"แรงดันอากาศระดับนี้... ตัวเลขความทนทานของกำแพงเวทมนตร์ชั้นนอกกำลังร่วงหล่นลงในอัตราหรี่ตารอดูไม่ได้เลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อยท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากหินอัคนีที่กระเด็นว่อน กรยืนนิ่งสนิทอยู่หลังแนวบังคเกอร์เหล็กกล้าผสม mithril ที่เขาเพิ่งเร่งรีบติดตั้งเสร็จไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว แววตาหลังเลนส์แว่นกรองแสงไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยย่นเล็กน้อยระหว่างคิ้วที่บ่งบอกถึงการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว สมองของเขาตีแผ่แผนผังโครงสร้างเมืองเวลทอเรีย (Velthoria) ออกเป็นภาพสามมิติในหัวเพื่อคำนวณจุดอับแรงกระแทก
ตูม!
แรงระเบิดมหาศาลสะเทือนสะท้านจนพื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม แนวป้องกันแรกของกิลด์พันธมิตรที่สร้างจากเสาเวทมนตร์บล็อกไทเทเนียมหนาแปดนิ้ว บัดนี้บิดงอราวกับเส้นขนมจีนภายใต้การกวาดหางเพียงครั้งเดียวของมหันตภัยตรงหน้า
ร่างมหึมาของ 'ราชันย์มังกรนิลกาฬ' (Obsidian Dragon Sovereign) บอสระดับราชלבันย์ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ผิวหนังของมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเมืองจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับเยือกเย็น ทุกครั้งที่มันอ้าปากคำราม คลื่นโซนิคเวฟระดับทำลายล้างจะกวาดเอาอาคารบ้านเรือนฝั่งตะวันออกพังทลายลงมาเป็นผุยผง ผู้เล่นระดับแนวหน้าหลายสิบคนปลิวละลิ่วหายไปในกลีบเมฆ พร้อมกับตัวเลขความเสียหายสีแดงฉานที่พุ่งขึ้นบนฟ้าไม่ขาดสาย
"เจ้าเด็กหน้าตาย เจ้ายังมัวมานั่งคำนวณอัตราส่วนผสมของโลหะอะไรอยู่ได้เล่า! หากเจ้ายังไม่รีบยกก้นขึ้นมาช่วยข้าปรับแต่งป้อมปืนใหญ่มานาตรงนั้น มีหวังหัวของพวกเราคงได้หลุดจากบ่าก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินจริงๆ แน่!"
เสียงใสระคนหอบเหนื่อยเล็กน้อยดังขึ้นข้างกาย เซเลสเต้ในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนเขม่าควัน กำลังร่ายเวทมนตร์ค่ายกลป้องกันสีทองอร่ามเพื่อต้านทานคลื่นความร้อนที่แผดเผาเข้ามา แม้สีหน้าของเธอจะยังคงความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มมุมปากตามแบบฉบับ แต่นัยน์ตากลับกวาดมองสถานการณ์รอบด้านด้วยความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
กรเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับข้อมือสวมถุงมือคราฟต์เวทมนตร์รุ่นทดลอง "อินฟินิตี้ ฟอร์จ" สัญลักษณ์เฟือง톱หมุนวนด้วยแสงสีฟ้าจางๆ
"อาจารย์ใจเย็นๆ สิครับ การคำนวณแรงสั่นสะเทือนผิดพลาดไปเพียงศูนย์จุดสองเปอร์เซ็นต์ อาจทำให้กระสุนปืนใหญ่มานาที่เราหลอมขึ้นมาเองเมื่อคืนระเบิดใส่หน้าพวกเราเสียก่อนที่จะพุ่งออกไปกระทบเกล็ดของเจ้ากิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นนะ... อีกอย่าง ผมไม่ได้นั่งเฉยๆ เสียหน่อย ดูโน่นสิครับ"
กรพยักเพยิดหน้าไปยังโครงสร้างเหล็กกลไกที่เขาแอบฝังไว้ใต้พื้นถนนตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึงเวลทอเรีย ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาเคาะลงบนแผงควบคุมมานารูปทรงแปลกตา กลไกเฟืองนับพันชิ้นก็ส่งเสียง 'คลิก... คลิก... คร텐츠!' ดังประสานกันอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงเต้นของหัวใจจักรกลขนาดยักษ์
ครืนนน!
พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แรงกระแทกจากศัตรู หากแต่เป็นป้อมปราการลับเคลื่อนที่ 'แท่นยิงปืนใหญ่เจาะเกราะมังกรคาร์บอนสลับลาย' ที่กรใช้เวลาสามวันสามคืนในการตีขึ้นรูปด้วยมือ ผุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างสง่างาม ลำกล้องปืนยาวสิบเมตรเคลือบด้วยสารเคมีพิเศษสีเงินยวงสะท้อนแสงอันตราย
"นั่นมัน... ระบบกลไกอัตโนมัติผสานเวทมนตร์ธาตุดินและลมขั้นสูง? เจ้าไปเอาแปลนพิมพ์เขียวโบราณนี้มาจากไหนกัน!" เซเลสเต้เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แม้เธอจะเป็น NPC ผู้รอบรู้ความลับในเกมมาเนิ่นนาน แต่การเห็นเด็กหนุ่มผู้เล่นคนหนึ่งประยุกต์ใช้วิทยาการล้ำยุคผสมผสานกับเวทมนตร์โบราณได้อย่างไร้รอยต่อเช่นนี้ ก็ยังทำให้เธออดทนความทึ่งไว้ไม่ได้
"ผมไม่ได้เอามาจากไหนหรอกครับ... ผมคิดค้นสูตรคำนวณขึ้นมาใหม่เองเมื่อคืนตอนที่คุณหลับต่างหาก" กรตอบหน้าตาย มือขวาหมุนคันโยกปรับองศาการเล็ง ขณะที่มือซ้ายป้อนแร่ผลึกมานาบริสุทธิ์ระดับสูงลงไปในช่องบรรจุพลังงาน "เป้าหมายล็อกอิน... จุดอ่อนใต้คางของราชันย์มังกร... ค่าความต้านทานเกล็ดลดลงเหลือศูนย์ชั่วขณะ... เตรียมตัวรับแรงกระแทกด้วยนะครับ อาจารย์"
ดวงตาสดใสของเซเลสเต้หรี่แคบลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที เธอสะบัดคฑาในมือ เรียกวงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามซ้อนทับกันเจ็ดชั้นขึ้นมารองรับแรงถีบมหาศาลจากปืนใหญ่ของลูกศิษย์ตัวแสบ
"ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะอาจารย์ ข้าคงต้องช่วยเพิ่มความรุนแรงให้อีกสักนิดกระมัง เพื่อไม่ให้เจ้าเด็กอวดดีอย่างเจ้าได้หน้าไปคนเดียว!"
