เสียงคำรามต่ำของเตาหลอมเวทมนตร์ระดับตำนานดังก้องกังวานสะท้านไปทั่วโครงสร้างหินแกรนิตสีดำของใจกลางมหานครแห่งพันธสัญญา มันไม่ใช่เสียงของการเผาไหม้ธรรมดา แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นพ้องกับแร่ธาตุมานาบริสุทธิ์นับหมื่นชิ้น ซึ่งถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างประณีตโดยสองมือของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าตายด้านไร้ระลอกคลื่นอารมณ์
"กร ขืนนายยังรีดเร้นพลังงานจากแก่นมานาขั้นสูงด้วยอัตราเร่งระดับนั้น เตาหลอมตระกูลโบราณตัวนี้ได้ระเบิดกลายเป็นเศษเหล็กก่อนที่กองทัพอสูรจะมาถึงครึ่งกาลแน่"
เสียงหวานใสที่เจือความกังวลระคนทึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซเลสเต้ในชุดคลุมนักเวทสีเงินยวดยวงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ไอความร้อนระอุระดับพันองศาทำปฏิกิริยากับชายผ้าคลุมจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาทุ่ง แต่นางหาได้ถอยหนีไม่ ดวงตาคู่คมกวาดมองแผงควบคุมโฮโลแกรมตรงหน้าด้วยความทึ่ง โครงสร้างค่ายกลป้องกันที่กรกำลังร่างขึ้นในระบบ ไม่ใช่เวทมนตร์ป้องกันทั่วไป แต่มันคือสถาปัตยกรรมทางวิศวกรรมที่ผสานเข้ากับกลศาสตร์และอักษรยันต์โบราณได้อย่างไร้ที่ติ
กรไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสยังคงจดจ้องอยู่กับแถบสถานะการหลอมที่กำลังวิ่งชนเพดาน 99.9% นิ้วเรียวยาวขยับควบคุมคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา
"ถ้าไม่อัดพลังงานเข้าไปในอัตรานี้ ค่ายกล 'มหาปราการเหล็กไหล' ก็จะมีความหนาแน่นไม่เพียงพอที่จะต้านทานแรงกระแทกจากคลื่นกระแสจิตของบอสระดับแม่ทัพในระลอกแรกครับอาจารย์... อาจารย์ช่วยถอยไปอีกสองก้าวครับ รัศมีการแผ่ขยายของคลื่นแม่เหล็กมานามันเริ่มเป็นอันตรายต่อค่ามานาสำรองของชุดคลุมท่านแล้ว"
คำพูดที่เจือความห่วงใยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำเอาเซเลสเต้ถึงกับมุมปากกระตุก นางปรายตามองลูกศิษย์หน้าตายคนนี้ด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย แต่ก็ยอมถอยหลังตามที่บอกอย่างว่าง่าย ปากก็พึมพำเบาๆ
"ให้ตายสิ เจ้าเด็กนี่... เวลาหน้าสิ่วหน้าขวัญแบบนี้ก็ยังรักษาฟอร์มความเยือกเย็นเอาไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย ข้างนอกนั่นกองทัพอสูรนับแสนตัวกำลังเคลื่อนพลเข้ามาเหยียบกำแพงเมืองชั้นนอกจนพังราบคาบเป็นหน้ากลองแล้วนะ"
"เพราะสถานการณ์มันวิกฤตต่างหากครับ เราถึงไม่มีเวลามาตื่นตระหนก" กรกล่าวเสียงเรียบ เขากดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยสันมือ
*ติ๊ง!*
เสียงเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับม่านพลังงานสีทองแดงบริสุทธิ์ที่แผ่ขยายออกเป็นรูปโดมยักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางเมืองรัศมีหigกิโลเมตรเอาไว้ทั้งหมด แสงสว่างวาบสะท้อนสะท้อนกับตึกรามบ้านช่องในเกมจนกลายเป็นสีอำพัน ลวดลายอักษรคราฟต์นับล้านตัววิ่งวนเวียนอยู่ตามแนวโค้งของโดมราวกับมีชีวิตชีวา มันคือผลงานชิ้นเอกที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างทักษะ 'ปรมาจารย์ช่างตีเหล็ก' และความเข้าใจอันลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎฟิสิกส์ในโลกเสมือนจริง
