สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 9

คำสารภาพที่ไม่มีใครรอฟัง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของฝนยามค่ำคืนที่เคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ช่างเงียบงันจนน่าอึดอัด ทว่าความเงียบนั้นยังไม่น่ากลัวเท่าเงาร่างสูงสง่าที่ยืนขวางประตูทางออกไว้ แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกกระจกใสบานใหญ่สาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของธันวาคม สถาปนิกหนุ่มผู้เคยถือดีและมองเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่ ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงร่องรอยความอ่อนล้า และประกายบางอย่างที่สั่นไหวราวกับคนใกล้จมน้ำ "คุณไม่มีสิทธิ์มาขวางทางฉันค่ะ, คุณธันวา" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่อาบยาพิษ รินรดายืนกอดอก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมิได้สะท้อนความยินดี หากแต่เยpชาและห่างเหินจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดแทะด้วยน้ำแข็ง ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกราม เขาขยับเข้ามาใกล้เพียงก้าวเดียว แต่รินรดากลับถอยหลังรักษาระยะห่างทันที ราวกับกลัวว่ากลิ่นกายของเขาจะสร้างรอยเปื้อนให้แก่ชีวิตใหม่ที่เธอเพียรสร้างขึ้นจากกองเถ้าถ่าน "ริน... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำในอดีตมันเลวร้ายมากแค่ไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของผู้ชายที่ชื่อธันวาคม "ผม... ผมแค่อยากจะเอ่ยคำขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกหยดน้ำตา ทุกวันที่คุณต้องอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังนั้น... และทุกคำพูดที่ผมทำร้ายจิตใจคุณ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับไร้ซึ่งความหมายในวินาทีนี้ รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟังจนธันวาต้องสะท้อนเฮือก "คำขอโทษเหรอคะ?" เธอย้อนถาม ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเขาตรงๆ โดยไม่มีความหวั่นไหวเจือปน "คุณกำลังขอโทษฉันเรื่องอะไรคะ? เรื่องที่คุณเคยบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ? เรื่องที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลตอนที่ฉันร้องขอความสนใจ? หรือเรื่องที่คุณเซ็นชื่อลบตัวตนของฉันออกจากทะเบียนสมองและทะเบียนบ้านอย่างไร้เยื่อใย?" ทุกคำถามเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปักลงบนแผลเก่าของธันวาจนเลือดโชก เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะแก้ตัว แต่ความจริงที่ว่าเขาเคยทำร้ายเธอยับเยินแค่ไหน มันคือกำแพงหนาที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ "ผมรู้ว่ามันลบอดีตไม่ได้..." ธันวาก้าวเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือหนาสั่นเทาระ8บยื่นออกไปหมายจะแตะปลายชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดากลับก้าวถอยหนีอย่างไม่ลังเล "แต่โปรดให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ให้ผมได้ทำเพื่อคุณ... ให้ผมได้รักคุณในแบบที่ควรจะเป็นสักครั้ง" ภาพของสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่ง กำลังคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ หากเป็นเมื่อก่อน รินรดาคงโผเข้ากอดเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่วันนี้... หัวใจของเธอได้ตายไปพร้อมกับน้ำตารอบสุดท้ายในคืนวันหย่าร้างนั้นแล้ว เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูยกขึ้นเชยคางสถาปนิกหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายที่สุด "คุณธันวาคะ... คุณกำลังเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า?" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบงัน "คนที่กำลังคุกเข่าขอร้องอยู่ตรงนี้ คือคนที่เคยผลักฉันลงเหว แล้วบอกให้ฉันช่วยเหลือตัวเองไม่ใช่เหรอคะ?" ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำ รินรดายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ความโกรธเกรี้ยว แต่มันน่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเสียอีก "มันสายไปแล้วค่ะ... สายเกินกว่าที่ผู้หญิงคนนี้จะหันกลับไปมองเศษซากความรู้สึกที่คุณเพิ่งจะนึกเสีย Mใจเอาตอนนี้" เธอสะบัดหน้าหนีอย่างไม่แยแส "ลุกขึ้นเถอะค่ะ แล้วออกไปจากชีวิตของฉัน อย่าได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย เพราะต่อให้คุณตายต่อหน้าฉันในตอนนี้ ฉันก็ไม่มีน้ำตาเหลือให้คุณสักหยดเดียวแล้วค่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่แตกสลายของธันวาที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในอก เขารู้แล้วว่าความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันทรมานแค่ไหน และเขาก็คือผู้ชายโง่เง่าคนเดียว1ที่ทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในขณะที่ธันวากำลังจะเอ่ยคำวิงวอนครั้งสุดท้าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงสง่าของอคินที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ โดยมีเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู วิ่งดุ๊กดิ๊กตามเข้ามาติดๆ และสวมกอดขาของรินรดาอย่างคุ้นเคย "คุณแม่ครับ! คุณอาอคินซื้อไอศกรีมรสโปรดให้ผมด้วยครับ!" ธันวาชะביงค้างไปทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "คุณแม่" จากปากเด็กน้อย และเมื่อดวงตากลมโตคู่ที่ถอดแบบมาจากสถาปนิกหนุ่มราวกับแกะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ร่างกายของธันวาก็ชาวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจในยามวิกาล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับ "ละอองดาวเดือนเก้า" นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%