เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR•ตอนที่ 4

ดันเจี้ยนซากปรักหักพังแห่งแรก

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ถ้าเจ้าก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะที่เหล็กกระทบกับหินเพลิงนั่น ชีวิตของเจ้าจะสั้นลงกว่าเดิมสามวินาที... และเชื่อเถอะว่า ข้าไม่อยากแบกศพหน้าตายของเจ้ากลับออกไปให้เปลืองแรงหรอกนะ เจ้าศิษย์ตัวดี" เสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับแรงลมวูบเบาที่บ่งบอกถึงการมาเยือนอย่างไร้ร่องรอยของเซเลสเต้ อาจารย์สาวลึกลับผู้มีรอยยิ้มปริศนาประดับบนใบหน้าเสมอ กรหยุดชะงักปลายเท้าที่กำลังจะก้าวเหยียบลงบนแผ่นศิลาสีนิล ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยความนิ่งสนิทไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาวิเคราะห์โครงสร้างของห้องโถงใต้ดินแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากหน้าจอระบบเสมือนจริงแสดงผลอัตราความหนาแน่นของมานาที่ปั่นป่วนรอบตัว พร้อมกับสัญลักษณ์เตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบอยู่ตรงมุมขวาบนของลานสายตา นี่คือ "ซากปรักหักพังแห่งอัคคีทมิฬ" ดันเจี้ยนเดี่ยวระดับยากที่ถูกทิ้งร้างมานานนับร้อยปี และเป็นแหล่งเดียวที่ซ่อนเร้น "แร่เหล็กสุริยันศิลา" วัตถุดิบชั้นยอดที่จำเป็นสำหรับการตีดาบเล่มใหม่ของเขา "ผมคำนวณมุมองอาศัยของแรงโน้มถ่วงไว้แล้วครับอาจารย์ การก้าวเท้าซ้ายจะช่วยลดแรงสะท้อนจากการหมุนตัวในจังหวะที่สองต่างหาก" กรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังถกเถียงเรื่องงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในห้องเรียนมากกว่าการยืนอยู่ปากเหวแห่งความตาย เซเลสเต้หัวเราะเบาๆ ในลำคอ นัยน์ตาสสีอำพันคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน นางยกมือขึ้นกอดอก พิงแผ่นหลังเข้ากับเสาหินที่ส Sลักลวดลายโบราณ "โอ้? ปากแข็งเสียจริงนะเจ้าเด็กคนนี้ งั้นก็เชิญพิสูจน์ทฤษฎีของเจ้าให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าสมองอันชาญฉลาดหรือคมมีดของมอนสเตอร์ในนี้ อะไรจะคมกว่ากัน" สิ้นเสียงของนาง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน! *ครืนนน—!* พื้นศิลาที่กรยืนอยู่ยุบตัวลงครึ่งนิ้ว กลไกกับดักโบราณทำงานอย่างรวดเร็ว ลูกตุ้มเหล็กหนามขนาดมหึมาสองลูกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาจากด้านข้างด้วยความเร็วสูง เสียงโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วหู พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่ดังสะท้านมาจากความมืดเบื้องหน้า—เงาร่างของ "อสูรพิทักษ์เพลิงโลกันตร์" มอนสเตอร์ระดับมินิบอสที่มีรูปร่างคล้ายสุนัขป่าผสมเหล็กไหล กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยเขี้ยวเล็บที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีคราม ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายที่หัวใจของมนุษย์ทั่วไปคงเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก กรกลับมีความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองทุกองค์ประกอบในห้องโถงด้วยความเร็วสูง สมองของเขาประมวลผลระบบฟิสิกส์และกลไกภายในเกมอย่างแม่นยำ *ซ้าย... หนักเกินไป* *ขวา... มีช่องว่างของกระแสลม* กรไม่หลบหนีถอยหลัง เขากลับพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเข่าข้างขวาตามที่เซเลสเต้เตือนไว้แต่แรก (แม้เขาจะเถียงในใจเรื่ององศาก็ตาม) ร่างของชายหนุ่มไถลลอดผ่านช่องว่างระหว่างลูกตุ้มเหล็กหนามทั้งสองได้อย่างเฉียดฉิว เส้นผมสีดำปลิวไสวไปตามแรงลมที่เฉียดผ่านผิวหนัง *ฉับ!