"อุ๊ย! กูขอโทษ กูไม่รู้ว่าพวกมึงกำลังเคลียร์กันแบบ... แนบชิดสนิทสนมเบอร์นี้ นึกว่าไฟไหม้ตึกซะอีก!"
เสียงแหลมสูงปนหัวเราะคิกคักของกายดังทะลุประตูห้องทำงานส่วนตัวของชมรมนักศึกษาเข้ามาแบบไม่ให้สุสุ้มสุระพัด ทำเอาพริ้มที่กำลังยืนตรึงอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของธามสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงไปกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และไอร้อนจากแผงอกของคนตรงหน้าพุ่งกลับเข้าร่างในเสี้ยววินาที
หญิงสาวออกแรงผลักไหล่กว้างของพ่อหนุ่มวิศวะปี 4 ทันที ดวงตากลมโตถลึงมองอย่างเอาเรื่องขณะที่สองมือรีบดันตัวเองออกจากมุมอับระหว่างชั้นหนังสือกับร่างหนาของเขา ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู แต่ริมฝีปากบางเฉียบยังคงเม้มแน่นเพื่อรักษาฟอร์ม ไม่ยอมให้ความเขินอายนี้แสดงออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด
ส่วนธาม... พ่อวิศวกรผู้เนียบและเจ้าระเบียบไม่มีความสะท้านต่อเสียงแซวของเพื่อนสนิทแม้แต่น้อย เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดปกเสื้อช็อปสีกรมท่าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสนิท ราวกับว่าเมื่อกี้ไม่ได้เพิ่งต้อนผู้หญิงตัวเล็กๆ จนมุมด้วยสายตาคุกคามจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ปากมึงนี่นะกาย ถ้าว่างมากนัก เอาโปรเจกต์โครงสร้างสะพานไปตรวจรอบสามดีไหม จะได้ไม่ต้องมาเดินพล่อยๆ แถวนี้" ธามปรายตามองเพื่อนสนิทที่ยืนพิงกรอบประตู ทำหน้าลอยชายไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังส่งยิ้มกวนประสาทมาให้
"โห เฮียธาม ใจร้ายจังวะ กูก็แค่เดินมาตามว่าเมื่อไหร่เอกสารเบิกงบจัดนิทรรศการศิลป์-วิศวะจะเสร็จ นี่เห็นเงียบหายกันไปสองคนนึกว่าเคลียร์บิลกันไม่ลงตัว ที่ไหนได้... เคลียร์กันอีท่าไหนไม่รู้จนแนบชิดติดขอบกำแพงขนาดนั้น พริ้ม... ไหวไหมจ๊ะ น้องสาวยังเดินตรงอยู่หรือเปล่า" กายหันมาหยอกล้อพริ้มต่อด้วยความหมั่นไส้ในความปากแข็งของเพื่อนรัก
"ฉันสบายดีค่ะพี่กาย ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เอกสารกองนี้ตรวจเสร็จพอดี ฝากเอาไปให้คณะกรรมการเซ็นด้วยนะคะ" พริ้มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเข่นเขี้ยวอยู่ในที มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานยื่นส่งให้กายแบบไม่มองหน้าธามแม้แต่นิดเดียว
เธอกลัว... กลัวว่าถ้าหันไปสบตากับดวงคมกริบคู่นั้นอีก เธอกลั้นใจอยู่ตรงนี้ไม่ไหวแน่ๆ ภาพตอนที่ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับแก้มยังวนเวียนอยู่ในหัว ชวนให้ใจสั่นระรัวแบบที่หาเหตุผลไม่ได้
กายรับแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะเป่าปากหวูด "โอโห้ งานเนี๊ยบกริบ ดีไซน์เลย์เอาต์เล่มนี้สวยสัส ยอมรับเลยว่ายัยตัวแสบ... เอ๊ย น้องพริ้มฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ สมแล้วที่อาจารย์มอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ฝั่งกราฟิก"
คำชมจากปากกายทำเอาพริ้มชะงักไปนิด เธอเหลือบตาขึ้นมองแฟ้มในมือเล็กน้อย ก่อนจะแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของคนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างๆ ธามยังคงตีหน้านิ่ง ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยตามนิสัยเวลาใช้ความคิด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดหน้าโปรแกรมออกแบบค้างไว้
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กายที่พอจะอ่านบรรยากาศมาคุออกก็รีบกระแอมไอแล้วถอยหลังเดินออกจากห้องไปทันที พร้อมกับทิ้งประโยคกวนๆ ไว้ไล่หลังว่า "งั้นกูขอตัวไปส่งเอกสารก่อนนะจ๊ะ เชิญพวกมึงเคลียร์ปมในใจกันต่อตามสบาย!"
