หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวจนแทบจะตกขอบ โน้ตบุ๊กเปิดหน้าโปรแกรมตัดต่อภาพและกราฟิกค้างไว้ สวนทางกับหน้าต่างฟีดโซเชียลมีเดียในมือถือของพริ้มที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามจากฝีมือของเมย์และกลุ่มผู้ไม่หวังดี ข่าวปลอมที่บิดเบือนเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ถูกปั่นจนยอดแชร์ทะลุหลักพันภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
"ปล่อยให้เห่าไปค่ะ หมาเห่าใบตองแห้งแบบนั้น สักพักก็คงคอแห้งตายไปเอง... แต่ถ้ายังไม่หยุด เดี๋ยวพริ้มจะจัดใบเตือนความจำแบบจุกๆ ส่งตรงถึงหน้าโต๊ะให้สะดุ้งเล่น"
พริ้มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับข่าวโคมลอยไร้สาระพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เธอกลัวไม่ใช่คำนินทา แต่เป็นการที่โปรเจกต์งานออกแบบร่วมระหว่างเธอกับตาพี่วิศวกรปากร้ายจะสะดุดลงเพราะเรื่องไร้สาระพวกนี้ต่างหาก
"ใจเย็นก่อนยัยตัวแสบ หน้าตึงเป็นกาวตราช้างแบบนั้นเดี๋ยวตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะ"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับแรงยวบลงที่โซฟาข้างตัว ธามก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของคณะโดยไม่มีการเคาะประตูตามเคย มือหนาวางแก้วกาแฟเย็นหอมกรุ่นลงตรงหน้าพริ้ม ก่อนที่ดึงแท็บเล็ตเจ้าปัญหาออกจากมือเธอด้วยความรวดเร็ว
พริ้มช้อนตาขึ้นมองค้อน "ใครตึงคะ ประธานธามตาฝาดหรือเปล่า หรือช่วงนี้เครียดจนสมองเบลอ ถึงได้มองอะไรก็เพี้ยนไปหมด"
"ไม่ได้เพี้ยน แต่กำลังมองคนปากเก่งที่ซ่อนความหัวร้อนไว้ใต้รอยยิ้มปลอมๆ ต่างหาก" ธามย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ แววตาคมกริบทอดมองร่องรอยความกังวลที่พริ้มพยายามกลบเกลื่อนด้วยท่าทีดื้อรั้น "ข่าวพวกนั้น... ฉันจัดการให้เกลี้ยงฟีดเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเปลืองสมองมานั่งคิดวิธีตอกกลับให้รกหัวหสมองหรอก"
พริ้มชะงักไปนิด ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างกะทันหันจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายบนมุมปาก "ใครบอกให้คุณไปยุ่งคะ พริ้มจัดการเองได้น่า... ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะที่จะต้องให้พี่เลี้ยงมาคอยเช็ดก้นให้ตลอดเวลา"
"รู้ว่าไม่ใช่เด็ก แต่เป็นยัยตัวแสบที่ชอบทำตัวเก่งเกินเบอร์จนน่าจับตีส้นเท้า" ธามเอื้อมมือมาดีดหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
สัมผัสอุ่นจัดที่ทาบลงมาทำเอาพริ้มสะดุ้งเฮือก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำไม่เป็นจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองทันทีพร้อมกับถอยหลังหนี "นี่! มือถือวิศวกรนี่มันซุกซนเกินไปแล้วนะคะ เดี๋ยวฟ้องอาจารย์แน่"
"ฟ้องเลยสิ เผื่ออาจารย์จะช่วยตัดสินว่า... งานออกแบบโปรเจกต์ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ถึงได้เอาเวลาไปนั่งไถฟีดข่าวไร้สาระแบบนี้แทนที่จะมาเคลียร์เลย์เอาต์กับฉัน" ธามเปลี่ยนโหมดกลับมาโหมดจริงจังอย่างรวดเร็ว เขาลากเก้าอี้มานั่งชิดติดกับเก้าอี้ทำงานของพริ้ม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและไอแดดอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนพริ้มต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ
"กำลังทำอยู่ค่ะเนี่ย ไม่ต้องมาจู้จี้เลย ประธานคณะวิศวะฯ ว่างมากหรือไงถึงมานั่งเฝ้าเด็กกราฟิกทั้งวัน"
พริ้มหันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวคล่องแคล่วบนเมาส์ปากกาเพื่อปรับแต่งเส้นสายกราฟิก 3D ที่ผสานโครงสร้างทางวิศวกรรมเข้ากับศิลปะความงามได้อย่างลงตัว
