สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 8

เดิมพันสูงลิ่ว

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่น จนผู้ช่วยหนุ่มหน้าถอดสี รินรดายืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเฉี่ยวสะท้อนภาพของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งแห่งปี ผู้ซึ่งกำลังสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิงในรอบหลายปี "คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ ธันวา" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดกรีดลงบนความอีโก้สูงส่งของเขา รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย "โครงสร้างฐานรากของโปรเจกต์ ‘The Heritage’ มีปัญหาการทรุดตัวจากการคำนวณแรงรับน้ำหนักผิดพลาด... และถ้าคุณยังดึงดันจะเซ็นส่งมอบงานโดยไม่รื้อโครงสร้างใหม่ ชื่อเสียงที่คุณสะสมมาทั้งชีวิตจะพังพินาศในชั่วข้ามคืนนะคะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแปลนพิมพ์เขียวที่ยับยู่ยี่ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความเครียดและพิษไข้จากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อเธอเสมอ บัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและความอับจนหนทาง เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศ หากข่าวรั่วไหลออกไปว่าโปรเจกต์เรือธงมูลค่าหลายพันล้านมีข้อบกพร่องทางวิศวกรรม หุ้นของบริษัทจะดิ่งเหว และศักดิ์ศรีที่เขาเทิดทูนจะกลายเป็นแค่ฝุ่นผง แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับธันวาในวินาทีนี้ ไม่ใช่การล่มสลายของโปรเจกต์... หากแต่เป็นความจริงที่ว่า ผู้หญิงคนเดียวที่จะสามารถกอบกู้สถานการณ์นี้ได้ กลับเป็น 'อดีตภรรยา' ที่เขาเคยเซ็นชื่อขับไล่ออกไปจากชีวิตอย่างไม่ไยดี เมื่อสองปีก่อน "คุณต้องการอะไร รินรดา" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความถือดีขัด1ขืนอยู่ในลำคอแหบผาก เขายังคงหลuตาลงเล็กน้อยเมื่อต้องยอมรับความจริงว่า ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างขั้นสูงของเธอนั้นเหนือกว่าทีมงานของเขาทุกคนรวมกัน "จะให้ผมคุกเข่าขอร้อง หรือต้องจ่ายค่าจ้างเท่าไหร่ คุณถึงจะยอมเข้ามาแก้ปัญหานี้ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและบาดแผลในอดีต เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของเธอลอยวนอยู่รอบตัวเขา ชวนให้หัวใจที่ด้านชาของธันวากระตุกวูบอย่างประหลาด "เงินเหรอคะ? ธันวา คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ซื้อได้ด้วยเงินเสมอไปหรือไง" เธอยื่นมือเรียวบางลงไปแตะบนแปลนพิมพ์เขียวแผ่นนั้น ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายผ่านตัวเลขคำนวณที่ผิดพลาดของเขาอย่างจงใจ "คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน บอกว่าฉันเป็นแค่ภรรยาไร้ค่าที่เกาะคุณกิน... วันนี้ ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะสถาปนิกและวิศวกรผู้ถือครองความอยู่รอดของคุณ คุณคิดว่าฉันจะยอมยื่นมือช่วยคนที่เคยผลักฉันตกเหวเหรอคะ" ดวงตาของธันวาไหววูบ ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแท่นในอกคล้ายถูกไฟลวก ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เธอน้ำตานองหน้าขอร้องให้เขาเชื่อใจเรื่องความบริสุทธิ์ วันที่เขาผลักไสเธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ กฎแห่งกรรมหมุนวนกลับมาทวงถามอย่างไร้ความปรานี "ริน..." เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันไม่ใช่เสียงของสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงของชายหนุ่มผู้พ่ายแพ้ "ผมขอโทษ... ผมรู้ว่าผมโง่เขลาแค่ไหน แต่ถ้าโปรเจกต์นี้ล่ม ทีมงานนับร้อยจะตกงาน และบริษัทของพ่อผม..." "พอกلเถอะค่ะ!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ "อย่าเอาเรื่องครอบครัวหรือคนอื่นมาอ้างเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากฉัน คุณมันเห็นแก่ตัวมาแต่ไหนแต่ไร ธันวา!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้าง ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก อคิน คู่คิดและนักธุรกิจหนุ่มผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทออกแบบคู่แข่งของรินรดา เปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นในมือถือแท็บเล็ตแสดงข่าวลือเรื่องความผิดพลาดของโปรเจกต์ที่เริ่มรั่วไหลสู่นักข่าว "ดูท่าทางสถานการณ์จะแย่กว่าที่คิดนะครับ คุณธันวา" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือน "ทางเราเพิ่งได้รับข้อเสนอให้เข้าซื้อกิจการส่วนที่กำลังจะล่มสลายของคุณ... รินครับ เราควรกลับกันได้แล้ว อย่าเสียเวลากับคนที่แก้ปัญหาด้วยทิฐิเลยค่ะ" รินรดากวาดสายตามองธันวาเป็นครั้งสุดท้าย หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความสับสนระหว่างความสะใจกับการตัดสินใจทางวิชาชีพ เธอรู้ดีว่าหากเธอเดินออกจากห้องนี้ไปพร้อมกับอคิน ธันวาจะไม่มีทางรอดจากการล่มสลายครั้งนี้อย่างแน่นอน ธันวานั่งนิ่งอยู่กับเก้าอี้ ทิฐิอันสูงส่งถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขารู้ดีว่ามีเพียงทางเดียวที่จะรักษาทุกอย่างไว้ได้ ไม่ใช่ด้วยเงินทองหรืออำนาจ แต่ด้วยความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเคยทำลายชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง "ถ้ารินยอมช่วย... ผมยอมแลกทุกอย่าง" ธันวาตัดสินใจเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตภรรยา ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ "แม้แต่หุ้นทั้งหมดในบริษัทของผม... ผมยกให้คุณครึ่งหนึ่งทันที" รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะหันหลังเดินตามอคิน เธอนิ่งคิดชั่วขณะ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและทรงพลัง เธอกลับตัวช้าๆ สบตากับเขาตรงๆ "แลกกับหุ้นครึ่งหนึ่งยังน้อยไปนะคะ ธันวา" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้งโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนหัวลุก "ถ้าฉันจะช่วยคุณ... คุณต้องเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ขาดการตัดสินใจทั้งหมดในโปรเจกต์นี้ให้ฉันแต่เพียงผู้เดียว และที่สำคัญ... คุณต้องคุกเข่าลงยอมรับความผิดพลาดของคุณต่อหน้าบอร์ดบริหารทุกคนพรุ่งนี้เช้า" ธันวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความอับอายพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่วินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเขาก็แผดเสียงดังลั่นพร้อมกับหน้าจอที่แสดงสายเรียกเข้าจาก "ประธานกรรมการบริษัท" พ่อของเขาเอง ผู้ซึ่งกำลังจะรู้ความจริงเรื่องวิกฤตนี้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับ "ละอองดาวเดือนเก้า" นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%