หน้าจอสมาร์ทโฟนราคาสูงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวในห้องทำงานสถาปนิกส่วนตัว ความเงียบงันรอบกายไม่ได้ทำให้ธันวารู้สึกสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... หัวใจของเขากลับเต้นรัวกระหน่ำราวกับมีกลองเพลนับร้อยตีอยู่ข้างใน
ภาพถ่ายใบสมัครเรียนอนุบาล และตัวอักษรบนกระดาษผลตรวจดีเอ็นเอแผ่นนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในม่านตา ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองแบบแปลนอาคารมูลค่าพันล้านอย่างไร้ความรู้สึก บัดนี้กำลังจ้องมองเด็กชายตัวน้อยในภาพด้วยความรู้สึกที่สั่นเทวJจนปลายนิ้วชาดิก
*“คุณแม่ริน... คุณพ่อเขากำลังตามหาหนูอยู่ครับ”*
ประโยคสั้นๆ นั้นกรีดลึกลงไปในรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ สามปีที่ผ่านมา... ธันวาคิดมาตลอดว่าเขาเป็นฝ่าย “สบประมาทและสลัดทิ้ง” ผู้หญิงไร้ค่าอย่างรุนแรง เขาสั่งให้เลขาเคลียร์ชื่อเธอออกจากทะเบียนสมบัติ สั่งให้ลบทุกร่องรอยของรินรดาออกไปจากชีวิตราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงที่น่ารังเกียจ แต่ในเวลานี้ ฝุ่นผงละอองนั้นกลับกลายเป็นพายุหมุนลูกใหญ่ที่ย้อนกลับมาซัดกระหน่ำทำลายความมั่นคงในจิตใจของเขาจนย่อยยับ
“สามปี... เธอซ่อนเขาไว้ที่ไหน”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอמהพึมพำกับความว่างเปล่า ธันวาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความรู้สึกผิดระคนตกใจถาโถมเข้ามาจนหายใจไม่ออก ภาพของรินรดาในอดีต—ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มักจะนั่งเงียบๆ รอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืด ผู้หญิงที่ร้องไห้เงียบๆ ในวันที่เขาเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง—ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่น่าสมเพช
แต่สิ่งที่ทำให้เขาคลั่งยิ่งกว่าคือ “เด็กชาย” ในภาพ... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นๆ และริมฝีปากหยักนั้น มันถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ธันวาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่าน ไม่ใช่โกรธเด็กคนนั้นหรือรินรดา แต่โกรธตัวเอง... โกรธความโง่เขลา ความเย่อหยิ่งจองหองที่ทำให้เขาพลาดช่วงเวลาสามปีที่ควรจะได้เห็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลก พลาดแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้รู้ว่าอดีตภรรยาที่เขาเหยียบย่ำ ต้องอุ้มท้องหนีออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยความยากลำบากเพียงใด
“เลขาฯ สมชาย!” เขาตะโกนเรียกชื่อผู้ช่วยคนสนิทผ่านอินเตอร์คอมด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่สั่นเครือเล็กน้อย
ไม่ถึงสามวินาที ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว สมชายก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายสติหลุดถึงเพียงนี้มาก่อน
“ครับ... บอส มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ” สมชายละล่ำละลักถาม
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำราวกับซาตานที่กำลังกระหายเลือด เขาหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะแล้วเหวี่ยงมันไปตรงหน้าเลขาฯ จนเกือบกระแทกเข้ากับอก
“ไปสืบมา... ทุกอย่างเกี่ยวกับช่วงสามปีที่รินรดาหายตัวไป เธอไปอยู่ที่ไหน คลอดลูกที่โรงพยาบาลไหน และ... ใครเป็นคนสนับสนุนเธอในช่วงเวลาเหล่านั้น!” ธันวากัดฟันกรวด น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงกดดันที่น่ากลัว “เอาประวัติทุกวินาทีของเธอกลับมาวางบนโต๊ะฉันภายในคืนนี้ ไม่อย่างนั้นนายก็เตรียมเก็บกระเป๋าไสมันออกไปจากบริษัทนี้ซะ!”
“รับ... รับทราบครับบอส!” สมชายหน้าซีดเผือด รีบคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาแล้วหมุนตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปทันที
ความมืดมิดนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาของสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่บัดนี้กลับทรุดตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างคนหมดแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความจริงที่ว่ารินรดาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป และเธอยังมี “โซ่ตรวนแห่งสายเลือด” ที่เชื่อมโยงเธอกับเขาไว้ ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระชากไหวอย่างรุนแรง
ทว่า... ในขณะที่ธันวากำลังดิ้นรนอยู่ในนรกแห่งความสำนึกผิด อีกด้านหนึ่งของเมือง ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายของชัยชนะ
รินรดากำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอสวมชุดนอนผ้าไหมสีเขียวมรกตขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น ใบหน้างดงามเฉี่ยวคมประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก มือเรียวสวยกำลังจิบไวน์แดงรสเลิศในแก้วทรงสูงอย่างใจเย็น เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนพรมห้องนั่งเล่นดังแว่วมา สะท้อนความสุขที่เธอสร้างขึ้นด้วยสองมือของตัวเอง
“คุณแม่ครับ... น้องนะโม ง่วงแล้วครับ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาซบที่เรียวขาเรียว รินรดาววางแก้วไวน์ลง เธอทรุดตัวลงนั่งย่อเข่าให้เสมอระดับเดียวกับลูกชาย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อเบาๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ
“คนเก่งของแม่ ง่วงแล้วเหรอครับ ไหน... วันนี้ใครเป็นเด็กดีของแม่บ้างน้า” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่เคยมืดมนในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงดาว
“นะโมส่งข้อความหาคุณพ่อตามที่อาคินบอกแล้วนะครับ... คุณพ่อจะมาหาเราไหมครับแม่?” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา
รอยยิ้มบนริมฝีปากของรินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม เธอโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นคือเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอ
“เขามาแน่ค่ะลูก... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น แม่จะทำให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้น ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการ ‘ถูกทอดทิ้ง’ จนสติหลุดเสียก่อน” รินรดากระซิบแผ่วเบากับตัวเอง สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่มองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่
เกมการแก้แค้นที่เธอเป็นคนวางหมากไว้... ได้เวลาเริ่มต้นเดินตาแรกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
และในขณะที่ธันวากำลังหัวหมุนกับการตามหาเงาของอดีตภรรยา ประตูห้องพักหรูของเธอก็มีเสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้น รินรดาหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรงพอดี... ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความท้าทายจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม เมื่อเธอเปิดประตูออกแล้วพบกับ “ใครบางคน” ที่ยืนถือช่อดอกไม้รออยู่ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง!
– ละอองดาวเดือนเก้า –
สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 5
เงาจากอดีตที่ยังไม่ตาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!