กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนอีกต่อไปสำหรับคางามิ หากแต่มันคือกลิ่นอายแห่งการรอดชีวิต กลิ่นอายของเหยื่อที่กลายเป็นผู้ล่า
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองร่างไร้วิญญาณของมอนสเตอร์ระดับบอสที่เพิ่งนอนแน่นิ่งไป เสียงหอบหายใจของเขาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ทว่าหัวใจข้างในอกกลับเต้นระส่ำด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือเสียงคำรามของพลังอำนาจดิบเถื่อนที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ทุกเส้นเอ็นและมัดกล้ามเนื้อราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่ด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น
"คางามิ... แผลที่แขน..."
เสียงหวานปนหอบของเอลารขาดห่วง เธอก้าวเข้ามาใกล้ด้วยเรียวขาที่สั่นเทา ร่างกายของฮันเตอร์สาวอัจฉริยะผู้ถูกเนรเทศผู้นี้เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ชุดเกราะหนังสีดำขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่มีคราบเขม่าดินและรอยฟกช้ำ ทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุดในแววตาของเธอเวลานี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เป็นความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นยามที่จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมตรงหน้า
คางามิมิได้หันกลับไปทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นบนใบหน้า แผลเก่าที่เกิดจากโศกนาฏกรรมในดันเจี้ยนระดับ S เมื่อหลายปีก่อน ปมความแค้นที่เคยกัดกินวิญญาณของเขาค่อยๆ มอดไหม้ลง เหลือเพียงความว่างเปล่าอันเยือกเย็นและเด็ดขาด
"ฉันไม่เป็นไร เอลาร่า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่นออกมาอย่างเรียบเฉย ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง "เธอก็รู้... ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่"
สายตาของเอลาร่าหลุบลงมองหน้าผาเหวลึกเบื้องล่าง ความมืดมิดที่แผ่ซ่านขึ้นมาทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתาวเหน็บถึงกระดูกดำ คำเตือนจากระบบที่ดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของคางามิเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาทของเธอ *[ตรวจพบเป้าหมายวิญญาณระดับสูงในรัศมีใกล้เคียง: เอลาร่า]* ระบบบ้าคลั่งนี่ไม่ได้ระบุแค่ศัตรู แต่มันกำลังวิเคราะห์แม้กระทั่งตัวเธอเอง—มนุษย์ผู้ยืนเคียงข้างเขาในยามตกต่ำที่สุด
ทันใดนั้น หน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานก็ดีดเด้งขึ้นกลางอากาศอย่างไร้เสียงเตือน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
*[ตรวจพบการสังหารมอนสเตอร์ระดับสูง: คาถาแห่งความมืด (Dark Shaman)]*
*[ระบบแลกเปลี่ยนวิญญาณสังหาร: ทำการดูดซับแต้มวิวัฒนาการสำเร็จ]*
*[ได้รับแต้มวิวัฒนาการ: +5,000 แต้ม]*
*[ปลดล็อกฟังก์ชันลับ: "หัตถ์แห่งความตาย" (Death Grasp) - อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงทักษะและความสามารถพิเศษจากวิญญาณที่ถูกสังหารมาเป็นของตนเองได้ถาวร]*
คางามิหรี่ตาลงเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบสายหนึ่งไหลทะลักจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจ มันคือความรู้สึกที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยพละกำลังที่เอ่อล้นจนแทบจะระเบิดออกมา
"นาย... นายรู้สึกไหม..." เอลาร่าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวคางามิ พลังที่ทำให้รู้สึกทั้งน่าเกรงขามและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน "พลังงานรอบตัวนายมัน... เปลี่ยนไปแล้ว"
คางามิหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนเงาของหญิงสาวผู้เป็นดั่งที่ยึดเหนี่ยวเดียวในโลกอันโหดร้ายนี้ เขายื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มเปื้อนฝุ่นของเอลาร่า ความอบอุ่นจากผิวของเธอเป็นสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่าเขายังคงเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ใช่ปีศาจที่เกิดจากระบบบ้าๆ นี่
"อย่ากลัวฉันเลย เอลาร่า" คางามิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นราวกับคำมั่นสัญญา "ถ้าโลกใบนี้มันเน่าเฟะจนไม่มีที่ยืนให้เรา... งั้นฉันนี่แหละจะเป็นคนสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่เอง"
ก่อนที่เอลาร่าจะได้ทันเอ่ยคำใดตอบกลับ แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว หินผานับร้อยตันพังทลายร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวเบื้องล่าง เสียงคำรามกึกก้องที่ดังก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่างไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ธรรมดา แต่มันคือเสียงคำรามของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้
*[คำเตือนระดับวิกฤต: ผู้ตรวจการแห่งกิลด์ "ราชันย์โลหิต" กำลังเคลื่อนพลเข้าใกล้พิกัดของคุณในรัศมี 500 เมตร]*
*[เป้าหมาย: กำจัดฮันเตอร์นอกคอกทั้งสองคน และยึดครองสิทธิ์ครอบครองระบบวิญญาณ]*
มุมปากของคางามิยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาหันไปมองหน้าผาที่กำลังสั่นสะเทือน พร้อมกับกำมือแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบของกระดูก
พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด... แต่ก็ดีแล้ว ขยะที่เคยเหยียบย่ำเขาในอดีต กำลังเดินมาให้เขาเก็บเกี่ยวแต้มวิวัฒนาการถึงที่
คางามิดึงเอลาร่าเข้ามาหลบหลังแผ่นหินผาขนาดใหญ่ สายตาดุดั่งพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า ทันใดนั้น แสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์รบติดอาวุธหนักนับสิบลำก็สาดส่องทะลุผ่านกลุ่มควันและหมอกหนาลงมาล้อมรอบพื้นที่ปะทะ แรงลมมหาศาลจากใบพัดตีสะบัดจนฝุ่นตลบอบول ประตูห้องโดยสารของลำนำหน้าสุดเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนสวมชุดสูทหรูหราปักตราสัญลักษณ์กิลด์ระดับท็อปเท็น เขากวาดสายตามองซากศพของบอสด้านล่างด้วยแววตาดูแคลน ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วตะโกนผ่านโทรโข่งเสียงดังสนั่น
"ไอ้สวะคางามิ! แกคิดว่าหนีพ้นมือของกิลด์ราชันย์โลหิตไปได้งั้นเรื้อ? คุกเข่าแล้วส่งพลังนั่นมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... วันนี้พวกแกจะไม่ได้แม้แต่ร่างไร้วิญญาณกลับไป!"
คางามิไม่แม้แต่จะชายตามองคำขู่เหล่านั้น เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูตัวเลขแต้มวิวัฒนาการที่เพิ่งพุ่งทะยานขึ้นแตะหลักหมื่น ก่อนจะกดปุ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันใหม่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
*[ท่านได้ทำการหักล้างหนี้สินวิญญาณทั้งหมดด้วยแต้มวิวัฒนาการระดับสูงสุด]*
*[ระบบพร้อมปฏิบัติการ: ยืนยันคำสั่งซื้อ "กองกำลังทหารรับจ้างเงา" จำนวน 500 นาย วงเงินไม่จำกัด]*
*[กริ๊ง! เสียงรูดบัตรผ่านฉลุย — ยินดีต้อนรับท่านสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร, นายท่าน]*
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงาดำนับร้อยสายผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวพวกเขา พร้อมกับเสียงปลดสลักปืนไรเฟิลจู่โจมและเสียงคำรามของเครื่องยนต์จักรกลหนักที่ดังประสานเสียงกึกก้องปฐพี
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบแลกเปลี่ยนวิญญาณสังหาร•ตอนที่ 2
เสียงเรียกจากความมืด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบแลกเปลี่ยนวิญญาณสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!