เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเมย์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่กำลังตึงเครียด ราวกับจงใจโปรยผงถ่านลงบนกองไฟที่คุโชนอยู่แล้วให้ลุกโชนยิ่งขึ้นไปอีก รอยยิ้มเคลือบอาบยาพิษของดาวคณะบริหารคนสวยถูกส่งตรงมาให้ฉันอย่างไม่ปิดบัง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองร่างของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีที่บอกชัดเจนว่ากำลังประเมินราคา
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะ พอดีเมย์แค่แวะเอาเอกสารโปรเจกต์ของภาควิชามาให้พี่ธามเขาเซ็นเฉยๆ ไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอ 'บุคคลภายนอก' นั่งเกะกะทำงานสำคัญอยู่ตรงนี้ด้วย"
คำพูดเหน็บแนมที่ห่อหุ้มด้วยสำเนียงหวานหยดถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ ฉันหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าทันที สมองประมวลผลความน่ารำคาญที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็ว กราฟิกดีไซน์เนอร์อย่างฉันอาจจะไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มสไตล์นางงามคณะบริหาร แต่เรื่องฝีมือและความมั่นใจ... ฉันไม่เคยเป็นรองใครหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เอาแต่เกาะแกะผู้ชายคนอื่นไปวันๆ
ฉันแค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ วางปากกาไอแพดลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างใจเย็น ตั้งใจให้เกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่ชัดเจนพอที่จะดึงดูดสายตาของทุกคนให้กลับมาโฟกัสที่ฉัน
"อ๋อเหรอคะ นึกว่าแวะมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยซะอีก เห็นมาป้วนเปี้ยนแถวตึกวิศวะบ่อยยิ่งกว่าแมวเซาซะอีกนะคะ" ฉันยิ้มหวานหยดกลับไปให้บ้าง ดึงมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย "แต่ก็นะ... คนเราถ้าไม่มีงานชิ้นโบว์แดงเป็นของตัวเอง ก็มักจะชอบมาทำตัวเป็นเงาตามตัวคนอื่นเขาไปทั่ว จริงไหมคะพี่ธาม?"
ประโยคหลังฉันจงใจหันไปเลิกคิ้วใส่คนที่นั่งหน้าตึงเป็นตูดทอดอยู่ข้างๆ ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองฉันสลับกับเมย์ด้วยแววตาที่ฉายความหงุดหงิดระAคนระอาอย่างถึงที่สุด ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรัศมีกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"พอทั้งคู่เลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญ ธามปรายตามองเอกสารในมือของเมย์ก่อนจะแบมือออกอย่างไร้เยื่อใย "เอาเอกสารมา... เซ็นเสร็จแล้วก็กลับไปซะ เมย์ ที่นี่ตึกภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ไม่ใช่ห้องนั่งเล่นส่วนตัว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเมย์เจื่อนลงทันทีเมื่อเจอความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าของธาม ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด แต่เธอก็ยอมยื่นแฟ้มเอกสารให้เขาแต่โดยดี ธามรับมาเปิดผ่านๆ อย่างรวดเร็วแล้วจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะยื่นคืนให้เธอแบบไม่แม้แต่จะชายตามองซ้ำสอง
"เรียบร้อยแล้ว เชิญครับ" ธามใช้คำว่า 'ครับ' แบบห้วนสั้นและไร้อารมณ์สิ้นดี เมย์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ส่งสายตาอาฆาตมาที่ฉันแวบหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นสูงหนีออกไปจากห้องประชุมเล็กทันที
ปัง!
เสียงประตูกระจกปิดลงตามแรงอารมณ์ของเจ้าตัว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศรอบกายอีกครั้ง ฉันแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก แต่ยังไม่ทันจะได้หยิบไอแพดขึ้นมาทำงานต่อ เสียงทุ้มหูที่เต็มไปด้วยความคาดโทษก็ดังขึ้นเหนือหัว
"ส่วนเธอกับฉัน... ยังเคลียร์กันไม่จบเรื่องปัญหางานดีไซน์รอบนี้" ธามก้มลงมองหน้าฉัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ รอยยิ้มมุมปากแบบฉบับคนมั่นหน้าปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ปากเก่งนักนะพริ้ม คิดว่าไอเดียงานของเธอจะชนะฉันได้จริงๆ งั้นเหรอ?"
ฉันตวัดสายตากลับไปสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แรงฮอร์โมนแห่งความท้าทายพุ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อโดนสบประมาทแบบนี้ ใครจะยอมก้มหัวให้วิศวกรปากร้ายจอมเผด็จการคนนี้กันล่ะคะ!
"ไม่คิดค่ะ... แต่ 'มั่นใจ' เลยต่างหากว่างานของฉันมันกินขาดนายสิบช่วงตัว" ฉันลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยมีความสูงของส้นรองเท้าผ้าใบช่วยเสริมความมั่นใจ แม้ว่าส่วนสูงของเราจะยังคงต่างกันอยู่พอสมควรจนฉันต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อยก็ตาม "ถ้าเก่งจริง... เรามาลองเดิมพันกันดูไหมล่ะคะ?"
ธามเลิกคิ้วสูงทันที ดวงตาคู่นั้นพราวระยับขึ้นมาอย่างสนใจ "เดิมพัน? น่าสนใจนี่... ว่ามาสิ ยัยตัวแสบ ว่าเธออยากเล่นเกมอะไร"
"เกมการแข่งขันพิสูจน์ไอเดียโปรเจกต์นี้ไงคะ!" ฉันก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเนี้ยบๆ ของเขาโชยเข้าจมูกจนหัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ฉันต้องรีบดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้ "พรุ่งนี้ตอนบ่ายโมง ในห้องพรีเซนต์รวมต่อหน้าคณะกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษา ใครที่ไอเดียตก รอบนี้ต้องยอมทำตามคำสั่งของผู้ชนะทุกอย่าง... ไม่มีข้อแม้ ไม่มีอ้าง!"
ธามเงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าฉันที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ไล่สายลงมามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มแบบที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบแปลกๆ
"น่าสนุกดี..." ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนฉันต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นอายความกดดันและเสน่ห์แพรวพราวพุ่งเข้าใส่จนแทบตั้งหลักไม่ทัน ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะเฉียดเข้ากับแก้มของฉันอยู่รำไรเมื่อเขาโน้มกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู "แต่ถ้าฉันชนะ... ฉันไม่ได้อยากได้แค่คำสั่งหรือข้อแม้บ้าๆ พวกนั้นหรอกนะพริ้ม"
หัวใจในอกกระหน่ำรัวราวกับตีกลองเพล ฉันเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามรักษาอาการนิ่งสงบเอาไว้ทั้งที่ภายในปั่นป่วนไปหมด "แล้ว... แล้วนายอยากได้อะไรเป็นของเดิมพันล่ะคะ?"
ธามผละใบหน้าออกมาสบตาฉันตรงๆ ดวงตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วงแขนแข็งแรงยกขึ้นวางทาบกับโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังฉันไว้ในอ้อมกอดกลายๆ โดยมีระยะห่างระหว่างกันน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม
"ถ้าฉันชนะ..." ธามกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาทคนฟังให้หลอมละลาย "เธอต้องยอมเป็นแฟนกับฉัน... แล้วเลิกทำตัวปากแข็งใส่ฉันสักที"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ สมองของฉันขาวโพลนไปหมดกับข้อเสนอที่ไม่มีอยู่ในตำราแข่งขันไหนบนโลกใบนี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ทำได้แค่อ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ตรงลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างแผ่วเบา และก่อนที่ฉันจะได้ตั้งสติส่งเสียงประท้วงอะไรออกไป เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน พร้อมกับร่างของกายเพื่อนสนิทตัวแสบที่ผลักประตูพรวดพราดยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีแต่ปากยังตะโกนลั่นห้อง
"อุ๊ย! กูขอโทษ กูไม่รู้ว่าพวกมึงกำลังเคลียร์กันแบบ... แนบชิดสนิทสนมเบอร์นี้ นึกว่าไฟไหม้ตึกซะอีก!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนความกวนประสาทของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 9
ใครจะยอมแพ้ก่อน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!