รอบตัวพวกเขาในตอนนี้ ไม่ได้มีแค่ความเงียบงัน สมาชิกในกิลด์และผู้เล่นอิสระนับร้อยคนที่เลือกปักหลักสู้ตายเคียงบ่าเคียงไหล่ต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อมองเห็นค่ายกลป้องกันที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ของเกมเคยบันทึกไว้ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"สุดยอด... นี่มันบรัฟการป้องกันระดับไหนกันเนี่ย ค่าต้านทานเวทกับกายภาพพุ่งทะยานขึ้นไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!" ผู้เล่นสายแทงค์ระดับท็อปคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ขณะเอามือแตะลงบนม่านพลังงานที่สั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนอันมหาศาล
"ไม่ใช่แค่ตัวเลขครับ" กรเดินออกจากห้องควบคุมหลัก ถอดถุงมือกันความร้อนออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงาน เขาหันไปมองกลุ่มพันธมิตรที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ "ค่ายกลนี้ถูกออกแบบมาให้ 'ดูดซับ' แรงกระแทกแล้วแปรรูปกลับมาเป็นพลังงานสำรองให้กับอาวุธป้อมปืนกลและบาลีสต้าเวทมนตร์ที่เราติดตั้งไว้ตามจุดยุทธศาสตร์ ดังนั้น ยิ่งพวกมันโจมตีเราหนักเท่าไหร่ แนวป้องกันของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น... จนกว่าจะถึงขีดจำกัดความจุมานาของแกนกลาง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเหิมจะดังสนั่นหวั่นไหว ผู้เล่นทุกคนต่างรู้ดีว่าในเกม VRMMO นี้ การเผชิญหน้ากับอีเวนต์ 'มหาสงครามล้างเมือง' มักจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้และเสียระดับเลเวลยกกิลด์ แต่ทว่า ณ วินาทีนี้ แผนการตั้งรับที่ถูกคำนวณมาอย่างรัดกุมและไร้ช่องโหว่โดยชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าตาย กลับจุดประกายความหวังขึ้นมาในอกของทุกคนอย่างท่วมท้น
"กร นายสินะที่วางแผนโครงสร้างทั้งหมดนี้" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากทางเข้าแนวรบ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะหนักประดับลวดลายมังกรเพลิงก้าวเดินเข้ามา รอยแผลเป็นบนใบหน้าไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงเลยแม้แต่น้อย เขาคือ 'กริฟฟอน' หัวหน้ากิลด์อัศวินโลหิต ผู้เล่นระดับแนวหน้าของเซิร์ฟเวอร์
กรพยักหน้ารับเล็กน้อย "ครับคุณกริฟฟอน แนวหน้าทางทิศเหนือและตะวันออกถูกเจาะแล้วสินะครับ?"
"อืม พลังของพวกมันเกินคาดเดาไปมาก บอสระดับตำนานสามตัวนำทัพกองพลอสูรเงาเข้ามาด้วยความเร็วสูง กำแพงชั้นนอกต้านไว้ได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ" กริฟฟอนกัดฟันกรวด ดวงตาฉายแววเคร่งเครียด "พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่... ศูนย์กลางค่ายกลของนายคือเป้าหมายหลักที่พวกมันต้องการทำลายเพื่อตัดกำลังเราทั้งหมด"
"เป็นไปตามสมมติฐานครับ" กรหยิบแผ่นกระดาษคำนวณยุทธวิธีออกมาจากหน้าต่างระบบ กางมันออกบนโต๊ะกลางห้องให้ทุกคนได้เห็น แผนผังแสดงเส้นทางการเคลื่อนทัพของศัตรูถูกจำลองเป็นภาพสามมิติอย่างละเอียด "จุดอ่อนของบอสทั้งสามตัวคือการประสานงานที่ไม่เสถียร เนื่องจากพวกมันถูกปลุกขึ้นมาด้วยคำสาปโบราณ ไม่ใช่ความจงรักภักดี หากเราใช้ค่ายกลดึงดูดความสนใจ แล้วให้หน่วยโจมตีระยะไกลระดมยิงตัดกำลังขาหน้าของตัวที่เร็วที่สุดก่อน..."
