“พี่ธามมาทำอะไรอยู่ในห้องนี้คะ! แล้วนี่... พี่รู้หรือยังว่ายัยนี่มันแอบเอางานวิจัยของภาคเราไปขายให้บริษัทภายนอกลับหลังคณะแล้ว!”
เสียงแหลมสูงของเมย์ที่แผดดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมโปรเจกต์แทบจะทำให้บรรยากาศรอบตัวแข็งค้างเป็นน้ำแข็ง พริ้มยืนตัวเกร็ง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความโกรธระคนตกใจ เอกสารในมือสั่นระริกขณะที่เธอกวาดสายตามองหน้าดาวคณะตัวร้ายที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะด้วยความสะใจอยู่หน้าประตู โดยมีร่างสูงโปรดของธามก้าวสวนออกมาจากมุมห้องพอดี
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาของธามหรี่ลงเล็กน้อย เขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ เย็นชา และไร้อารมณ์ตามแบบฉบับวิศวกรเจ้าระเบียบ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับบ่งบอกว่าความอดทนของเขากำลังสิ้นสุดลง
“พูดจาให้มันระวังปากหน่อยครับคุณเมย์” ธามเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนที่กำลังได้ใจถึงกับชะงัก “การกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน ในคณะวิศวกรรมศาสตร์เขาไม่เรียกว่าความกล้าหาญหรอกนะ เขาเรียกว่าความไร้รอยหยักในสมอง”
“พี่ธาม! เมย์หวังดีกับภาคนะคะ ยัยนี่มันเป็นแค่เด็กกราฟิกนอกคณะ ทำไมพี่ต้องปกป้องมันด้วย!” เมย์กรีดเสียงแหลมด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าธามเลือกที่จะยืนอยู่ข้างพริ้มอย่างไม่ลังเล
“เพราะฉันเป็นหัวหน้าโปรเจกต์ และฉันตรวจงานทุกชิ้นด้วยตัวเอง... เอกสารที่เธอถืออยู่ มันเป็นงานรีวิวดราฟต์แรกที่ฉันสั่งให้พริ้มแก้ต่างหาก ไม่ใช่ผลงานวิจัยลับอะไรทั้งสิ้น ถ้าสมองของเธอว่างมากจนเอาเวลาไปนั่งจับผิดคนอื่น แนะนำให้เอาไปอ่านหนังสือก่อนสอบไฟนอลจะดีกว่านะ” พริ้มหันขวับไปมองหน้าธามด้วยความประหลาดใจ คำพูดปกป้องที่แฝงความดุเบาๆ นั้นทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเครียดเมื่อครู่กลับกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด
ก่อนที่เมย์จะทันได้อ้าปากเถียงต่อ กายที่โผล่มาจากด้านหลังก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนตามสไตล์ “โอ๊ะ! หมดเวลาเล่นละครลิงแล้วครับคุณผู้หญิง ทางภาคเขามีกิจกรรมกระชับมิตร ‘เที่ยวทริปจบโปรเจกต์’ ที่รีสอร์ตริมทะเลกันแล้วนะจ๊ะ ใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเชิญไปเคลียร์หน้ากระจกห้องน้ำโน่นเลยครับ ไปกันเถอะครับคุณพริ้ม พี่ธามเขารอเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกับคุณอยู่... อุ๊ย หมายถึงเคลียร์งานน่ะครับ!”
กายขยิบตาให้เพื่อนสนิทอย่างรู้กัน ขณะที่มือหนาของธามเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของพริ้มไว้หลวมๆ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอเดินตามออกมาจากสถานการณ์น่าปวดหัวนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เมย์ได้เอ่ยอะไรต่ออีก
บรรยากาศภายในรถตู้ปรับอากาศที่มุ่งหน้าสู่รีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่น่าอึดอัด สำหรับพริ้มแล้ว การนั่งเบาะหลังคู่กับธามในระยะประชิดแบบนี้ชวนให้หัวใจทำงานหนักเกินความจำเป็น เธอพยายามขยับตัวออกห่างจนชิดริมหน้าต่าง ทว่าไหล่บางก็ยังคงชนเข้ากับลาดไหล่กว้างของคนข้างๆ อยู่ดี
“จะนั่งเบียดกระจกทำไม เดี๋ยวหัวก็โขกเข้าให้หรอก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธามไม่ได้หันมามองเธอด้วยซ้ำ เขากำลังก้มหน้าพิมพ์งานลงในแท็บเล็ตด้วยมือข้างเดียว แต่อีกข้างกลับวางนิ่งไว้ตรงที่พักแขนราวกับจงใจเปิดพื้นที่ให้เธออิงแอบ
“พริ้มแค่นั่งระวังตัวค่ะ กลัวจะไปเกะกะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของท่านประธานโปรเจกต์” เธอกระแทกเสียงตอบกลับอย่างหมั่นไส้ พลางเบนสายออกไปมองทิวทัศน์นอกกระจกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นแนวต้นมะพร้าวและชายหาดสีขาว
“ปากเก่งจังนะ... เมื่อกี้เกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ทำไมไม่เห็นเก่งแบบนี้ตอนอยู่ต่อหน้ายัยนั่นล่ะ” ธามวางแท็บเล็ตกลายร่างเป็นอาวุธวาจา เขาดึงแว่นสายตาออกแล้วหันมามองเสี้ยวหน้าของเธอเต็มตา แววตาคู่นั้นไม่มีความดุร้าย มีเพียงประกายความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความซึน
“ใครร้องไห้กันคะ! พริ้มแค่... ฝุ่นเข้าตาต่างหากเล่า!” เธอรีบหันขวับไปเถียงจนปลายจมูกเกือบชนกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขา ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันทำให้เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอแดดอ่อนๆ ลอยวนอยู่รอบตัวจนพริ้มเผลอกลั้นหายใจ
ธามชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกล้ำเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับถูกสะกด พริ้มหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ คิดว่าเขาคงจะดีดหน้าผากเธอสักทีข้อหาเถียงคำไม่ตกฟาก แต่สัมผัสที่ได้รับกลับแผ่วเบาและนุ่มนวลกว่านั้น... ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ
“ฝุ่นริมถนนมันเข้าตาเก่งจังนะ... พริ้ม” น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าปกติกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงอันตรายต่อหัวใจเธอนักนะ!
