกองทัพกำลังเคลื่อนพลมาประชิดประตู
*ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับโลก*
*ผู้เล่น 'กร' ได้ทำการครอบครองพื้นที่รอยต่อมิติ (รหัส: โซน 07-B)*
*เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ดันเจี้ยนลับใต้ดิน 'โรงหลอมอัคคีทมิฬ' กำลังจะตื่นจากการหลับใหลในอีก 10... 9... 8...*
กรชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงสีแดงฉานสาดส่องทะลุกำแพงไม้เก่าๆ ออกมา พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้เคทั่งหนักสามร้อยกิโลกรัมถึงกับขยับเคลื่อนตัว!
เซเลสเต้หุบยิ้มทันที สีหน้าของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด นางอุทานเบาๆ อย่างไม่เชื่อสายตา "แย่แล้ว... ไม่ใช่แค่สมบัติธรรมดา แต่นายดันไปปลุก... เจ้าแห่งเตาหลอมโบราณที่ถูกผนึกไว้เมื่อหพร้อยปีก่อนเข้าซะแล้วสิ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และคอยตบไหล่ให้กำลังใจ "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 8
เปิดร้านเล็กๆ ในมุมอับ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!