"ไม่ได้ว่าง แต่โปรเจกต์นี้มันคือผลงานร่วมของเราสองคน... อีกอย่าง ฉันแค่อยากมาดูว่าสมองปลาทองของคุณมันจะคิดไอเดียอะไรพิสดารออกมาให้ฉันต้องตามแก้ให้อีกหรือเปล่า" ธามโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้มเนียน พริ้มตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลช้าลงไปสามวินาทีเต็มเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือแค่คืบ
"สมองปลาทองอะไรเล่า นี่มันสมองเพชรระดับท็อปของภาควิชาต่างหากคะ!" พริ้มหันขวับไปเถียงโดยลืมระวังตัว ปลายจมูกของเธอจึงเฉียดผ่านแก้มสากของธามไปอย่างเฉียดฉิว ความนุ่มนวลและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอนิ่งตรึงให้ธามชะงักงัน ดวงตาคมเข้มพินิจมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวปนเอ็นดู
ห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ เสียงพัดลมระบายอากาศจากคอมพิวเตอร์กลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน แต่เสียงหัวใจของคนทั้งคู่กลับดังกลบทุกสรรพเสียงรอบตัว
"ถ้าสมองเพชรจริง... งั้นพิสูจน์ให้ดูหน่อยสิว่า ไอเดียที่ไร้ขีดจำกัดที่คุณคุยนักคุยหนaเนี่ย มันจะเจ๋งพอที่จะทำให้วิศวกรผู้ชายคนนี้ยอมสยบให้ได้หรือเปล่า" น้ำเสียงของธามเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจัง ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้พริ้มรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย
พริ้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มีแล้วกดคลิกเปิดไฟล์งานชิ้นโบแดงที่เพิ่งเรนเดอร์เสร็จหมาดๆ ขึ้นมาบนจอภาพ "นี่ค่ะ... โครงสร้างโครงเหล็กโค้งรับน้ำหนักแบบพับได้ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานโอริกามิ ผสานกับระบบไฟ LED เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิความร้อนของบรรยากาศ... มันไม่ใช่แค่สวยงามตามหลักกราฟิก แต่คำนวณสเกลความปลอดภัยและแรงดึงมาให้เรียบร้อยแล้วด้วย แบบนี้พอจะผ่านตาคุณชายวิศวะผู้เรื่องมากได้หรือยังคะ?"
ธามละสายตาจากใบหน้าหวานฉ่ำหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตาที่เคยมีความหยอกเย้าแปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ตัวเลขและการคำนวณที่สอดประสานกับงานดีไซน์อย่างไร้ที่ติมันสะท้อนให้เห็นถึงหยาดเหงื่อและมันสมองที่พริ้มทุ่มเทลงไปทั้งหมด
"เก่ง..." ธามพึมพำออกมาคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูด้านซ้ายของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เก่งจนฉันอยากจะให้รางวัลเด็กดื้อสักฟอดใหญ่ๆ เลยพริ้ม"
พริ้มหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู เธอผลักอกแกร่งเบาๆ "ใครเด็กดื้อคะ ถอยไปเลยนะ ฉันจะทำงานต่อ..."
ยังไม่ทันที่ธามจะได้เอ่ยปากหยอกล้อต่อ เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังปังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเสียมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาเต็มแรงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ร่างโปร่งระหงของเมย์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่คมกราดมองธามและพริ้มที่นั่งแนบชิดกันบนโต๊ะทำงานด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"พี่ธามมาทำอะไรอยู่ในห้องนี้คะ! แล้วนี่... พี่รู้หรือยังว่ายัยนี่มันแอบเอางานวิจัยของภาคเราไปขายให้บริษัทภายนอกลับหลังคณะแล้ว!"
...ติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกาวใจให้กันในตอนนี้นะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 22
ไอเดียที่ไร้ขีดจำกัด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!