เสียงส้นสูงทรงเข็มกระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาในห้องประชุมใหญ่ของ *ธันวา สตูดิโอ* ดังขึ้นเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักแน่นและกังวานราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน กลิ่นอายของความสำเร็จและอำนาจคละคลุ้งปะปนไปกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำเกินความจำเป็น
รินรดากวาดสายตามองผ่านกรอบแว่นกันแดดสีชา ก่อนจะถอดมันออกด้วยท่าทางที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บด้วยผ้าอิตาลีชั้นดีขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าให้ดูสง่างามและทรงพลัง ต่างหูเพชรเม็ดเล็กที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับยิ่งขับให้ใบหน้าเรียวรูปไข่นั้นดูเฉี่ยวคมและน่าเกรงขาม เธอมิใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้ในห้องชุดแคบๆ เมื่อสามปีก่อนอีกต่อไปแล้ว... หยดน้ำตาของความอ่อนแอถูกหลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงแห่งความแค้น จนกลายเป็นเกราะเพชรที่ไม่มีวันแหลกสลายได้ด้วยคำดูถูกของใครหน้าไหน
"คุณรินรดาคะ เอกสารสรุปแบบแปลนของโครงการ *The Grand Horizon* ทางทีมสถาปัตยกรรมส่งมาให้ตรวจสอบรอบสุดท้ายแล้วค่ะ" เลขานุการสาวก้าวตามมาติดๆ พร้อมกับยื่นแฟ้มหนังสีดำสนิทให้
"ดีค่ะ... หวังว่าผลงานของพวกเขาคงจะไม่ทำให้ฉันต้องเสียเวลารื้อใหม่ทั้งหมดหรอกนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย
ประตูห้องประชุมบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงเจือจางความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูก ธันวา ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนจากต่างประเทศด้วยความถือดีเช่นเคย เขายังคงเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความเย็นชาและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง... สามปีที่ไม่ได้พบกัน เขายดูมีอายุขึ้นเล็กน้อย ริ้วรอยจางๆ บริเวณหางตาไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับเพิ่มความเย้ายวนและน่าเกรงขามในแบบฉบับของชายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ธันวาชะงักฝีเท้าลงเมื่อสายตาประสานเข้ากับใบหน้าที่เขาเคยคิดว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีก... ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก หัวอกข้างซ้ายกระตุกวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ 'ริน' ภรรยาผู้เงียบขรึม เจียมเนื้อเจียมตัว และเอาแต่ร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีต แต่เธอคือสตรีผู้ทรงเสน่ห์ เย้ายวน และทรงอำนาจจนแทบจะสะกดลมหายใจของคนทั้งห้องให้หยุดนิ่ง
ดวงตาสีดำสนิทของธันวาหรี่แคบลง หัวใจที่เคยด้านชาบีบตัวรุนแรงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับทะเบียนสมรสที่เขาเคยเซ็นชื่อหย่าอย่างไร้เยื่อใยผุดวาบขึ้นมาในหัว รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงมาให้เขาเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อหัวใจของสถาปนิกไร้ใจอย่างเลือดเย็น
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งค่ะ... คุณธันวา" เสียงหวานกังวานเอ่ยทักทายขึ้นก่อน ราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่จำแลงกายมา "หวังว่าโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ จะไม่พังคามือสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณหรอกนะคะ"
ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความตกใจระคนความโกรธแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาไม่เคยคิดเลยว่า... อดีตภรรยาที่เขาเป็นคนสั่งให้คนจัดการลบชื่อออกจากทะเบียนบ้านและประวัติครอบครัวอย่างไร้เยื่อใย จะกลับมาในฐานะ 'หัวหน้าทีมดีไซน์' ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายอนาคตบริษัทของเขา
"คุณ... รินรดา" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าและความท้าทายที่พุ่งตรงเข้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว "ผมไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะมีความสามารถปีนป่ายขึ้นมาถึงจุดนี้ได้... หรือว่าใช้เส้นสายของใครบางคนมา?"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามที่คุ้นเคยพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทว่าครั้งนี้ รินรดากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย เธอกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยจริตจะก้านและความเย้ยหยัน ทำเอาธันวาถึงกับหายใจติดขัด
"ถ้าการมีความสามารถและก้าวขึ้นมาเหยียบย่ำคนดูถูกคนอื่นได้ เรียกว่าการปีนป่าย... ฉันก็คงปีนมาสูงจนคุณต้องแหงนคอมองจนคอเคล็ดแล้วล่ะค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขา ช้าๆ จนกลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวลอยแตะนาสิกของชายหนุ่ม เธอจงใจโน้มใบเข้าไปใกล้กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าที่จงใจยั่วเย้าประสาทสัมผัสของเขา "จำใส่สมองของคุณไว้ให้ดีนะคะคุณธันวา... นับจากวันนี้เป็นต้นไป ชีวิตการทำงานของคุณอยู่ในกำมือของฉันแล้วค่ะ"
ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง กลิ่นกายหอมหวานที่คุ้นเคยในอดีตปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น สัมผัสอุ่นร้อนจากเรียวขาภายใต้กระโปรงสูทที่เฉียดผ่านกายเขาไปเพียงนิด ทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง ธันวาขยับตัวจะคว้าข้อแขนเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยความลืมตัว ทว่าอคิน ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทรสนิยมเลิศผู้เป็นทั้งคู่คิดและนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสองด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแฝงความหมายอันตราย
"ระวังมือหน่อยดีกว่าครับคุณธันวา... แฟนผม... เอ๊ย! หุ้นส่วนคนสำคัญของผมคนนี้ บอบบางกว่าที่คุณคิดเยอะนะครับ" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่สายตาที่มองตอบกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและเป็นเจ้าandเข้าเจ้าของรินรดาอย่างชัดเจน
ธันวาตวัดสายตาดุร้ายมองอคินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้จักอคินดี... นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่คอยหนุนหลังรินรดาอยู่เบื้องหลัง ภาพของอดีตภรรยาที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว กำลังยืนเคียงข้างชายอื่นอย่างสนิทสนม บีั้นทอนความเย่อหยิ่งของสถาปนิกไร้ใจให้พังทลายลงทีละน้อย
"เชิญทางห้องประชุมครับ คุณรินรดา... ผมเตรียมข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการไว้หมดแล้ว" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ข่มความเร่าร้อนและอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่านในอกเอาไว้ด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องร่างระหงที่เดินนำหน้าเข้าไปในห้องประชุมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย
ประตูกระจกนิรภัยปิดลง พร้อมกับบรรยากาศภายในห้องที่อบอวลไปด้วยสงครามประสาทอันดุเดือด... ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ธันวากลับไม่รู้เลยว่า... แฟนเอกสารลับอีกแฟ้มหนึ่งที่อคินถือติดมือมาด้วย และตกหล่นลงบนโซฟาหนังสีครีมใกล้ตัวเขา จะเปลี่ยนชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล
ธันวาก้มลงมองแฟ้มเอกสารที่เปิดอ้าออกโดยบังเอิญ... ภาพถ่ายใบน้อยร่วงหล่นลงมาตรงหน้า สายตาคมกริบกวาดมองภาพเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน ตัวอักษรบนใบรายงานผลตรวจ DNA ชัดเจนแจ่มแจ้งจนสติของสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งแตกกระเจิง... เด็กคนนั้น... คือสายเลือดของเขา!
"ละอองดาวเดือนเก้า" ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 1
ภาพสะท้อนในกระจกเงา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!