สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 10

บุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นไม่สามารถเจือจางความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องประชุมวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมืองได้เลย รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นสัดส่วนสง่างามและแววตาเด็ดเดี่ยว นั่งไขว่ห้างพิจารณาเอกสารแบบร่างโครงการรีสอร์ทริมผาอย่างไม่ใส่ใจสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาจากฝั่งตรงข้าม ธันวาขยับเนกไทด้วยความกระวนกระวาย สถาปนิกหนุ่มผู้เคยถือตัวและเย็นชาจนน่ากลัว ในยามนี้กลับเหลือเพียงชายหนุ่มผู้พยายามไขว่คว้าเงาเลือนรางของอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสด้วยมือของตนเอง รอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นฟ้องชัดว่าเขาไม่ได้นอนมาหลายคืน นับตั้งแต่ได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นใหม่ของเธอ—ผลงานที่เจิดจรัสอย่างไร้ที่ติโดยไม่มีเงาของเขาคอยบดบังอีกต่อไป "ริน... โปรเจกต์นี้ ธันว่าว่าเราควรหารือรายละเอียดเชิงโครงสร้างกันอีกนิด คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าดินแถบนั้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความพยายามรักษามาุรต รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปากเรียวบางเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบยกยิ้มเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง เธอกวาดสายตาคมปลาบมองอดีตสามีราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองใต้รองเท้าส้นสูง "คุณธันวาคะ กรุณาเรียกฉันว่า 'คุณริน' หรือไม่ก็ 'คุณรินรดา' เถอะค่ะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะมาเรียกชื่อเล่นแบบนั้น... อีกอย่าง ในฐานะหัวונทีมที่ปรึกษาอิสระ ฉันคิดว่าทีมวิศวกรของฉันมีความเชี่ยวชาญมากพอ ไม่รบกวนสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณมา 'เป็นห่วง' เรื่องโครงสร้างหรอกค่ะ" คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของธันวา เขาเจ็บปวดจนต้องกำมือแน่นใต้โต๊ะประชุม เส้นเลือดปูดโปนด้วยความอัดอั้น ทิฐิที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อตระหนักว่า ยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้ เธอกยิ่งถอยห่างออกไปไกลสุดฟ้า แต่ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างนุ่มนวล พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี รอยยิ้มทรงเสน่ห์และแววตาพราวระยับของอคินทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที "ขอโทษที่มาสายครับ พอดีการจราจรกรุงเทพฯ ช่วงนี้แย่เสียจริง... รินครับ ผมสั่งชาคาโมมายล์อุ่นๆ มาให้ คุณทำงานติดต่อกันมาสามชั่วโมงแล้วนะ พักสักหน่อยเถอะครับ" อคินก้าวเข้ามาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เขาวางแก้วชาลงตรงหน้ารินรดาอย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งใช้ปลายนิ้วเช็ดเอกสารเบาๆ อย่างเอาใจใส่ รอยยิ้มที่รินรดามอบให้คูสนทนาคนใหม่ช่างอ่อนโยนและแตกต่างจากรอยยิ้มที่เธอใช้กับธันวาราวฟ้ากับเหว นั่นคือรอยยิ้มของผู้หญิงที่รู้สึกปลอดภัยและมีคุณค่า ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ รังสีความหึงหวงและเกรี้ยวกราดแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ "อคิน นายมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับภ... กับรินรดาขนาดนี้!" ธันวาตวาดลั่น เสียงทุ้มต่ำคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดติด อคินหันมามองอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเหนือกว่า เขายืดตัวตรงอย่างสง่างามก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "อ้าว... คุณธันวาครับ ดูเหมือนคุณจะความจำสั้นไปหน่อยนะ รินเขาหย่าขาดจากคุณมานานพอที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครก็ได้แล้วนี่ครับ และในฐานะ 'ผู้ดูแลหัวใจ' ของเธอในตอนนี้ ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการดูแลผู้หญิงที่ผมรัก... ไม่เหมือนใครบางคน ที่เพิ่งมาสำนึกได้ตอนที่สายไปเสียแล้ว" คำว่า "ผู้ดูแลหัวใจ" กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของธันวาจนเขาเซถอยหลัง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและริษยา เขาสลับมองหน้าอคินและรินรดาที่กำลังส่งยิ้มให้กันอย่างสนิทสนม รินรดาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดนั้น เธอเพียงแต่จิบชาอุ่นๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาว่างเปล่าไร้เยื่อใย "ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะคะคุณธันวา แต่ถ้าไม่มีเรื่องงานอะไรจะปรึกษาแล้ว เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ พอดีฉันกับอคินมีนัดดินเนอร์กันต่อ... คงไม่สะดวกให้คุณอยู่ร่วมโต๊ะด้วย" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเก็บเอกสารใส่แฟ้มอย่างสง่างามโดยไม่ชายตาแลธันวาแม้แต่น้อย อคินยื่นมือออกไปโอบเอวบางอย่างเป็นธรรมชาติ รินรดาไม่ได้ปัดป้อง เธอยอมแนบชิดกายเข้าหาชายหนุ่มผู้มอบความอบอุ่นให้ในวันที่เธอหนาวเหน็บ ธันวากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความหึงหวงแผดเผาจนแทบคลั่ง เขาอยากจะพุ่งเข้าไปกระชากเธอกลับมาสู่อ้อมกอดของตน แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว ภาพที่ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกไปจากห้องประชุมบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ทำลายเพชรเม็ดงามนี้ด้วยมือของตัวเอง แต่ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง ร่างบางก็ชะงักกึก เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินแผדเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายที่ถูกส่งมาจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ของอคิน อคินก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่ม "มีอะไรเหรอคะอคิน?" อคินเงยหน้าขึ้นสบตารินรดา รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏบนริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะหมุนหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอและธันวาที่ยืนมองอยู่ได้เห็นภาพชัดๆ เต็มสองตา บนหน้าจอคือภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากธันวาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนถือตุ๊กตาสถาปนิกตัวจิ๋วอยู่หน้าประตูบ้านของอคิน โดยมีหญิงสาวปริศนาคนหนึ่งยืนกุมมือเด็กน้อยไว้ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาว่า... *"คุณพ่อขา... ทำไมคุณปะป๊าถึงทิ้งพวกเราล่ะคะ?"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%