วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 8

งานดึกที่ไม่มีใครมอง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าและเส้นร่างโครงสร้างอาคาร เป็นเวลาตีสองกว่าแล้วที่บรรยากาศในห้องประชุมภาควิชาเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงคลิกเมาส์และการถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นระยะ "พริ้ม... เลิกทำหน้าเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างสักทีเถอะค่ะ มองนานๆ ฉันเริ่มกลัวว่าเธอจะสลบคาจอแมคบุ๊กแล้วกลายเป็นผีเฝ้าตึกคณะวิศวะ" ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงทุ้มที่เคยแข็งกร้าวในตอนหัวค่ำเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น เจ้าของร่างสูงในชุดช็อปวิศวะที่ตอนนี้ถอดเสื้อคลุมพาดไว้บนพนักเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำสนิทแนบเนื้อกำลังยื่นกระป๋องกาแฟดำเย็นจัดมาตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้เพื่อเรียกสติ ฉันชำเลืองมองหน้าธาม—วิศวกรหนุ่มจอมเนียบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและระเบียบจัด—ด้วยหางตา ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกระป๋องกาแฟนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วของเราบังเอิญเฉียดผ่านกันเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกจากกระป๋องตัดกับความอุ่นร้อนจากปลายนิ้ว ทำให้ฉันเผลอชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ธามเองก็ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาดกหนานั้นไหววับก่อนจะหลบสายตาไปทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ฉันบังเอิญหันไปเห็นเขากำลังเม้มปากแน่นด้วยความเครียดและดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอน ทำให้ฉันรู้ว่าผู้ชายสมบูรณ์แบบคนนี้ไม่ได้ทำด้วยเหล็กหรือหินอย่างที่ใครๆ ปากเสียแซวกันหรอกนะคะ เขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่แบกความคาดหวังไว้จนหลังแทบหัก เหมือนกับฉัน... ที่กำลังดิ้นรนพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวเห็นว่าเด็กสายศิลป์กราฟิกอย่างฉันก็ยืนหยัดในโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับคณะวิศวะได้อย่างสง่างามเช่นกัน "ขอบคุณค่ะ" ฉันเอ่ยเสียงเบา แทบจะกลืนหายไปในลำคอ พร้อมกับยกกระป๋องกาแฟขึ้นจิบ ความขมปร่ากระจายไปทั่วปลายลิ้นปลุกให้สมองตื่นตัวขึ้นทันที "แล้วคุณล่ะคะ ไหวไหมเนี่ย หน้าซีดเป็นกระดาษต้มแล้วนะพ่อวิศวกรมือหนึ่ง" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมตวัดกลับมามองฉันด้วยแววตาดื้อรั้นที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ไม่มิด "ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหมยัยตัวแสบ งานเลย์아웃 (Layout) หน้าสามที่เธอแก้รอบที่สี่เมื่อกี้... บอกตรงๆ ว่าถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยเกาดีไซน์ให้โครงสร้างมันรับน้ำหนักทางสายตาได้ เธอคงโดนอาจารย์ที่ปรึกษาเฉ่งยับคาพรีเซนต์แน่" "อ้าว! นี่ฉันต้องขอบคุณหรือต้องแยกเขี้ยวใส่คุณดีคะเนี่ย" ฉันวางปากกาในมือลงแล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นกอดอกเชิดปลายคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ถึงฉันจะเป็นเด็กกราฟิกสายศิลป์ แต่เรื่องการจัดองค์ประกอบศิลป์ ฉันไม่เคยเป็นรองใครหรอกนะคะคุณธาม" "ปากเก่ง..." เขาพึมพำเบาๆ แต่รอยยิ้มมุมปากที่มักจะถูกใช้เยาะเย้ยคนอื่นกลับกล_าย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่อ่อนโยนจนน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความตึงเครียดของการทำงานกลายเป็นความอบอุ่นบางเบาที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้เลยว่าเราสองคนต้องผ่านศึกหนักอะไรมาบ้าง ธามที่ต้องรับผิดชอบคำนวณโครงสร้างทั้งหมดของตึกจำลองในโปรเจกต์จบ ส่วนฉันที่ต้องรับหน้าที่เนรมิตหน้าตาของตึกนั้นให้ออกมาสวยงาม ทันสมัย และตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานจริง เราเถียงกันทุกวัน ทะเลาะกันทุกครั้งที่ประชุมร่วมกัน จนเพื่อนสนิทอย่างกายยังต้องแซวว่าเราสองคนน่าจะไปเปิดสำนักทนายความมากกว่าทำโปรเจกต์จบร่วมกัน แต่ใครจะรู้ล่ะคะว่า... ในช่วงเวลาดึกดื่นแบบนี้ ที่มีเพียงเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและแสงไฟสีส้มสลัว ความปากร้ายเหล่านั้นกลับกลายเป็นเกราะกำบังที่ซ่อนความห่วงใยอันเงียบเชียบเอาไว้ ฉันก้มลงมองหน้าจอไอ패ดของตัวเอง ไล่สายตาดูงานที่แก้รอบสุดท้ายอย่างตั้งใจ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าสายตาของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังทอดมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา "พริ้ม..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อฉันแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนฉันต้องเงยหน้าขึ้นมอง "คะ?" ธามไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของฉัน ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างในใจ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมข้ามโต๊ะมาปัดปอยผมหน้าที่ตกลงมาปรกแก้มของฉันออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาหัวใจของฉันกระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยโลดแล่นอยู่บนหน้าจอเมื่อครู่คล้ายถูกดูดหายไปในพริบตา "คือ... มือเธอมันเปื้อนคราบกาวตราช้างจากโมเดลเมื่อกี้" ธามรีบชักมือกลับทันควัน พร้อมกับแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสงบกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกจับได้ว่าทำเกินกว่าเหตุ "ฉัน... ฉันแค่กลัวว่าหน้าเธอจะเลอะกาวแค่นั้นแหละ อย่ามโนไปไกลนะยัยตัวแสบ" ฉันกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า "อ๋อเหรอคะ? นึกว่าพ่อวิศวกรผู้แสนเย็นชาคนนี้เกิดนึกอยากจะจีบฉันขึ้นมาซะอีก" ฉันแกล้งแซوةยิ้มๆ พร้อมกับเอียงคอถามอย่างท้าทาย ธามหรี่ตามองฉันอย่างคาดโทษ ปากหยักสวยเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ "ฝันไปเถอะ! คนอย่างเธอ ต่อให้ในโลกนี้เหลือผู้หญิงคนเดียว ฉันก็..." *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นตัดบทสนทนาระหว่างเราทั้งสองคนอย่างกะทันหัน ฉันกับธามหันขวับไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นนิสต้าราคาแพงพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบด้วยความอิจฉาริษยาปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู พร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ "อ้าว ธาม... ยังไม่กลับคอนโดอีกเหรอคะ เมย์ซื้อกาแฟกับแซนด์วิชมาฝากค่ะ เห็นดึกแล้วเป็นห่วง..." เมย์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ แต่สายตาคู่คมกลับตวัดมองมาที่ฉันด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ฉันหรี่ตามองเมย์นิ่งๆ ก่อนจะหันกลับไปสบตากับธามที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นั้นกวาดมองผู้มาใหม่สลับกับฉันด้วยแววตาที่ฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับรู้ตัวว่ากำลังเกิดสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้น... และนั่นทำให้ฉันรู้ทันทีว่า คืนนี้เรื่องราวคงไม่จบลงแค่การเคลียร์งานบนโต๊ะนี้อย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%