เปรี้ยง!
เสียงคำรามของปืนใหญ่มานากลไกพิเศษดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงคำรามของมังกรสิ้นเชิง ลำแสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียง แรงอัดอากาศทำ1ให้กระจกอาคารโดยรอบรัศมีห้าร้อยเมตรแตกละเอียดในพริบตาเดียว
ลำแสงเจาะเกราะพุ่งตรงไปยังจุดใต้คางของราชันย์มังกรนิลกาฬอย่างแม่นยำราวกับจับวาง แรงปะทะทำให้สัตว์อสูรระดับราชันย์ถึงกับชะงักกึก เกล็ดสีดำสนิทที่เคยแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลเกิดรอยร้าวลึก และตามด้วยละอองเลือดสีม่วงเข้มที่พวยพุ่งออกมาดั่งน้ำพุ
ราชันย์มังกรคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสีกุหลาบเพลิงของมันหันขวับมาจ้องมองจุดที่กรและเซเลสเต้อยืนอยู่ด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว มันยกกรงเล็บขนาดยักษ์ขึ้นเตรียมตะปบทุบทำลายล้างทุกสิ่งให้ราบคาบในคราเดียว
"อืม... แรงถีบเมื่อครู่น่าจะทำลายระบบโช้คอัพของป้อมปืนไปประมาณสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คุ้มค่ากับการลงทุนวัสดุครับ" กรยังคงวิเคราะห์หน้าตาเฉย แม้เงาดำทะมัดทะแมงของกรงเล็บมังกรจะทาบทับลงมาจนมิดร่างของพวกเขาแล้วก็ตาม
"เจ้าเด็กบ้า! มัวแต่มาวิเคราะห์อะไรตอนนี้ เลิกพูดมากแล้วกระโดดตามข้ามาสิฟะ!" เซเลสเต้ส่งเสียงโวยวายพร้อมกับคว้าคอเสื้อของกรด้วยพละกำลังเกินมนุษย์ พรึบ! ร่างทั้งสองร่างหายวับไปจากจุดเดิมในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บมังกรฟาดลงมาบดขยี้ป้อมปืนจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดจากการโจมตีทำให้กำแพงเมืองชั้นที่สองสั่นคลอนอย่างรุนแรง ผู้เล่นและกองกำลังทหารของเมืองเวลทอเรียต่างถอยร่นกรูเกรียวกันเข้ามาด้านในด้วยความตื่นตระหนก แนวป้องกันแรกพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีตามที่ระบบคาดการณ์ไว้
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องของผู้เล่นนับพันที่วิ่งหนีตาย กรกลับยืนนิ่งสงบอยู่บนซากปรักหักพังของหอคอยเวทมนตร์แห่งหนึ่ง เคียงข้างกับเซเลสเต้ที่กำลังปัดฝุ่นตามเนื้อตัวด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่า... เจ้ากิ้งก่ายักษ์นั่นจะไม่ได้มาแค่ตัวเดียวนะครับ" กรเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเขาเจือความระมัดระวังเป็นพิเศษ แววตาสะท้อนภาพท้องฟ้าเหนือเส้นขอบเมืองที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต
เซเลสเต้ชะงักมือที่กำลังจัดเสื้อผ้า เธอเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของลูกศิษย์ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปในพริบตา เมื่อหน้าจออินเทอร์เฟซสีแดงเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงระฆังเตือนภัยดังก้องกังวานไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์
[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบการปลุกพลังของบอสลับระดับ SSS "ราชันย์มังกรเพลิงผลาญโลกันตร์ - อิกนิส" และกองทัพอสูรเงาทมิฬกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตใจกลางเมืองเวลทอเรัยในอีก 3 นาที!]
[เงื่อนไขภารกิจลับฉุกเฉิน: ปกป้องหัวใจแห่งคริスタルเมืองเวลทอเรัยจากความหายนะ หากล้มเหลว เมืองทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตและลบออกจากแผนที่ถาวร!]
กรหันไปสบตากับเซเลสเต้ที่หันมามองเขาพอดี รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยความท้าทายปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มนักคราฟต์ผู้ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวต่อสิ่งใด
"ดูท่าทาง... งานนี้เราคงต้องใช้ 'ของเล่นชิ้นสุดท้าย' ที่ผมเพิ่งตีเสร็จเมื่อเช้าตรู่แล้วล่ะครับ อาจารย์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" มาโดยตลอดนะครับ
เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 22
เสียงคำรามสะเทือนปฐพี
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!