เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 3

การพบกันครั้งแรกกับอาจารย์จอมกวน

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ดูเหมือนว่า... เจ้าไม่ได้ปลุกแค่ดาบขึ้นมาเสียแล้วล่ะ เจ้าหนู... มีบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้ชั้นที่ 0 กำลังตื่นขึ้นมาเพราะเสียงค้อนของเจ้า!" เสียงก้องกังวานที่ยังคงติดอยู่ในโสตประสาท หลังจากการตีเหล็กชิ้นประวัติศาสตร์สิ้นสุดลง ทำให้กรต้องหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ควันสีขาวจางๆ ยังคงลอยอลวนอยู่เหนือเตาหลอมหมายเลข 4 ในโรงตีเหล็กเก่าแก่ประจำเขตเริ่มต้น แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางกราฟิกของเกม แต่มันคือปฏิกิริยาเชิงฟิสิกส์ที่ระบบ *World Resonance Engine* ของ "Aether Online" จงใจออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อค่าความแม่นยำในการตีเหล็กระดับสมบูรณ์แบบ กรยืนนิ่ง ใบหน้าตายด้านไร้ระลอกคลื่นความตื่นตระหนก ทว่าดวงตากลับกวาดมองหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่เด้งขึ้นมาติดต่อกันนับสิบรายการอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลตัวเลขและข้อมูลอัตราส่วนผสมของแร่ไอรอนโคบอลต์ที่เพิ่งหลอมรวมเข้ากับแกนกลางของดาบเล่มแรกอย่างเงียบเชียบ สำหรับเขาแล้ว ปัญหาทุกอย่างในโลกใบนี้ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน ย่อมมีสมการทางตรรกะมารองรับเสมอ ครืนนน—! พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหวเบาๆ อีกครั้ง ไอน้ำร้อนจัดพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นบล็อกหินแกรนิตใต้ชั้นใต้ดิน มันเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำที่ระบบมักจะใช้เมื่อมีค่าพลังงานความร้อนสะสมเกินขีดจำกัด แต่สิ่งที่แปลกคือ ไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัวออกมาตามสูตรสำเร็จของเกม RPG ทั่วไป มีเพียงกลิ่นอายของสมุนไพรโบราณและกลิ่นหอมหวานแปลกประหลาดที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นชา... ในโรงตีเหล็กอับชื้นเนี่ยนะ? กรขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามค้อนเหล็กกล้าในมือเบาๆ เป็นจังหวะ เขาก้าวเท้าอย่างระมัดระวังไปตามทิศทางของกลิ่นหอมนั้น รอบตัวเขาคือโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุคกลางที่ออกแบบไว้อย่างแน่นหนา ระบบนิเวศน์ในเกมนี้สมจริงเสียจนแม้กระทั่งละอองฝุ่นที่กระทบกับแสงไฟจากคบเพลิงยังตกกระทบตามหลักมุมหักเหของแสงจริง ผนังหินทึบเบื้องหน้าซึ่งควรจะเป็นทางตัน กลับมีระลอกคลื่นสีครามจางๆ ไหลผ่านราวกับผืนน้ำ กรหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงนั้น เขายื่นมือขวาออกไปสัมผัสอย่างไม่ลังเล ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นยะเยือกที่ตัดกับไอความร้อนจากเตาหลอมอย่างสิ้นเชิง *พรึบ!* มิติเบื้องหน้าเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง บังเกิดเป็นห้องน้ำชาขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้มะฮอกกานีชั้นดี ผ้าม่านสีม่วงเข้มพลิ้วไหวตามสายลมที่มาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ตรงกลางห้องมีโต๊ะน้ำชาสไตล์วินเทจ บนโต๊ะมีกาน้ำชาเซรามิกสีขาวส่งควันกรุ่นสีรุ้งจางๆ ออกมา และที่สำคัญที่สุด... มีร่างของสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เส้นผมสีเงินยวดยาวสยายถึงกลางหลัง ปลายผมสะท้อนประกายแสงสีรุ้งยามต้องแสงไฟ ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่งในจักรวาลกำลังเหลือบมองมาที่เขา มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายในเวลาเดียวกัน "มาช้าเสียจริงนะ เจ้าหนูหน้าตาย... ข้าอุตส่าห์นั่งรอจนชาน้ำแรกหายร้อนไปสามรอบแล้วรู้ไหม?" เสียงใสใสดังกังวานขึ้นทำลายความเงียบ เซเลสเต้ วางถ้วยชาลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ นางไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่ท่าทางการนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยความผ่อนคลายนั้นกลับแผ่รแรงกดดันบางอย่างออกมาอย่างเงียบเชียบ แรงกดดันที่บอกให้รู้ว่า NPC หรือผู้เล่นปริศนารายนี้ไม่ใช่ตัวละครประกอบฉากดาษดื่นทั่วไปอย่างแน่นอน กรยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้ลดการระแวดระวังลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกวาดสำรวจชุดคลุมนักเวทปักลวดลายดาราศาสตร์ที่นางสวมใส่ รวมถึงไอเทมเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่ไม่มีแสดงอยู่ในฐานข้อมูลทั่วไปของเกม "ผมไม่คิดว่าโรงตีเหล็กเขตเริ่มต้นจะมีพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ซ่อนอยู่ และยิ่งไม่คาดคิดว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมานั่งรอเจ้าของร้านดื่มชาแก้กระหาย" กรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ คำพูดของเขาตรงไปตรงมาและไม่มีทีท่าเกรงกลัวต่อสถานการณ์แปลกประหลาดตรงหน้า เซเลสเต้หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับ นางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนถ้วยชาในมือเล่นไปมา "แขกที่ไม่ได้รับเชิญงั้นหรือ? ช่างเป็นคำพูดที่ไร้เยื่อใยเสียจริง ทั้งที่เสียงค้อนอันทรงพลังของเจ้าเมื่อครู่ เป็นตัวปลุกข้าให้ตื่นจากการจำศีลในชั้นที่ 0 แท้ๆ... เจ้าหนู รู้ไหมว่าเจ้าทำลายความสงบสุขของคนแก่ไปเท่าไหร่?" "ถ้าการตีเหล็กตามระบบมาตรฐานของเกมสร้างความเดือดร้อนให้ระบบโครงสร้าง ผมเกรงว่าผู้พัฒนาคงต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ไม่ใช่ผม" กรตอบกลับอย่างมีเหตุมีผล พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาอีกหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "และดูจากลักษณะท่าทางของคุณแล้ว คุณไม่น่าจะใช่ NPC ที่มีไว้เพื่อบ่นเรื่องเสียงรบกวนหรอกกระมัง?" รอยยิ้มบนใบหน้าของเซเลสเต้กว้างขึ้นเล็กน้อย นางพึงพอใจกับปฏิกิริยาโต้ตอบที่ไม่ได้ลนลานหรือตื่นตระหนกของเด็กหนุ่มตรงหน้า ชายหนุ่มส่วนใหญ่ที่หลงเข้ามาในมิตินี้มักจะแสดงอาการะลานตาหรือไม่ก็ทำตัวไม่ถูก แต่นักประดิษฐ์หนุ่มคนนี้กลับใช้เหตุผลและตรรกะมาคานอำนาจสนทนาทันที "ฉลาดรอบคอบ สมกับที่เป็นผู้เล่นคนแรกที่ตีดาบด้วยค่าความบริสุทธิ์เกินร้อยละเก้าสิบ" เซเลสเต้เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง นางผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างอยู่ "นั่งลงก่อนสิ... ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์เคาะประตูบ้านข้าเสียเสียงดังขนาดนั้นแล้ว ก็ควรจะมาร่วมดื่มชาต้อนรับการตื่น 
ขึ้นสักหน่อย ไม่เช่นนั้น... ข้าอาจจะเผลอมือลั่นไปปลดล็อกมอนสเตอร์ระดับบอสให้ขึ้นไปถล่มโรงตีเหล็กของเจ้าเล่นๆ ก็ได้นะ" คำขู่ที่เจือความขี้เล่นนั้นฟังดูไม่เหมือนคำขู่สักเท่าไหร่ แต่มันคือการยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ในมุมมองของการคำนวณความคุ้มค่า กรนิ่งคิดไปชั่วเสี้ยววินาที สมองของเขาประเมินความเสี่ยงระหว่างการปฏิเสธแล้วเดินกลับออกไป กับการนั่งลงและรับฟังเงื่อนไขของตัวละครลับตรงหน้า ผลลัพธ์จากการประเมินชี้ชัดว่า การเจรจานั้นมีโอกาสได้ผลประโยชน์มากกว่า กรดึงเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างสุภาพ เขามองดูถ้วยชาที่ถูกรินเติมด้วยของเหลวสีเขียวมรกตส่งกลิ่นฉุนประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานแบบชาผลไม้ทั่วไป แต่มีกลิ่นอายของสมุนไพรป่าผสมผสานกับกลิ่นแร่ธาตุบางอย่าง "ชานี่ชื่อว่า 'น้ำตานางฟ้าภูเขาไฟ' " เซเลสเต้เอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ นางเลื่อนถ้วยชามาตรงหน้าเขา "สูตรพิเศษที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง รับรองว่าไม่มีขายตามร้านค้าทั่วไปในเมืองแน่นอน... เชิญสิ ชิมดูหน่อยว่าฝีมือการชงชาของอาจารย์คนนี้ จะยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับฝีมือการตีเหล็กของศิษย์หรือไม่" คำว่า 'ศิษย์' หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวลึกลับอย่างง่ายดาย กรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทักท้วง เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาพิจารณา กลิ่นไอน้ำที่ลอยเข้าจมูกวิเคราะห์ได้ทันทีว่ามันมีส่วนผสมของหญ้าวิญญาณและเกลือสินเธาว์ระดับหายาก หากดื่มเข้าไปโดยไม่มีสกิลต้านทานพิษ อาจทำให้ค่าสถานะ HP ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสิบนาที แต่นั่นคือสิ่งที่เขาสามารถคำนวณและหาทางรับมือได้ กรไม่ลังเล เขายกถ้วยขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่ากระจายไปทั่วปลายลิ้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวานเย็นชื่นใจที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือดฝอยในพริบตาเดียว ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านจากช่องท้องขึ้นมาสู่สมอง ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการตีเหล็กตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาหายเป็นปลิดทิ้ง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของกรอย่างชัดเจน [ผู้เล่น 'กร' ได้รับการยอมรับจาก 'เซเลสเต้' (ผู้ดูแลเขตแดนลับชั้นที่ 0)] [ท่านได้รับสถานะพิเศษ: 'ลูกศิษย์ก้นกุฏิ' (Hidden Apprenticeship)] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: 'ตำนานเตาหลอมแห่งจุดเริ่มต้น' ถูกปลดล็อก!] [รายละเอียดภารกิจ: รวบรวมแร่ธาตุโบราณ 5 ชนิดจากเขตแดนต้องห้าม เพื่อสร้างอาวุธชิ้นที่สองภายใต้คำแนะนำของเซเลสเต้] ดวงตากลมโตของเซเลสเต้หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงสีทองเรืองรองรอบตัวของเด็กหนุ่ม นางอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะมองดูหน้าต่างสถานะที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ "ดูเหมือนว่าลิ้นของเจ้าจะทนทานกว่าที่คิดนะ เจ้าหนู..." เซเลสเต้หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางเท้าคางมองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย "ในเมื่อเจ้ากล้าดื่มชาประหลาดของข้าแล้ว นับจากวันนี้ไป... เจ้าคือศิษย์เอกของข้าอย่างเป็นทางการ เตรียมตัวรับมือกกับการผจญภัยที่แท้จริงของเกมนี้ได้เลย เพราะบททดสอบแรกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้..." ยังไม่ทันที่กรจะได้เอ่ยปากซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจระดับ SSS ที่เพิ่งได้รับ แสงสีทองสว่างวาบก็พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นห้องน้ำชา รอยแยกมิติเบื้องหลังของเซเลสเต้ระเบิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับมีกองทัพอสูรนับพันกำลังพยายามพังประตูมิติข้ามเข้ามา! **โปรดติดตามตอนต่อไป** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%