สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 2

คนไม่รู้จักที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง ราวกับมีน้ำหนักนับตันที่กดทับห้องทำงานทั้งห้องให้จมดิ่งลงสู่ความเงียบงันอันน่าอึดอัด ธันวาก้มมองภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบ ดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับใช้แม่พิมพ์เดียวกัน สันจมูกโด่งรั้นที่แม้แต่เด็กยังฉายแววดื้อรั้น ช่างบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งจนชาหนับ กระดาษใบรายงานผลตรวจ DNA แผ่นนั้นสั่นเทาอยู่ในอุ้งมือใหญ่ที่เคยใช้เซ็นคำสั่งขับไล่เธออย่างไร้เยื่อใย “คุณ… คุณเอาอะไรมา…” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับขาดห้วงราวกับคนขาดอากาศหายใจ ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบที่เคยใช้มองรินรดาด้วยความดูแคลน บัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้ภายใต้กรอบอันแข็งกร้าว รินรดายืนนิ่งสงสง่าอยู่ในชุดสูทสีงาช้างเข้ารูป เธอบริหารเสน่ห์และความมั่นใจออกมาจากทุกอณู รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากสีพีชช่างเยียบเย็นและห่างเหินเสียจนน่าใจหาย หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาจากพื้น ราวกับเก็บขยะชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่า “ของส่วนตัวค่ะ… คุณธันวา” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง “และฉันคิดว่า คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมัน” “รินรดา!” ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจดจ้องใบหน้าอดีตภรรยาที่สวยสะพรั่งขึ้นเป็นกอง ผู้หญิงคนที่เขาเคยสั่งให้ลบชื่อออกจากทะเบียนบ้านและแม้กระทั่งความทรงจำ ผู้หญิงคนที่เขาคิดว่าบดขยี้ให้แหลกคามือไปแล้ว แต่เธอกลับยืนอยู่ตรงนี้ สง่างาม แข็งแกร่ง และถือไพ่เหนือกว่าเขาอย่างสิ้นเชิง “เด็กนี่… นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมคุณถึง… ทำไมคุณถึงปิดบังผม!” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่เคยมีแต่ความรักและหยาดน้ำตาให้เขาในอดีต “ปิดบังงั้นหรือคะ?” เธอทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก “แล้วในวันที่ฉันพยายามจะบอกคุณ วันที่ฉันถือใบตรวจครรภ์ไปยืนรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานนี้ คุณทำอะไรกับฉันล่ะคะคุณธันวา? คุณบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ คุณบอกว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ เพราะผู้หญิงอย่างฉันมันทะเยอทะยานและสกปรกเกินกว่าจะมีลูกกับสถาปนิกผู้สูงส่งอย่างคุณ จำไม่ได้แล้วหรือคะ?” คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกของชายหนุ่ม ธันวารู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางศีรษะ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอก วันนั้น… วันที่เขาผลักไสเธอออกไปอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาไล่เธอออกไปจากชีวิตโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้นเพราะทิฐิอันโง่เขลาและหัวใจที่ไร้ความรู้สึก “วันนั้น… มันเป็นความเข้าใจผิด ริน…” ธันวาขยับกายเข้าหา เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ รักษาระยะห่างไว้อย่างเด็ดขาด แววตาของเขาไหวระริกเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว “ผม… ผมไม่รู้ว่าคุณท้อง ผมไม่ได้ตั้งใจจะ—” “พอเถอะค่ะ!” รินรดายกมือขึ้นห้าม น้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นชาจนเขาต้องชะงัก “คำแก้ตัวของคุณมันไร้ค่าเกินกว่าที่ฉันจะเสียเวลาฟังค่ะ วันนี้ที่ฉันมาที่นี่ ไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเน่าเฟะในอดีต และไม่ได้มาเพื่อให้คุณมาเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นพ่ออะไรทั้งสิ้น” เธอวางเอกสารอีกฉบับลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ “นี่คือสัญญาว่าจ้างและข้อตกลงในการออกแบบโครงการรีสอร์ทหรูริมผา ที่บริษัทของคุณเพิ่งแพ้ประมูลให้กับบริษัทของฉัน” รินรดายกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวที่ทรงพลัง “และตามสัญญาข้อที่สิบเอ็ด หากบริษัทของคุณไม่สามารถส่งมอบแบบร่างขั้นต้นภายในสามวัน… คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นมูลค่าที่สูงพอจะทำให้บริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังของคุณล้มละลายได้ในชั่วข้ามคืน” ธันวาก้มมองเอกสารสัญญานั้นสลับกับใบหน้าของอดีตภรรยา ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า เกมนี้… เขาไม่ได้เป็นผู้กุมชะตากรรมอีกต่อไปแล้ว รินรดากลับมาเพื่อเอาคืน และเธอกลับมาพร้อมกับอาวุธที่คมกริบเกินกว่าที่เขาจะต่อกร “คุณทำแบบนี้ทำไม รินรดา? คุณกำลังใช้เรื่องธุรกิจมาแก้แค้นผมส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ?” ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูน น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความอัดอั้น “แก้แค้นเหรอคะ?” รินรดาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปใกล้จนเขารับรู้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่คุ้นเคย กลิ่นเดียวกับที่เคยตราตรึงอยู่ในความทรงจำ “ไม่เลยค่ะคุณธันวา ฉันแค่กำลังทำธุรกิจ… ในฐานะ ‘คู่แข่ง’ ที่เหนือกว่าคุณทุกประตู” เธอยืดตัวตรงขึ้นอย่างสง่างาม จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างไร้ที่ติ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานนั้น ทว่าความรู้สึกร้อนรุ่มและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลทำให้ธันวาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป พรืด! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้รินรดาล้มปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ “ปล่อยนะ!” รินรดาตื่นตระหนกชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เธอดิ้นรนสุดแรง “คุณทำบ้าอะไรของคุณธันวา! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” “ไม่! ผมไม่ปล่อย!” ธันวากระซิบเสียงพร่า ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม ความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นชามานานนับปีระเบิดออก เขาโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา “คุณจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมยังไงก็ได้ ริน… แต่คุณจะไม่มีวันเอาลูกไปจากผมเด็ดขาด!” “คุณไม่มีสิทธิ์!” รินรดาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกปลุกเร้า “คุณเป็นคนสั่งลบชื่อฉันเอง คุณเป็นคนผลักไสเราสองคนออกไปเอง! คนอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกตัวเองว่าพ่อด้วยซ้ำ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดขาดความอดทนของชายหนุ่ม ธันวาไม่ฟังเสียงททททานใดๆ อีกต่อไป ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและความเจ็บปวดที่อัดแน่นผสมปนเปกันจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนอันเร่าร้อน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นตรึงให้อยบแนบชิดกับสรีระแกร่ง ขณะที่มืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันอุกอาจของเขา “อื้อ…!” เสียงประท้วงของรินรดาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ธันวาตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากที่เขาโหยหามานานนับปี ลิ้นร้อนกวาดต้อนความดื้อรั้นของเธออย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและร้อนแรงทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก สมองที่เคยเฉียบคมและเด็ดขาดเริ่มพร่าเลือนไปชั่วขณะ ความคุ้นเคย รสชาติที่ตราตรึง และสัมผัสอันเร่าร้อนที่แผดเผาจิตวิญญาณ ทำให้ร่างกายของเธอกล0ไกตอบสนองอย่างไม่รักดี เรียวปากที่เคยเม้มแน่นค่อยๆ เผยอออกอย่างไร้การควบคุม เปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวพันตักตวงความหอมหวานอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ธันวาร, ผู้ชายที่เคยเย็นชาและไร้หัวใจ บัดนี้กำลังจูบเธอด้วยหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นที่หางตา ความรู้สึกผิดและความรักที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับสัมผัสวาบหวามที่ไล้ไปตามแผ่นหลังบาง ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของทั้งคู่สั่นคลอนอย่างรุนแรง ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเดือดดาลและเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่แง้มออก แกร็ก…! “รินครับ คุณอยู่ในนี้… หรอกเหรอ?” เสียงทุ้มและนุ่มนวลของ ‘อคิน’ ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดทางธุรกิจและเงาตามตัวของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องทำงาน ก่อนที่ดวงตาคมของอคินจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพอดีตสามีภรรยากำลังกอดจุมพิตกันอย่างแนบแน่นท่ามกลางกองเอกสาร! ธันวาผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาดุจเหยี่ยวหันขวับไปจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหวงก้าง ขณะที่รินรดาสอบหายใจหอบถี่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เธอกวาดตามองอคินสลับกับธันวาด้วยหัวใจที่เต้นระรัวบนเส้นด้ายแห่งความพินาศที่กำลังจะมาถึง ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ไปกับละอองดาวเดือนเก้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%