ประตูห้องปิดลง ปล่อยให้พริ้มยืนเคว้งอยู่กลางห้องกับธามตามลำพังอีกครั้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น พริ้มสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะคว้ากระเป๋าผ้าบนเก้าอี้แล้วเดินหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ แต่เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นมาก่อนก็รั้งฝีเท้าของเธอไว้เสียก่อน
"ลายเส้นตรงหน้าปกเล่มสูចิกรรม... เธอใช้เทคนิคอะไร"
พริ้มชะงัก หันกลับไปมองร่างสูงที่เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ธามกำลังก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์งานออกแบบหน้าปกหนังสือนิทรรศการที่เธอเพิ่งทำเสร็จหมาดๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ แสดงถึงความครุ่นคิด
"ทำไมคะ จะจับผิดอะไรฉันอีกหรือเปล่า งานนี้ฉันแก้มาสามรอบตามสั่งคุณชายทุกระเบียดนิ้วแล้วนะคะ" พริ้มเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองอย่างไม่ยอมแพ้
ธามไม่โต้เถียง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่มีแววเยาะ ชื่นชม หรือความถือดีอย่างที่เคยมี มีเพียงความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในนั้น
"ฉันไม่ได้จะจับผิด" ธามเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "ฉันแค่ถาม... ว่าเธอใช้เทคนิคอะไร ถึงทำให้เส้นกราฟฟิกแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็กสะพาน มันหลอมรวมเข้ากับความพลิ้วไหวของลายเส้นศิลปะร่วมสมัยได้ลงตัวขนาดนี้"
พริ้มอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามเชิงวิชาการที่จริงจังขนาดนี้จากปากผู้ชายปากร้ายอย่างเขา เธอกะพริบตาปริบๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะตอบด้วยความมั่นใจ
"ก็เพราะวิศวกรรมกับศิลปะมันไม่ใช่เส้นขนานไงคะ คุณธามมองว่าโครงสร้างมันแข็ง แต่มันก็มีความสมมาตรและความงดงามซ่อนอยู่ในความแข็งแกร่งนั้น ฉันก็แค่ดึงจุดเด่นตรงนั้นออกมาขยาย ไม่ใช่เอาศิลปะไปกลบวิศวกรรม แต่เป็นการทำให้มัน... เติมเต็มซึ่งกันและกันต่างหาก"
คำอธิบายสั้นๆ แต่เฉียบคมและทรงพลังทำให้ธามนิ่งงึมไป เขาจ้องมองหน้าสาวเจ้าของไอเดียด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความรู้สึกทึ่งฉายชัดขึ้นในดวงตาสีเข้มคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ธามยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ กฎเกณฑ์ และตัวเลขที่ต้องเป๊ะทุกมิลลิเมตร เขาไม่เคยเชื่อว่าศิลปะที่ไร้กรอบชัดเจนจะเข้ามามีบทบาทหรือยกระดับงานวิศวกรรมของเขาได้ จนกระทั่งได้เห็นผลงานชิ้นนี้... และได้ฟังคำอธิบายจากปากผู้หญิงคนนี้
มือหนายื่นไปจับเมาส์บนโต๊ะ เลื่อนดูรายละเอียดงานทีละหน้าอย่างพินิจพิพิธภัณฑ์ ท่าทีที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและให้เกียรติงานของเธอนั้น ทำให้พริ้มเผลอมองตามโดยไม่รู้ตัว
"ยอมรับก็ได้..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอจะทำให้คนฟังหัวใจกระตุก "ว่าเธอมีฝีมือจริงๆ... พริ้ม"
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
คำชม... จากธามเนี่ยนะ? ผู้ชายที่เคยวิจารณ์งานของเธอว่า 'เด็กน้อย ไร้รสนิยม และรกหูรกตา' เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเนี่ยนะ คนปากร้ายคนนั้นเพิ่งจะเอ่ยปากยอมรับฝีมือเธออย่างเต็มปาก
พริ้มเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "เพิ่งรู้หรือไงคะว่าฉันเก่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นหัวหน้าโปรเจกต์นี้หรอกนะ"
ธามเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีเธอถึงจะได้เห็น มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่พราวระยับด้วยความท้าทาย
"ก็แค่เก่งกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย..." ธามก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง ทีละก้าว ช้าๆ จนพริ้มต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะอีกรอบ "แต่อย่าเพิ่งหางพองไปล่ะ งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จหลังงานจบ... ฉันยังมีเรื่องต้องคิดบัญชีกับเธออีกยาว"
"คิดบัญชีอะไรของคุ..."
ยังไม่ทันที่พริ้มจะได้เถียงกลับ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของดาวคณะวิทยาศาสตร์ที่คุ้นเคยเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"พี่ธามคะ! เมย์เอาเอกสาร... อุ๊ย!" เมย์ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นภาพคนทั้งสองยืนชิดติดกันอีกครั้ง ดวงตาคู่คมฉายแววริษยาและไม่พอใจวาบขึ้นมาก่อนจะปรับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "เมย์ขอโทษนะคะ พอดีเดินมาไม่ทันระวัง... ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย"
พริ้มขยับตัวออกห่างจากธามทันที เมย์เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับส่งสายตาเหยียดหยามมาให้เธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเกาะแขนธามด้วยความคุ้นเคย
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของพริ้มหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่ท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของของเมย์...
หากแต่เป็นเอกสารฉบับหนึ่งในแฟ้มที่เมย์ถือติดมือมา และวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าธาม พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา
"พอดีเมย์ไปเจอเอกสารนี่ตกอยู่ที่โต๊ะธุรการค่ะพี่ธาม... เป็น 'ใบลาออก' จากตำแหน่งหัวหน้าทีมกราฟิกดีไซน์ของน้องพริ้ม... เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ"
ธามหันขวับกลับมามองพริ้มทันที ดวงตาคู่นั้นดาร์กสนิทและเต็มไปด้วยคำถาม
พริ้มหน้าซีดเผือด เธอยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ ธามก็เอ่ยเสียงเย็นเยียบขึ้นมาเสียก่อน
"หมายความว่ายังไง... พริ้ม?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 10
คำชมที่หายาก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!