* คมเขี้ยวไฟสีครามของอสูรพิทักษ์พุ่งผ่านหลังคาหัวของเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เปลวเพลิงร้อนระอุแผดเผาจนเกราะไหล่ซ้ายของกรขึ้นรอยไหม้สีดำ แต่เขาก หาได้สนใจความเสียหายนั้นไม่ เป้าหมายของกรไม่ใช่การต่อสู้ตรงๆ ตั้งแต่แรก ในฐานะนักประดิษฐ์ผู้รอบคอบ เขารู้ดีว่าการใช้พละกำลังเข้าหักหาญกับมอนสเตอร์ระดับสูงที่มีเกราะหนาเตอะอย่างอสูรพิทักษ์เพลิงโลกันตร์นั้นมีแต่จะเปลืองทรัพยากรและเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ สิ่งที่เขาต้องทำคือ "การใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม" กรดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มือขวาควักเอา "ขวดแก้วบรรจุสารละลายกรดเกลือเข้มข้น" และ "ผงแร่ไวไฟ" ที่เขาปรุงขึ้นเองจากกระเป๋าคาดเอวออกมา ปาออกไปสุดแรงไปยังเสาหินรับน้ำหนักที่อยู่ตรงมุมห้อง *เพล้ง!* ขวดแก้วแตกกระจาย สารเคมีทำปฏิกิริยากับโครงสร้างหินปูนโบราณที่แบกรับน้ำหนักมหาศาลของเพดานถ้ำไว้ เกิดเป็นปฏิกิริยาเคมีรุนแรงที่กัดกร่อนแกนกลางของเสาภายในพริบตา "บ้าน่า... เจ้าเด็กนี่!" แม้แต่เซเลสเต้ที่ผ่านโลกมามาก ยังต้องหลุดอุทานออกมาด้วยความทึ่ง เมื่อนางมองเห็นแผนการทั้งหมดของศิษย์ตัวเอง *โครมคราม—!* เสาหินหลักหักสะบั้นลง เพดานถ้ำถล่มลงมาทับร่างของอสูรพิทักษ์เพลิงโลกันตร์ตัวยักษ์ ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แรงสั่นสะเทือนทำให้หน้าจอระบบแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาติดต่อกันรัวๆ [ผู้เล่น กร ทำลายสิ่งกีดขวาง: เสาหินอัคคีโบราณ] [เงื่อนไขพิเศษสัมฤทธิ์ผล: ทับถมอสูรพิทักษ์เพลิงโลกันตร์ด้วยกลไกสิ่งแวดล้อม] [พลังชีวิตของ "อสูรพิทักษ์เพลิงโลกันตร์" ลดลงเหลือ 0%] [ท่านได้รับวัตถุดิบหายาก: "หัวใจเพลิงโลกันตร์" x1, "แร่เหล็กสุริยันศิลา" x12] ควันสีเทาจางลงเผยให้เห็นร่างของอสูรพิทักษ์ที่นอนแน่นิ่งใต้กองหิน กรปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงการเดินเก็บดอกไม้ริมทาง ไม่ใช่การเอาชีวิตรอดจากดันเจี้ยนสุดอันตราย "ก็ไม่เห็นจะยากอย่างที่คิดนี่ครับ" กรพึมพำเบาๆ พร้อมกับก้มลงเก็บแร่สีทองระยิบระยับที่หล่นอยู่ขึ้นมาตรวจสอบค่าสถานะ เซเลสเต้เดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด นางยื่นมือเรียวไปเคาะเบาๆ บนหมวกเหล็กของกร "เก่งมากเจ้าศิษย์ตัวแสบ ใช้สมองแก้ปัญหาได้ดีนี่... แต่นั่นมันแค่ชั้นแรกนะ เจ้ายังเหลืออีกสองชั้นที่โหดหินกว่านี้รออยู่ข้างหน้า" กรหันไปมองประตูหินบานใหญ่ที่สลักอักขระโบราณเรืองแสงสีแดงก่ำ ซึ่งเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวลงสู่ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม กลิ่นอายกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนขนลุกชัน ทว่า ก่อนที่ก้าวเท้าแรกจะข้ามผ่านธรณีประตูนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมก็ดังขึ้นแทรกเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจปกติ แต่มันเป็นเสียงเตือนระดับสูงสุดที่ก้องกังวานด้วยโทนเสียงเหล็กกระทบกันอย่างดุดัน [ระบบตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในชั้นที่ 2] [ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: ผู้เล่น "กร" ครอบครองวัตถุดิบ "หัวใจเพลิงโลกันตร์" โดยไม่ผ่านการทำเควสต์หลัก] [คำเตือน: บอสลับแห่งดันเจี้ยน "ราชันบรรพกาลผู้หลับใหล" ได้รับรู้การตื่นขึ้นของท่านแล้ว และกำลัง...] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์หน้าตายกับยายอาจารย์สายป่วนในเกม VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%