"เราก็จะแยกพวกมันออกจากกันได้!" เซเลสเต้ต่อประโยคให้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับ "เป็นกลยุทธ์ที่ทั้งแยบยลและเลือดเย็นสมเป็นนายจริงๆ กร การใช้ความโลภของบอสมาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างพวกมันเองเนี่ย"
"ไม่ใช่ความเลือดเย็นครับอาจารย์ แต่เป็นความคุ้มค่าเชิงทรัพยากร" กรแก้คำพูดด้วยสีหน้าตายด้านเหมือนเดิม "กระสุนเวทมนตร์ที่ผมคราฟต์ขึ้นมามีจำนวนจำกัด หากปะทะกันตรงๆ เราจะสูญเสียทรัพยากรไปเปล่าประโยชน์ การใช้ภูมิประเทศและกลไกของเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือวิธีเดียวที่เราจะรอดไปพร้อมกับไอเทมดรอปเลเวลสูงได้ครบทุกชิ้น"
ทุกคนในห้องถึงกับมุมปากกระตุกเล็กน้อย ชายคนนี้ยังคงมองทุกอย่างเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์และตรรกะแม้แต่ในยามสงครามกลางเมือง
*ตูมมมมมม!*
แรงสะเทือนระดับแผ่นดินไหวพุ่งเข้าชนม่านพลังงานสีอำพันจนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง เสียงคำรามดังกึกก้องสะเทือนไปถึงโสตประสาทของผู้เล่นทุกคน ท้องนยามค่ำคืนเหนือมหานครถูกย้อมให้กลายเป็นสีเลือด เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวบรรจบกันเป็นรูปพายุหมุนขนาดมหึมา
ที่เบื้องหน้าโดมป้องกัน ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เงาร่างมหึมาของอสูรสามตนปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองมาที่ค่ายกลใจกลางเมืองด้วยความกระหายเลือด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนผู้เล่นระดับล่างบางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
กริฟฟอนชักดาบใหญ่คู่ใจออกมาประกบกันจนเกิดประกายไฟ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันมามองกร
"พวกมันมาแล้ว... นายจะให้พวกเราเริ่มแผนการขั้นที่เท่าไหร่?"
กรขยับกรอบแว่นเล็กน้อย สายตากวาดมองค่าความเสียหายและการฟื้นตัวของมานาบนหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงผลด้วยความเร็วสูง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที—รอยยิ้มที่เป็นสัญญาณเตือนว่า "กับดัก" ได้ถูกตั้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
"เปิดการทำงานป้อมปืนกลอัตโนมัติทั้งแปดสิบตัว..."
กรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง กังวานชัดเจนผ่านระบบสื่อสารกิลด์ไปยังแนวรบทั้งหมด
"...และเริ่มกระบวนการ 'ต้อนรับ' แขกไม่速เชิญได้เลยครับ"
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ หน้าจอระบบของกรก็กะพริบแสงสีแดงฉานขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเซิร์ฟเวอร์ดังขึ้นในหัวของเขา
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนปริศนา 'ผู้ดูแลระบบเงา' นอกเหนือจากขอบเขตข้อมูลของเกมกำลังเข้าสู่พื้นที่ค่ายกลระดับ SSS]*
*[คำเตือน: วัตถุแปลกปลอมกำลังทำการแฮกโค้ดต้นทางของ 'มหาปราการเหล็กไหล' จากภายใน...]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 23
แนวรบสุดท้ายของช่างตีเหล็ก
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!