รถตู้เคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าล็อบบี้รีสอร์ตหรู ทริปจบโปรเจกต์ที่เพื่อนๆ วางแผนกันไว้เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคัก กายและแก๊งเพื่อนตัวแสบต่างส่งเสียงแซวทันทีที่เห็นทั้งคู่ก้าวลงจากรถพร้อมกัน ทว่าแผนการกระชับพื้นที่ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนนี้
เมื่อถึงเวลาเข้าพัก พริ้มถึงกับยืนอ้าปากค้างเมื่อพบว่ากุญแจห้องที่กายส่งให้เธอกับธามนั้น... มีเพียงห้องเดียว
“อุ๊ย! ขอโทษทีนะพริ้ม พอดีห้องพักวิวทะเลเต็ม เหลือแค่ห้องสุดท้ายประเภท Executive Suite เตียงเดี่ยวคิงไซส์พอดิบพอดีเลยว่ะ พอดีพวกฉันเสียสละให้นะเนี่ย!” กายส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้พร้อมกับทำมือเป็นสัญญาณโอเค พริ้มหันขวับไปมองหน้าธามทันทีเพื่อหาแนวร่วมปฏิเสธ
“เดี๋ยวค่ะคุณกาย พริ้มไปนอนกับเมย์หรือเพื่อนคนอื่นก็ได้นะคะ ทำไมต้อง...”
“ห้องเต็มจริง ๆ ครับ” ธามตัดบทขึ้นมาหน้าตาเฉย ทั้งที่มุมปากหยักลึกกลับกระตุกยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็น “ในเมื่อหัวหน้าโปรเจกต์กับกราฟิกหลักต้องดีลงานกันตลอด 24 ชั่วโมง การนอนห้องเดียวกันก็น่าจะประหยัดเวลาเดินทางดีนะ”
“พี่ธาม! นี่พี่สมรู้ร่วมคิดกับนายกายใช่ไหมคะ!” พริ้มชี้หน้าคาดโทษคนตัวสูงที่ทำลอยชายเดินถือกระเป๋าเดินทางสองใบผ่านหน้าเธอไปดื้อๆ
ภายในห้องพักกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบาผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับร้อนระอุขึ้นมาเสียดื้อๆ พริ้มยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ธามกำลังถอดเสื้อแจ็คเก็ตพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ
“นอนบนเตียงนั้นไปเดี๋ยวฉันนอนโซฟาเอง สบายใจได้หรือยัง แม่คุณปากเก่ง” ธามเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ขณะกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและผิวเนื้อเนียน
“ใครจะไปไว้ใจคนเจ้าเล่ห์อย่างพี่ล่ะคะ... อุ๊บ!” พริ้มยังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูห้องพักก็ถูกเคาะรัวๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของกายจากด้านนอก
“เฮ้ย! พี่ธาม พริ้ม! เกิดเรื่องใหญ่แล้วโว้ย! ไฟฟ้าที่รีสอร์ตเกิดลัดวงจร ดับสนิททั้งโซนเลยเว้ย แถมฝนกำลังจะตกหนักด้วย!”
พริ้มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ไฟในห้องพักสว่างวาบอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนจะดับสนิทลง ปล่อยให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟกะพริบจากสมาร์ทโฟนเพียงเล็กน้อย
ในความมืดสลัวที่มองเห็นเพียงเงาร่างของกันและกัน ร่างสูงของธามก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายคุ้นเคยลอยวนอยู่ใกล้จนลมหายใจรดรดกัน พริ้มรู้สึกได้ถึงแผ่นหลังที่ชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งของธามยันผนังกันทางหนีของเธอไว้ ส่วนอีกข้างเอื้อมมาแตะคางบางให้เงยขึ้นสบตา
“พี่ธาม... มืดตื้อแล้วนะ ถอยไปเลยค่ะ” พริ้มกระซิบเสียงสั่น พยายามดันอกแกร่งออกห่างแต่ทว่าไร้ผล
“กลัวความมืด... หรือกลัวใจตัวเองกันแน่ครับ พริ้ม” เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปากในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามลั่นนอกหน้าต่างที่กำลังจะสาดสายฝนลงมา
— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 23
เที่ยวทริปจบโปรเจกต์
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!