สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 4

สมรภูมิในที่ประชุม

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศศูนย์กลางของห้องประชุมใหญ่ เสมือนกำลังตอกย้ำถึงความกดดันที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันด้วยแรงที่พอเหมาะพอเจาะพอดี ทว่าแฝงไว้ด้วยความจงใจข่มขู่ ดวงตาสีเทาเข้มของธันวา—อดีตสามีผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปนิกมือหนึ่งผู้ไร้พ่าย—กำลังมองตรงมายังฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองระคนเหยียดหยัน เขานั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมโครงการยักษ์ใหญ่แห่งนี้ โดยมีข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิ์ทรัพย์ทางปัญญาเป็นอาวุธร้ายในมือ "ไม่ใช่แค่เรื่องแปลนครับคุณริน... แต่คนสั่งฟ้องและถือครองสิทธิ์ในบริษัทคู่แข่งรายนั้น... คือ 'อดีตสามีทางกฎหมาย' อีกคนของคุณ... ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเขามี 'หลักฐานสำคัญ' บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยตรงครับ" คำพูดของทนายความฝ่ายจำเลยที่ถูกว่าจ้างมายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับเสียงซุบซิบของบอร์ดบริหารคนอื่นๆ ที่เริ่มหันมามองฉันด้วยสายตาระแวงแคลงใจ พวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังจะพังทลายลงภายใต้เงาของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลคนนี้... แต่พวกเขากลับคำนวณพลาดไปอย่างมหันต์ ฉันแย้มรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวดในอดีตที่เขาเป็นคนจุดไฟเผาผลาญมันด้วยมือของเขาเอง รินรดากวาดสายตามองหน้าคณะกรรมการทุกคนอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาคู่คมกริบของธันวา ผู้ชายคนที่เคยคิดว่าตัวเองรู้จักฉันดีที่สุด... ผู้ชายคนที่เคยสั่งลบชื่อฉันออกจากทะเบียนบ้านและแม้กระทั่งหน้าประวัติศาสตร์ในสำนักงานของเขาอย่างไม่ไยดี "อดีตสามีทางกฎหมายอย่างนั้นหรือคะ..." ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังพอที่จะหยุดทุกเสียงซุบซิบในห้องประชุมให้เงียบกริบลงได้ในเสี้ยววินาที ฉันไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารฟ้องร้องไร้สารៈตรงหน้า นิ้วเรียวภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างหยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมาก่อนจะกดเปิดจอโปรเจคเตอร์ขนาดมหึมาด้านหลังบัลลังก์ประธาน ภาพโครงสร้างสถาปัตยกรรมสามมิติที่ซับซ้อนปรากฏขึ้น พร้อมกับลายเซ็นดิจิทัลและรหัสลับโค้ดโปรแกรมการออกแบบที่คุ้นตา ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นภาพนั้น สัญชาตญาณของสถาปนิกอัจฉริยะทำให้เขารู้ตัวในเสี้ยววินาทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ สีหน้าเย่อหยิ่งเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทีละน้อย "คุณธันวากำลังกล่าวหาว่าดิฉันลอกเลียนแบบแปลนโครงการ Green Sanctuary ของบริษัทคู่แข่งสินะคะ..." ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ ไปยังหน้าจอโปรเจคเตอร์ด้วยท่าทีสง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราวกับราชินีที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตนเอง "น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณอ่านเกมขาดไม่พอ... และดันลืมตรวจเช็ก 'ฐานราก' ของสิทธิ์บัตรที่คุณถืออยู่ในมือเสียสนิท" "คุณหมายความว่ายังไง รินรดา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มเจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เมื่อเขารู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มหลุดมือจากการควบคุม "ฉันหมายความว่า..." ฉันหยุดยืนนิ่ง ปรายตามองเขาด้วยแววตาที่เยียบเย็นพอกัน "แปลนที่คุณอ้างว่าฉันไปลอกเลียนแบบมา แท้จริงแล้วคือ 'ต้นแบบโครงสร้างดั้งเดิม' ที่ดิฉันเป็นคนออกแบบขึ้นด้วยตัวเองเมื่อสามปีก่อน สมัยที่เรายัง... ใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันค่ะ" เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่ในห้องประชุม ธันวาผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ แปลนชิ้นนั้นถูกเก็บเป็นความลับสูงสุดในเซฟส่วนตัวของเขา... ไม่มีทางที่ใครจะเข้าถึงได้ง่ายๆ นอกเสียจากว่า... "เป็นไปไม่ได้ เอกสารนั่นถูกล็อกไว้ด้วยรหัสส่วนตัวของผม..." ธันวากัดฟันกรอด เสียงกระซิบของเขาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ "ใช่ค่ะ... รหัสผ่านที่ใช้ชื่อยكของเราสองคนในอดีต" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ "แต่คุณคงลืมไปแล้วสินคะว่า ในฐานะที่ดิฉันเป็น 'สถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ' ของคุณมาโดยตลอด ทุกโปรเจกต์ที่คุณเคยได้รับรางวัลระดับชาติ แท้จริงแล้วมาจากมันสมองของใครกันแน่... คุณธันวา" ประโยคสุดท้ายถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีด กรีดแทงลงกลางใจของชายหนุ่มผู้หยิ่งทรนงจนเขาหน้าถอดสี มือหนาที่กำโต๊ะประชุมแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกผิดที่เพิ่งกัดกินขั้วหัวใจ เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากำลังทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง อคิน ซึ่งนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องประชุม ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขาส่งแฟ้มเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชุดหนึ่ง—ซึ่งเป็นเอกสารยืนยันสิทธิ์ลิขสิทธิ์แท้จริงที่ลงชื่อโดยกระทรวงพาณิชย์—ให้แก่คณะกรรมการตรวจสอบทันทีอย่างไร้ที่ติ "หลักฐานการจดแจ้งลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมลายเซ็นรับรองเมื่อสามปีก่อน โดยมีชื่อของ 'คุณรินรดา' เป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวครับท่านประธาน" อคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นหนักหน่วงราวนรกถล่มใส่ฝั่งของธันวา คณะกรรมการอาวุโสพากันพลิกเอกสารในมือด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ประธานบอร์ดจะทุบไม้ค้อนตัดสินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "หากเป็นเช่นนี้... บริษัทของฝ่ายคุณธันวาคือฝ่ายละเมิดสิทธิ์ และต้องถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงถอดถอนจากการเป็นประธานร่วมในโครงการนี้ทันทีครับ!" สิ้นเสียงประกาศนั้น ราวกับโลกทั้งใบของธันวาพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองมาที่ฉัน—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง—ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด สำนึกผิด และอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา ฉันหันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี รวบรวมเอกสารของตัวเองใส่กระเป๋าด้วยท่าทีสุขุม นิ่งสงบ และทรงพลังเหนือกว่าทุกย่างก้าวที่เดินออกจากห้องประชุมแห่งนี้ สมรภูมิในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ใครกันแน่คือผู้ชนะที่แท้จริง ทว่า... ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องประชุมเพื่อไปสู่อากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือเล็กน้อยของธันวาก็ดังไล่หลังมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของฉันที่สั่นระรัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน *ภาพถ่ายใบสมัครเข้าเรียนอนุบาลของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง พร้อมกับชื่อ-นามสกุล และผลตรวจ DNA ที่ระบุความสัมพันธ์ชัดเจน... ถูกส่งตรงมาจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า... "คุณแม่ริน... คุณพ่อเขากำลังตามหาหนูอยู่ครับ"* ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%